รร.เซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ปรับพื้นที่ดาดฟ้าที่เคยเป็นสนามเทนนิส เนรมิตให้เป็น "สวนผัก" From Rooftop Farm to Table ให้ลูกค้าและพนักงานได้กินผักออร์แกนิกทุกวัน
แนวคิดทำสวนผักบนยอดตึกบนชั้น 26 From Rooftop Farm to Table เกิดจากซีอีโอของ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ ที่ตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม และการดูแลสุขภาพที่เริ่มต้นด้วยอาหาร จากผักสดออร์แกนิค ปลูกอย่างใส่ใจบนพื้นที่ 1,296 ตร.เมตร
พื้นที่บนยอดตึกปรับจากสนามเทนนิส 2 สนาม ให้เป็นโรงเรือนปลูกผักระบบเปิด มีหลังคาโปร่งแสงป้องกันฝน เปิดช่องด้านข้าง 4 ด้าน (ไม่ได้ใช้มุ้งปิดทั้งหมด) สำหรับระบายอากาศ
คุณอรรณพ แก้วพุฒตาล ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปศูนย์การประชุม ฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์ อธิบายว่า
“ผักทุกชนิดเป็นออร์แกนิก 100% ไม่ใช้สารเคมีและปุ๋ยเร่งใด ๆ ตลอดกระบวนการเพาะปลูก โดยเลียนแบบธรรมชาติเพื่อให้ผักเติบโตอย่างสมบูรณ์ในวิถีธรรมชาติ
ผักที่ปลูกส่วนใหญ่เป็นผักสลัด ได้แก่ Butter Head เก็บผลผลิตได้ 467.18 กก. / Green Oak 421.11 กก. / Green Cos 306.23 กก. / Red Oak 132.26 กก. / Kale 440.40 กก. / Italian Basil 182.25 กก.
ปี 2567 ที่ผ่านมาเราเก็บผลผลิตตั้งแต่เดือน มค.-ธค. ได้ 3,776 กก. สามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนของผักในครัวได้ 897,310.30 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาท้องตลาด”
คุณอรรณพ แก้วพุฒตาล
ผู้ดูแลสวนผักบนยอดตึก เสริมว่า
“จากวันแรกที่ปลูกถึงตอนนี้ก็ประมาณปีครึ่งแล้ว ผลผลิตเป็นที่พอใจ เราเก็บผักทุกวันพฤหัสบดี ทำเป็นรอบ บริเวณด้านหลังเป็นโรงเพาะต้นกล้า เมื่อเราตัดผักเสร็จต้องกลับดินเตรียมสำหรับต้นกล้าที่จะมาลงใหม่
ระยะเวลาสำหรับผลิตต้นกล้าประมาณ 3 วัน ตากดินอีก 4-5 วันพร้อมลง กว่าจะตัดผักอีก 20 กว่าวัน รวมเวลาประมาณ 45 วัน
เราให้ แบงค็อก รูฟท็อป ฟาร์ม ดูแลเรื่องเมล็ดพันธุ์และปุ๋ย เรื่องนี้สำคัญไม่ใช่แค่ปลูก จากประสบการณ์ 3 เดือนแรก ทำให้รู้ว่าทำไมเราถึงปลูกไม่ได้ ฟาร์มให้คำปรึกษาว่าต้องปรุงดินใหม่ ต้องทดลองดินด้วย
สังเกตว่าผักที่นี่ใบจะแข็งแรง หนา ผักเคลเราปลูกได้ผลดีมาก ลำต้นใหญ่แข็งแรง ฟาร์มดูแลและอยู่กับเราตลอด จากตอนแรกที่คิดว่าเราทำดินเองได้แต่ไม่ใช่ ต้องมีผู้เชี่ยวชาญดูแลไม่งั้นเราจะสูญเสียโดยไม่จำเป็น
เช่นปลูกยังไม่ทันโตก็ตาย เพิ่งมารู้ว่าผักหน้าฝนปลูกยากเพราะน้ำมากไปก็ไม่ดี ผักต้องการความชื้นและลมพัด ต้องการแสงแต่ไม่ต้องการแดดโดยตรง พอหน้าร้อนจะมีปัญหาเนื่องจากพื้นปูนร้อน เวลาแดดลงจะร้อนกว่าปกติ ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นมาก
เราจึงติดตั้งระบบรดน้ำเป็นฝอยทุกแปลง ผักต้องการละอองน้ำส่วนหนึ่งคือรดต้นผัก อีกส่วนหนึ่งช่วยลดความร้อน ถ้าฝนตกแรงก็ส่งผลเหมือนกัน เราไม่ใช่มุ้งครอบเพราะบางทีลมผ่านได้ไม่ดีเท่าที่ควร”
ผักปลูกบนกระบะใหญ่ที่ตั้งอยู่บนพื้นปูนซีเมนต์อีกที กว่าจะลงมือปลูกผักบนยอดตึกจริง ๆ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย
“ต้องดูโครงสร้างของพื้น แนวทิศที่พระอาทิตย์ขึ้นและตกด้วย เนื่องจากในกระบะนอกจากหนักแล้วต้องรวมน้ำหนักของดินด้วย จึงต้องวางในแนวคานของตึก ที่ไหนจะทำรูฟท็อปฟาร์มต้องดูแพลนของตึกด้วย ให้น้ำหนักวางที่คาน
อีกอย่างเราดูแสงอาทิตย์ตลอด 1 สัปดาห์ก่อนจะวางแปลง เช้าเย็นมาดูว่าแสงมาทางไหน เราก็วางแปลงผักตามแนวจากตะวันออกไปตะวันตก ข้อดีของตึกนี้คือพระอาทิตย์ขึ้นพอดีไม่โดนตึกข้าง ๆ บัง
เราใช้โซลาเซลล์ที่ใช้กับโรงแรมด้วย เฉพาะโรงแรมใช้เฉพาะโซลาเซลล์ไม่พอ แต่ใช้กับสวนผักพอ ปีหน้าจะใช้โซลาเซลล์จากแผงด้านข้างมาเข้าตู้ที่นี่ใช้ 100% เราใช้ไฟไม่เยอะ ใช้แค่ระบบพ่นน้ำ อยากทำให้ครบวงจรการปลูกผักแบบออร์แกนิค”
พื้นที่กว้างขวางสามารถเก็บผักได้ทุกสัปดาห์ ผู้ดูแลสวนผักบอกว่า เดือนตุลาคมจนถึงเดือนกุมภา-มีนา ให้ผลผลิตมากที่สุด ตอนนี้มีผักประมาณ 6 ชนิด นอกจากผักสลัดต่าง ๆ ยังมีบ็อกชอย กวางตุ้ง คะน้า เคลใบหยิก เบซิลอิตาลี มะนาว เสาวรส มะเขือเทศ พริก โรสแมรี่ พวกนี้ลงกระถางเพราะรากจะยาวกว่าผักสลัด บางชนิดก็ปลูกตามฤดูกาล
“ตอนแรกที่เราไม่เคยปลูกมาก่อน มีปัญหาเรื่องเมล็ด และมีแมลงแปลก ๆ มากินใบจนเป็นรู ต้องถอนออกหมด เราไปดูก็สงสัยว่าแมลงมาจากไหน ทางฟาร์มแนะนำว่าให้ดูรอบ ๆ สวนก็พบว่า บริเวณนอกสวนซึ่งปลูกต้นไม้ ปลูกผักบ้าง เป็นต้นไม้ทั่วไปเขาไม่ใช้ปุ๋ยอินทรีย์เลยไปแนะนำให้เขาใช้ปุ๋ยอินทรีย์ไม่งั้นแมลงจะบินมาที่สวนเรา”
คนปลูกผักจากฟาร์มแนะนำว่า ผักใช้ปุ๋ยหมักไม่ต่างชนิดกัน ปุ๋ยหมักจากเศษอาหาร ถ้าเศษผักเยอะเหมาะกับปลูกพืชใบ ถ้าต้องการปลูกพืชที่ต้นใหญ่ทนทานให้ใช้เศษผลไม้ด้วย ปุ๋ยหมักมูลสัตว์คือปุ๋ยคอกกับขุยมะพร้าว หมักปกติที่เศษอาหารย่อยแล้ว 80% เหมาะต่อการปรุงดิน
ใครอยากปลูกผักแนะนำว่าให้ใช้ปุ๋ยหมักที่ย่อยสมบูรณ์แล้ว ไม่งั้นจะเกิดโอกาสที่ปุ๋ยไปย่อยต่อในดิน จุลินทรีย์ในดินจะไปดึงธาตุอาหารในดินรอบ ๆ เพื่อไปย่อยเศษอาหารก่อน ผักอาจไม่งดงามเท่าที่ต้องการ
และระหว่างที่เอาต้นกล้าลง ผักเริ่มโตอาจเติมปุ๋ยหมักหนึ่งช้อนชาต่อต้น ครั้งเดียวก็เพียงพอแล้ว ที่สำคัญต้องปรุงดินให้ดีก่อน
“เราทำปุ๋ยเองจากเศษอาหารของโรงแรม มาผลิตเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์ การันตีได้ว่าเป็นผัดปลอดภัยไร้สารเคมีปนเปื้อนแน่นอน และเจ้าหน้าที่ของฟาร์มคอยตรวจสอบคุณภาพตลอด ลูกค้ามั่นใจได้ว่าผักเราสะอาด อร่อย ดีต่อสุขภาพ
โครงการปีหน้า วางแผนทำเครื่องปุ๋ยหมักเศษอาหารเพื่อใช้ในสวนผักโดยตรง และยังช่วยปริมาณขยะอินทรีย์ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการดูแลสวนผัก คาดว่าจะซื้อเครื่องย่อยสลายราคาหลักล้าน ซึ่งสามารถย่อยสลายได้เร็วและได้จำนวนมากพอเพียงกับนำมาใช้ในสวนผัก ถ้าผลิตเหลือใช้สามารถขายเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์ได้ด้วย”





