วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

ไขข้อข้องใจเรื่อง "นมวัว" ระหว่างนมพาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ และนมยูเอชที แตกต่างกันอย่างไร อย่างไหนให้ประโยชน์มากกว่า พร้อมเปิดวิธีเลือกนมวัวแบบไหนให้เหมาะกับเรา

มนุษย์มีวิวัฒนาการผลิต ‘นมวัว’ หรือ ‘นมโคสด’ ที่เก็บได้นานขึ้น และยังคงคุณค่าสารอาหาร ปัจจุบันนมในท้องตลาดแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ นมพาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ และนมยูเอชที แตกต่างกันอย่างไร อย่างไหนให้ประโยชน์มากกว่า

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

(Image by congerdesign from Pixabay)

มีบันทึกว่า มนุษย์คนแรกที่ดื่มนมวัว ก็คือเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว แกะ แพะ ฯลฯ ในตุรกีและหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อราว 8,000 ปีก่อน เพราะสังเกตว่า ลูกวัวเติบโตอย่างแข็งแรงสมบูรณ์เพราะดื่มนมจากเต้า

จากนั้นเมื่อ หลุยส์ ปาสเตอร์ (Louis Pasteur 1822-1895) นักเคมีชาวฝรั่งเศส ได้ค้นพบการฆ่าเชื้อด้วยวิธีปาสเตอร์ (Pasteurization) โดยใช้ความร้อนฆ่าเชื้อแบคทีเรีย การค้นพบของเขาเมื่อปี 1864 แก้ปัญหาการผลิตไวน์และเบียร์ที่เสียรสขณะบ่มเป็นผลสำเร็จ

จนอีก 20 ปีต่อมา นักเคมีชาวเยอรมัน ฟรานซ์ วอน ซอซ์ฮเลต (Frans von Soxhlet 1848-1926) ได้นำแนวคิดของเขาไปพัฒนาผลิต นมสดพาสเจอร์ไรซ์ ในปี 1908

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

(Cr.new.milk.org)

ปัจจุบัน นมสดที่วางขายทั่วไปมีกระบวนการผลิต 3 แบบ คือ

1. พาสเจอไรซ์ (Pasteurization)

กรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนโดยใช้อุณหภูมิไม่เกิน 100 องศาเซลเซียส เพื่อลดปริมาณจุลินทรีย์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ฟอสฟาเทส โดยอุณหภูมิในการฆ่าเชื้ออยู่ที่ 85 องศาเซลเซียส เวลา 15 วินาที จากนั้นลดอุณหภูมิให้ต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส

กระบวนการพาสเจอไรซ์แบ่งได้เป็น

  • Low temperature, long time ; LTLT เป็นการให้ความร้อนที่อุณหภูมิไม่สูงมากแต่ใช้เวลานาน เช่น การพาสเจอไรซ์น้ำนมสดที่อุณหภูมิ 62-65 องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 30 นาที
  • High temperature, short time; HTST เป็นการใช้อุณหภูมิสูง แต่เป็นเวลาสั้น ๆ เช่น การพาสเจอไรซ์น้ำนมสดที่อุณหภูมิ 72-75 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 15-240 วินาที
  • High heat, short time (HHST) เป็นการให้ความร้อนที่อุณหภูมิสูงในเวลาสั้น ๆ เช่น การพาสเจอไรซ์น้ำนมสดที่อุณหภูมิ 85-90 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 1-25 วินาที

วิธีเก็บรักษานมพาสเจอไรซ์ คือ เก็บในอุณหภูมิต่ำกว่า 4 องศาเซลเซียส หรืออุณหภูมิตู้เย็น เพราะการเก็บรักษาที่อุณหภูมิต่ำสามารถยับยั้งการงอกของสปอร์ ปริมาณเชื้อที่ยังคงมีอยู่ในอาหารจึงไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

(Cr.Pixabay)

2. สเตอริไลซ์ (Sterilization)

นมสเตอริไลซ์ คือ นมสด 100% ที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนที่อุณหภูมิ 118 องศาเซลเชียส โดยใช้เวลานาน 12 นาที

ความร้อนสูงของระบบสเตอริไลซ์จะสามารถทำลายเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคและจุลินทรีย์ที่ทำให้นมเน่าเสีย นมชนิดนี้จึงสามารถเก็บได้นานกว่า 1 ปี โดยไม่ต้องแช่เย็น คุณภาพของน้ำนมเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก แต่ปริมาณวิตามินบีต่าง ๆ อาจลดลง นมอาจสูญเสียวิตามินที่ละลายในน้ำบ้าง เช่น วิตามิน B1 วิตามิน B2 และวิตามิน C

วิธีเก็บรักษานมสเตอริไลซ์ สามารถเก็บไว้ได้นานโดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น เพราะกระบวนการสเตอริไลซ์ใช้ความร้อนในการฆ่าเชื้อโรคและยับยั้งการเน่าเสียจากเอนไซม์ของจุลินทรีย์เช่นเดียวกับการพาสเจอไรซ์ แต่สเตอริไลซ์ยังสามารถทำลายสปอร์ของแบคทีเรียไปด้วย แต่ถ้าเปิดกล่องแล้วดื่มไม่หมดควรนำไปแช่ตู้เย็น มีข้อเสียเล็กน้อยคือ ความสด ความอร่อยอาจน้อยกว่านมพาสเจอร์ไรซ์

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

นมยูเอชที (Cr.farmy.ch)

3. ยูเอชที (UHT-Utra High Temperature milk)

นมยูเอชที เป็นนมที่ผ่านกรรมวิธีฆ่าเชื้อด้วยความร้อนที่อุณหภูมิเกินกว่า 135-150 องศาเซลเซียส นาน 2-3 วินาที ระบบยูเอชทีที่ใช้อุณหภูมิสูงแต่ใช้ระยะเวลาฆ่าเชื้อที่สั้นมาก เป็นอุณหภูมิที่สามารถทำลายเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคได้ทั้งหมด รวมทั้งสปอร์ของแบคทีเรียที่ทนความร้อนสูง (Thermophilic bacteria) และเพื่อไม่ให้คุณภาพของน้ำนมเปลี่ยนแปลงไป เป็นระบบที่สามารถกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้เกือบทั้งหมด สามารถเก็บได้นาน 6-9 เดือน โดยไม่ต้องแช่ตู้เย็น นอกจากนี้ต้องบรรจุในภาชนะและสภาวะที่ปราศจากเชื้อและต้องผ่านกรรมวิธีทำให้เป็นเนื้อเดียวกัน (Homogenization)

การเก็บรักษาน้ำนมยูเอชที ไม่ต้องเก็บรักษาไว้ในตู้เย็น สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นาน 5-6 เดือน แต่ถ้าเปิดกล่องแล้วดื่มไม่หมดควรนำไปแช่ตู้เย็น ส่วนรสชาติความสดอร่อยน้อยกว่าเมื่อเทียบกับนมพาสเจอร์ไรซ์

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

(Image by Bogdan Sanfira from Pixabay)

กระบวนการไหนคงคุณค่าสารอาหารมากที่สุด

นมที่ให้คุณค่าทางสารอาหารไว้มากที่สุด คือ กระบวนการพาสเจอร์ไรซ์ เพราะใช้อุณภูมิในการฆ่าเชื้อโรคต่ำ มีรสชาติใกล้เคียงกับนมโคสดมากที่สุด แต่ข้อเสียก็คือสามารถทำลายจุลินทรีย์ได้เพียงแค่บางชนิด และต้องเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นเท่านั้น

อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบปริมาณสารอาหารกับกระบวนการอื่นแล้วจะใกล้เคียงกันมาก ที่แตกต่างเห็นชัดคือ นมที่ผ่านกระบวนการผลิตทั้ง 3 แบบ จะให้กลิ่นรสไม่เหมือนกัน เช่น นมสเตอริไลซ์ก็จะมีกลิ่นเฉพาะ (กลิ่นของนมกระป๋องตราหมี) และให้สีน้ำนมอมเหลืองกว่าวิธีการอื่น ๆ

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

(Cr.eatingwell.com)

คุณสมบัติของนมแต่ละประเภท

นมพาสเจอร์ไรซ์ มีรสชาติใกล้เคียงกับนมก่อนกระบวนการแปรรูปมากที่สุด เนื่องจากใช้อุณหภูมิที่ต่ำกว่าการแปรรูปประเภทอื่น จึงเกิดความเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบต่าง ๆ ในนมค่อนข้างน้อย
นมสเตอริไลซ์ จะเป็นนมที่มีรสชาติเปลี่ยนแปลงไปมากที่สุด เนื่องจากเป็นกระบวนการแปรรูปที่ใช้ทั้งอุณหภูมิที่สูงและระยะเวลาที่นาน โดยจะได้รสชาติที่บางคนให้นิยามว่าเป็นรสของนมที่ผ่านการต้ม และสีของนมจะเปลี่ยนแปลงโดยมีสีน้ำตาลที่เข้มขึ้น

นม UHT เป็นนมที่มีอายุการเก็บรักษานานพอ ๆ กับนมสเตอริไลซ์ แต่จะไม่มีการเปลี่ยนแปลงของรสชาติมากนัก (ไม่มีรสชาติของนมที่ผ่านการต้ม และไม่มีการเปลี่ยนสี) เนื่องจากองค์ประกอบในนมเกิดความเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย (แม้จะใช้อุณหภูมิสูงมากแต่ใช้ในระยะเวลาที่สั้นมาก) อย่างไรก็ตาม หากเก็บรักษาไว้เป็นระยะเวลานาน ก็อาจเกิดความเปลี่ยนแปลงของรสชาติเล็กน้อย ที่เกิดจากกระบวนการทางเคมีในนมได้

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

(Cr.freepik.com)

เลือกนมที่เหมาะกับเรา

นมวัวมีสารอาหารที่สูงและให้โปรตีน 8 กรัม ต่อหนึ่งแก้ว ยังมีคาร์โบไฮเดรตและไขมันที่ช่วยทำให้พลังงานสมดุลและช่วยในการซ่อมแซม มีแคลเซียมที่ทำให้กระดูกแข็งแรง มีวิตามินบี12 ส่งเสริมการทำงานของสมองและระบบเมตาบอลิซึม มีโพแทสเซียมที่กระตุ้นการทำงานของหัวใจและความดันเลือด สำหรับผู้ระวังไขมันสามารถเลือกดื่มนมไร้ไขมันหรือนมพร่องมันเนย ซึ่งมีไขมันเฉลี่ยลดลง

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

(Cr.digglescreative.com)

ใครไม่ควรดื่มนมวัว

- ไม่เหมาะกับคนที่แพ้น้ำตาลแลคโตส เพราะจะทำให้เกิดอาการท้องอืดและท้องเสียได้

- ไม่เหมาะกับคนที่แพ้นมวัวโดยเฉพาะเด็ก เพราะอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงได้เช่น อาเจียนหรือผื่นขึ้น

- มีไขมันอิ่มตัวที่สูง ซึ่งหากบริโภคมากเกินไปสามารถเพิ่มค่าคอเลสเตอรอลและความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจ

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

(Cr.Pixabay)

ทางเลือกคนแพ้แลคโตส (Lactose Intolerance)

บางคนเมื่ออายุมากขึ้นร่างกายอาจขาดเอนไซม์แลคเตส (ช่วยย่อยน้ำตาลแลคโตส) ทำให้เกิดอาการปวดท้องหรือท้องเสีย ซึ่งน้ำตาลแลคโตสพบได้ในน้ำนมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ทางเลือกอื่นเช่น ดื่มนมแพะที่มีน้ำตาลแลคโตสเช่นเดียวกับนมวัวแต่มีปริมาณต่ำกว่า ย่อยง่ายกว่านมวัว แต่ถ้าแพ้รุนแรงไม่ควรดื่ม

เข้าใจเรื่อง ‘นมวัว’ พาสเจอร์ไรซ์ สเตอริไลซ์ ยูเอชที ต่างกันอย่างไร

นมแลคโตสฟรี (Cr.linkedin.com)

อีกทางเลือกหนึ่งคือ ปัจจุบันมี นมแลคโตสฟรี ที่ปราศจากน้ำตาลแลคโตส (สังเกตฉลากด้วยว่าอาจมีปริมาณน้ำตาลเพิ่มขึ้น) ปัจจุบันมีนมที่เติมวิตามินและสารอาหารอื่นเพิ่ม เช่น มีกรดไขมันโอเมก้า-3, นมสำหรับผู้ใหญ่เสริมโปรตีน เพิ่มแคลเซียม แต่ถ้าแพ้นมจริง ๆ ทางเลือกคือดื่มนมแพลนท์เบส