background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'

เมื่อนักแล่ปลา ‘เกียวทัค ปลาไทยหัวใจญี่ปุ่น’ จับมือกับ เชฟชาย ร้าน ‘Black Inu’ จัดมื้อพิเศษโอมากาเสะ ‘ปลาไทย’ จาก ‘ประมงพื้นบ้าน’ ที่ทำ ‘ซาซิมิ’ อร่อยที่สุด

ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นโดย เชฟชาย – อนิวรรตน์ วัฒนชัย เจ้าของร้าน แบล็ค อินุ (Black Inu) ร้านกินดื่มแนวอิซากายะ ย่านพระราม 5 จับมือกับ เกียวทัค ปลาไทยหัวใจญี่ปุ่น นักแล่ปลาชาวญี่ปุ่นจากหัวหิน

อาหารมื้อพิเศษ 10 คอร์ส ได้แก่ ซาซิมิ ปลาการ์ปาชโช่ เทมปุระ ถุงสเปิร์มปลาอินทรี (ที่หากินยาก) หอยนางรม, หอยตลับ ล้วนมาจาก ประมงพื้นบ้าน น่านน้ำไทย

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'     ร้าน Black Inu ถนนพระราม 5

รู้จักเชฟชาย – อนิวรรตน์ วัฒนชัย ผู้โด่งดังจากเมนูฟิวชั่นญี่ปุ่น-ไทย ฝีมือระดับอินเตอร์ บุกเบิกครัวทั่วสหรัฐอเมริกา เชฟไทยมองว่า หัวใจของการทำอาหารมิใช่เพียงเน้นรสชาติอร่อย ตกแต่งสวยงาม หากวัตถุดิบต้องได้มาตรฐาน และลดปริมาณขยะอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ

รู้จัก เกียวทัค ปลาไทยหัวใจญี่ปุ่น - ทาคุยะ โอกุระ เป็นชาวญี่ปุ่นที่มาอยู่เมืองไทยหลายปี มาจากครอบครัว นักแล่ปลา รู้จักปลา ทำงานในตลาดปลาญี่ปุ่น ทาคุยะบอกว่าเขาไม่ใช่เชฟ เป็นเพียงนักแล่ปลาที่เลือกปลาเป็น และคิดว่า ปลาไทยแทบทุกชนิดสามารถทำปลาดิบหรือซาซิมิได้ รสชาติไม่แพ้ปลาญี่ปุ่น

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu' ทั้งสองมีแนวคิดเดียวกันที่อยากรักษามาตรฐานวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง จึงนำ ปลาไทย เกรดซาซิมิ ของ เกียวทัค (Gyotak) มาเพิ่มในเมนูร้าน Black Inu และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าประจำจนเป็นเมนูยอดนิยม เพราะความสด อร่อย และลูกค้ามั่นใจในระบบการจัดการที่พิถีพิถัน โดยผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น และเป็นปลาไทยเกรดซาซิมิ แห่งแรกในไทย ที่ผ่านการตรวจสอบจากห้องปฏิบัติการว่าปลอดเชื้ออันตรายที่มักพบในสภาพแวดล้อมเขตร้อน

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'  (จากซ้าย) ผู้ช่วยเกียวทัค, ทาคุยะ โอกุระ, เชฟชาย และมธุรส มธุราสัย

รู้จัก รุ้ง - มธุรส มธุราสัย มาร์เกตติ้ง ไดเรกเตอร์ Gyotak the artisan fishmonger ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแช่แข็งซาซิมิเกรด และอาหารทะเลแช่แข็งพร้อมปรุงสำเร็จรูป ที่ใช้ปลาทะเลไทยจากประมงพื้นบ้าน ผ่านกระบวนการจัดเก็บด้วยเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น บอกว่า ปลาไทยทำซาซิมิ สะอาด อร่อย ปลอดภัย

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'     การ์ปาชโชปลาหางแข็งกับผักโขมเขียวและแดง น้ำสลัดเลมอนฮันนี่

เกียวทัค นำเข้าเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น แรกก่อตั้งเราทำเล็ก ๆ เริ่มแล่ปลาแล้วส่งให้ร้านโอมากาเสะ และ แบล็ค อินุ เป็นลูกค้าเรา เพราะเชฟที่ทำเมนูปลาดิบจะกังวลว่าปลาจะสดมั้ย ไฮยีนได้มั้ย ถ้าปัญหาในการจัดการไม่ดี การขนส่งและอุณหภูมิบ้านเราที่ร้อนเกือบ 40 องศา จะส่งผลต่อเนื้อปลา

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'     เกียวทัค ปลาไทยหัวใจญี่ปุ่น ทาคุยะ โอกุระ

ก่อนหน้านี้เราเข้าใจมาตลอดว่า จิเมะ (อิเคะจิเมะ - Ikejime) คือการถนอมอาหาร แล่ปลาเพื่อคงความสดของเนื้อปลา แต่วิธีนี้ไม่ใช่คำตอบของทุกสิ่งหรือทุกสถานการณ์ ในขณะที่ญี่ปุ่นมองว่า ต้องใช้วิธีอื่นในการถนอมอาหารในสภาพอากาศร้อนอย่างบ้านเรา

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'    ซาซิมิสไตล์สับ

คือวิธี โคริจิเมะ (Korijime – ใช้น้ำเย็นที่มาจากน้ำทะเลฆ่าปลา) เหมาะที่สุด คือการใช้ความเย็น เราใช้ปลาที่ได้จากเรือประมงพื้นบ้านที่ไม่ได้ออกทะเลเป็นเดือน ๆ คือออกวันนี้กลับพรุ่งนี้เช้า เมื่อได้ปลาวิธีถนอมปลาที่ดีที่สุดคือใช้ความเย็น เราต้องแล่ทันทีในเวลาที่กำหนด ถ้าแล่ไม่เสร็จส่วนที่เหลือจะตัดออกเป็นช็อกฟรีซ อุณหภูมิต้องต่ำกว่า 30 องศา ไม่ต่ำกว่า 2 วัน และ ไม่จำหน่ายเป็น ซาซิมิเกรด

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'    เตรียมทำซาซิมิปลาไทย

ด้วยวิธีการจัดเก็บและการแล่ พร้อมกระบวนการฆ่าเชื้อปรสิตและแบคทีเรียอย่างเป็นขั้นตอน ได้มาตรฐาน ทำให้ ปลาไทย สามารถขึ้นโต๊ะโอมากาเสะ และเกียวทัค ส่งไปยังร้านประเภทไฟน์ไดนิ่ง และส่งถึงบ้านพร้อมรับประทาน

“เราทำงานกับเรือประมง ต้องเป็นเรือที่เก็บปลาอย่างดี รู้วิธีเก็บ เป็น ประมงพื้นบ้าน ปลาไทยในน่านน้ำไทยมีเกือบ 300 ชนิด เรากินได้เกือบหมด ยกเว้นปลาที่มีพิษ แต่เราไม่ค่อยเจอ ปลาส่วนใหญ่ที่ติดมากับอวนในประเทศไทยทำซาซิมิได้หมดเลย อยู่ที่ปลาเน่าเร็วหรือช้า

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'     ร้าน Black Inu

ที่กังวลคือปลาในน่านน้ำเขตร้อนจะมีแบคทีเรีย เราใช้เทคโนโลยีตรวจสอบได้หมดตามขั้นตอนสาธารณสุขญี่ปุ่น ความจริงสิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่ปรสิตแต่เป็นแบคทีเรีย เพราะโตเร็วมาก หมอในโรงพยาบาลหัวหินเล่าว่า เจอเคสอาหารเป็นพิษในหัวหินต่อวันเยอะมาก ด้วยการจัดเก็บไม่ดี รวมถึงการควบคุมอุณหภูมิ

และไม่ใช่ว่าเรือ 1 ลำ จะใช้ปลาได้ทุกตัว ปลาที่มีแผลก็ไม่เอา เพราะแบคทีเรียมันอยู่ในน้ำ มันจะเข้ามาในแผล จะมาโตและมาขยายในเนื้อปลา ดังนั้นเวลาเราทานปลาดิบต้องมาจากคนที่มีความรู้จริง ๆ จึงจะปลอดภัย เรื่องนี้เรายังมองข้ามกันอยู่ เราไม่รู้

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'     ร้าน Black Inu Izakaya

อีกอย่างเรามี มายด์เซ็ตว่าปลาไทยทำซาซิมิไม่ได้ หรือมีแบคทีเรียทำให้อาหารเป็นพิษ ความจริงเริ่มจากต้นทาง ส่วนใหญ่เวลาเราเอาปลามาจากเรือประมง รถมารับปลาเขาต้องรอปลาให้เต็มคันรถ ประมาณ  1 ตัน ซึ่งปลาแต่ละรอบเข้ามาอาจไม่ถึง 1 ตัน รถก็จะหมกน้ำแข็งแล้วรอไปอีก 2-3 วัน กว่าปลาจะเต็มคันรถแล้ววิ่งเข้ามาที่ตลาดกลาง แจกจ่ายให้แม่ค้าหรือไปตามซูเปอร์ก็ไม่ต่ำกว่า 5 วัน กว่าผู้บริโภคจะได้กินปลา ปลาในตลาดถึงมีกลิ่นแรง

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'    เทมปุระปลาเหลืองญี่ปุ่น

แต่ถ้าเราจัดการตั้งแต่ต้นทางให้ดีไม่ต่างจากญี่ปุ่น ด้วยเทคโนโลยีที่เรามี ทำ โคริจิเมะ การจัดการและการเก็บความสดด้วยความเย็น ซึ่งพบแล้วว่าเหมาะกับประเทศไทย เราต้องทำเลย ได้ปลามาปุ๊บไม่เกิน 6 ชม. ต้องจบ ถ้าเกินกว่านี้ตัดขายเป็นคุกกิ้งเกรด ไม่เอามาขายเป็นซาซิมิเกรด”

เมื่อถามถึงความเป็นมาของ เกียวทัค จุดเริ่มต้นมาจาก นักแล่ปลาชาวญี่ปุ่น

“เริ่มจาก ทาคุยะ นำปลาที่ได้มาแล้วแล่ทำทานในบ้านก่อน จากนั้นก็แจกเพื่อน ๆ ต่อมานำเข้าเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น เช่น กระบวนการช็อกฟรีซและห้องเย็น เพราะอยากยกระดับคุณภาพปลาไทย ให้ทานกันอย่างปลอดภัยจริง ๆ”

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'

    แฮมเบิร์กไส้ชีสกับข้าวอิวาเตะ

ผู้บริหารเกียวทัค บอกว่า แรก ๆ ที่เกียวทัคนักแล่ปลามาอยู่เมืองไทย กินปลาแล้วท้องเสีย สำหรับคนญี่ปุ่นนักกินปลาจึงอยากกินปลาไทยที่สะอาด ได้มาตรฐาน

“ก่อนหน้านี้เราเคยส่งปลาให้ไมเนอร์ด้วย ซึ่งเขาเห็นผลตรวจและเห็นความละเอียดในการทำงานของเราเขาก็ยอมรับ ตอนนี้เราส่งปลาที่ฟิเลแล้วให้ตามบ้าน มีลูกค้าประจำเยอะที่ชอบจัดปาร์ตี้ ส่งให้ร้านฝรั่งเศส ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่ง ยังไม่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ต

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'     ถุงสเปิร์มปลาอินทรีที่หากินยาก ปรุงสุกเสิร์ฟพร้อมสลัด

คนญี่ปุ่นที่อยู่ในไทยบอกเลยว่า ปลาไทยอร่อยกว่า คือคนไทยจะติดรสชาติมันของเนื้อปลา เช่นปลาแซลมอน โอโทโร แต่คนที่ทานปลาเยอะ ๆ อย่างคนญี่ปุ่น ถ้าให้เขาเลือกระหว่างแซลมอนกับปลาท้องถิ่น เขาเลือกปลาท้องถิ่น

ลูกค้าของเราที่อยู่กรุงเทพ ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นที่อยู่ตามคอนโดเขาสั่งมาเก็บไว้ทานกันที่บ้าน เราจะแพ็คดรายไอซ์ส่งถึงบ้านเลย การควบคุมความสดของปลาจะได้เท่ากันทุกล็อต จากเราไปถึงคนทาน ถึงร้านอาหาร เรามีลูกค้าตามบ้านเยอะ กล่องหนึ่งใส่ได้ 2 กิโล ควรสั่ง 2-3 กิโล ได้ปลามาแล้วเก็บเข้าช่องแข็ง เก็บได้ 2 เดือน ก่อนกินนำออกมาวางไว้ 10 นาที กินได้โดยไม่ต้องล้างน้ำก๊อก เพราะเราทำความสะอาดมาแล้ว”

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'     หอยนางรมจากระนองปรุงสุกกับกระเทียมและน้ำมันงา

ปลาไทยทำซาซิมิได้แน่นอน อร่อย อูมามิเข้มข้น

“เราส่งเป็นฟิเล แต่หลายร้านอาหารอยากให้ส่งเป็นตัว เพราะเชฟยังติดวิธีการที่เอามาทั้งตัว เน้นเสิร์ฟให้ลูกค้าเห็น แต่จริง ๆ มีความเสี่ยงแฝงอยู่ ถ้าการจัดการในครัวไม่ดีพอ หรือเอาปลามาเก็บไว้นาน คุณภาพจะตกลงเรื่อย ๆ เป็นเหตุผลว่าทำไมเรากินปลาดิบแล้วได้กลิ่น

เมื่อเราฟิเลปลา ถึงเวลาเอามาแช่น้ำ 10 นาที แล้วเอาออกมาหั่นได้เลย ไม่ต้องล้างน้ำเปล่าเพราะปลาอยู่ในถุงปลอดเชื้ออยู่แล้ว ยิ่งไม่อยากให้โดนน้ำก๊อกเลยอาจมีเชื้อปน

ปัญหาหลักที่เจอคือ เวลาคนสั่งเป็นตัว เอาหัว ก้าง ไป ยังไงก็ต้องทิ้งเพราะมันคาว บางคนบอกเอาไปต้มซุป แต่ที่เราคือแล่เป็นชิ้น ๆ แล้วเอาหัวกับก้างมาหมักทำปุ๋ยออร์แกนิค ส่งให้ ทุเรียนป่าละอู ซึ่งหลายพื้นที่ได้ GI ตอนนี้เน้นออร์แกนิคไปถึง 90% แล้ว”

เกียวทัค ทำงานกับประมงพื้นบ้าน มีปลาไทยในสต็อกราว 30-40 ชนิด

“ชนิดของปลาเวียนไปเรื่อย ๆ แล้วแต่ว่าจับอะไรได้ แต่ปลาก็มีตามฤดูกาล แต่ละฤดูกาลปลาชนิดเดียวกันรสชาติจะไม่เหมือนกัน ซึ่งผู้บริโภคญี่ปุ่นชอบ เขาบอกว่าเป็นเสน่ห์

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'    สลัดปลาเกล็ดแก้ว

ปลาที่มีตลอดและเป็นซิกเนเจอร์คือ ปลาอินทรี แต่เราแทบไม่ได้กินปลาอินทรีสดกันเลย เพราะเป็นปลาที่เก็บไม่ได้ด้วยวิธีการปัจจุบัน แม้กระทั่ง อิเคะจิเมะ เพราะถึงจะเอาเลือดออก เอาไส้ออก แต่เนื้อปลาอินทรียุ่ยเร็วมาก ปกติที่เราได้กินปลาอินทรีคือ แดดเดียว ทอดน้ำปลา ปลาเค็ม เพราะต้องเอามาทำทันที แต่คนญี่ปุ่นบอกว่า ปลาอินทรี เป็นหนึ่งในท็อป 5 ของปลาที่อร่อยที่สุด”

Black Inu นำเสนออาหาร 10 คอร์ส จับคู่กับสาเก (จาก Sake Seekers) ราคาท่านละ 2,250 บาท

เริ่มต้นด้วย

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'    ซาซิมิปลาไทยตามฤดูกาล

1  Sashimi Platter white fish and red fish ซาซิมิปลาไทยตามฤดูกาล ปลาเนื้อขาว-ปลาสร้อยจากน่านน้ำไทย ปลาเนื้อแดง-มากุโรไซส์กลาง (หรือปลาทูน่า, ปลาโอดำ) รสชาติจะเข้มข้น เนื้อละเอียดและนิ่มนวลกว่ามากุโรทั่วไป ละลายในปากมากกว่ามารุโรที่เลี้ยงตามฟาร์ม

2  Red fish (Onaiji) carpaccio การ์ปาชโช่ปลาหางแข็ง (ตระกูลเดียวกับปลาทู) กับเลมอน ฮันนี่ เดรสซิ่ง

3  Mabuta Namerou ซาซิมิปลารากชายสับ ปรุงรสด้วยมิโสะดาชิ

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'

    ถุงสเปิร์มปลาอินทรี

4  Sawara Shirago ชิราโกะ (ถุงสเปิร์ม) จากปลาอินทรีในซอสพอนสึ กับหัวไชเท้าดองผสมพริก

5   Nettai Salad สลัดปลาเกล็ดแก้ว (อีกชื่อว่าปลาทองคำ) เสิร์ฟพร้อมมะเขือเทศดอง น้ำสลัดโชยุหอมใหญ่

6  Ranong Wild Oyster หอยนางรมสดจากทะเลระนอง ปรุงสุกกับกระเทียม ผักชี เสิร์ฟพร้อมซอสยูสุและน้ำมันงา

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'     หอยตลับจากระนองในซุปมิโสะแดง

7   Ume Umeiro Tempura เทมปุระปลาเหลืองญี่ปุ่น (ปลาอาจิ) ผักบอกชอยและซอสโชยุหวาน

8   Hamburg with cheese Iwate rice/ Marinated quail eggs/ House demi glazed แฮมเบิร์กชีสพร้อมข้าวอิวาเตะ ไข่นกกระทาดอง ซอสไวน์แดง

9   Asari Miso Soup: Asari Clam/ Aka Miso/ Nameko mushroom/ Mitsuba หอยตลับจากระนองในซุปมิโสะแดง เห็ดและมิสึบะ

'ซาซิมิ' ปลาไทย โดยนักแล่ปลา 'เกียวทัค' กับเชฟชายร้าน 'Black Inu'   ชีสเค้กเต้าหู้

10   Tofu Cheesecake : Oragnic Tofu/ Ginger Black Tea Honey Syrup / Local Organic berries  ชีสเค้กเต้าหู้สดราดด้วยซอสน้ำผึ้งเดือน 5      

ใครพลาดงานนี้ สามารถสั่งปลาทะเล (ปลาไทย) ของเกียวทัคไปรับประทานที่บ้านได้ (โทร.093 982 3516) หรือรับประทานเมนูปลาไทยซาซิมิตามฤดูกาลที่ Black Inu Izakaya ถนนนครอินทร์ พระราม 5 (โทร.065 649 1649)