background-default

วันพุธ ที่ 14 มกราคม 2569

Login
Login

'Hole in the Wall Cafe' กับคอนเซปต์ร้านที่หลากหลาย

'Hole in the Wall Cafe' กับคอนเซปต์ร้านที่หลากหลาย

จากร้านต้นแบบในจีนและญี่ปุ่น สไตล์การเสิร์ฟกาแฟผ่านรูโพรงในผนังกำแพงอันแปลกใหม่ กลายเป็นกิมมิคทางการตลาด หลายประเทศนำไปเปิดร้านตาม

'Hole in the Wall' (โฮล อิน เดอะ วอลล์) เป็นรูปแบบร้านกาแฟที่ถูกกล่าวถึงมากตามหน้าสื่อกระแสหลักและสื่อโซเชียลเมื่อ 3-4 ปีก่อน เนื่องจากคอนเซปต์ร้านมีความแปลกแหวกแนวไม่ซ้ำแบบใคร ร้านนี้ไม่มีโต๊ะ-เก้าอี้ มีเพียง 'รูหรือโพรงในกำแพง' เวลาสั่งและรับออร์เดอร์ก็ดำเนินการผ่านรูโพรงนี้ คนชงกาแฟด้านในกับลูกค้าด้านนอกแทบไม่เจอหน้าค่าตาหรือสนทนากัน แต่มีความรู้สึกที่ดีต่อกัน

ร้านสไตล์นี้มี'จีน'กับ'ญี่ปุ่น'เป็นร้านต้นแบบ บอกเลยว่าโด่งดังมาก ๆ กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก จนเริ่มมีการนำรูปแบบร้านไปใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน

ร้านกาแฟสไตล์โฮล อิน เดอะ วอลล์ ต้นฉบับดั้งเดิมแท้ ๆ นั้นเป็นแบบเทคอะเวย์ คือ ไม่มีประตู, ไม่มีหน้าต่าง, ไม่มีโต๊ะ-เก้าอี้, ไม่มีเครื่องปรับอากาศ, ไม่มีห้องน้ำ และไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เหมือนร้านกาแฟทั่วไป แต่ก็ดูเหมือนว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางการสั่งซื้อกาแฟผ่านรอยแตกของกำแพงแต่ประการใด

แรก ๆ เปิดร้านใหม่ทั้งในจีนและญี่ปุ่น ช่วงประมาณปีค.ศ. 2020-2021 มีคนเข้าคิวหน้า 'รูโพรง' ของร้านกันยาวเหยียดจนเป็นข่าวเกรียวกราว

'Hole in the Wall Cafe' กับคอนเซปต์ร้านที่หลากหลาย

'คูมะ โน เตะ' ร้านกาแฟกำแพงมีรูแห่งแรกในญี่ปุ่น ที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมเรียกหาว่า 'ร้านกาแฟอุ้งตีนหมี'  (ภาพ : instagram.com/kumanote_cafe.osaka)

 ช่วงไฮไลต์ก็คือ ถึงเวลารับออร์เดอร์ที่สั่งไว้ ลูกค้าแทบทุกคนก็จะรีบยกสมาร์ทโฟนขึ้นมาถ่ายภาพ แล้วโพสต์ลงโซเชียลมีเดีย ประกาศให้เพื่อน ๆ รับรู้ว่าฉันมาดื่มกาแฟที่นี่แล้วนะ เพราะนี่เป็นร้านที่ไม่ซ้ำแบบใคร ทั้ง 'รูปแบบ' และ 'คอนเซปท์' ถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์แปลกใหม่สำหรับการดื่มกาแฟจริง ๆ

กลางเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เอง ผู้เขียนไปเจอข่าวจากเมืองมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ มีการเปิดร้านกาแฟสไตล์โฮล อิน เดอะ วอลล์ หรือร้านกาแฟกำแพงมีรูด้วย เจ้าของร้านบอกว่าเป็นร้านกาแฟสไตล์นี้เป็นแห่งแรกของเมืองเลยทีเดียว มีรูโพรงเล็ก ๆ หน้าร้านสำหรับให้ลูกค้าสั่งซื้อกาแฟและเครื่องดื่ม แต่ผู้เขียนเห็นคอนเซปต์ร้านแล้ว คิดว่าค่อนข้างแตกต่างไปจาก 'ร้านต้นแบบ' ทีเดียว

ร้านกาแฟกำแพงมีรูแห่งแรกในญี่ปุ่น ชื่อว่า 'คูมะ โน เตะ' (Kuma No Te) นี่เป็นภาษาญี่ปุ่น ถอดความเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า 'Bear Paw' (อุ้งตีนหมี) ที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมเรียกหาว่า 'ร้านกาแฟอุ้งตีนหมี' ร้านนี้เปิดตัวครั้งแรกที่เมืองโอซาก้า เมื่อเดือนกันยายน 2021 ดีไซน์รูปแบบร้านคล้ายถ้ำโพรง มีรูหรือช่อง 2 ช่อง โดยช่องแรกสำหรับสั่งออร์เดอร์และจ่ายเงิน อีกช่องเสิร์ฟกาแฟ, เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ ผ่านรูโพรงเล็ก ๆ บนผนังกำแพง โดยไม่เห็นหน้าค่าตากันเลยระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ

'Hole in the Wall Cafe' กับคอนเซปต์ร้านที่หลากหลาย

โฉมหน้าร้าน 'คูมะ โน เตะ' ดีไซน์ร้านคล้ายถ้ำโพรง มีรูหรือช่อง 2 ช่อง สำหรับสั่งออร์เดอร์และเสิร์ฟเครื่องดื่ม ผ่านรูโพรงเล็ก ๆ ในผนังกำแพง  (ภาพ : instagram.com/kumanote_cafe.osaka)

คอนเซปต์ร้านคือ 'เปิดโอกาส' ให้คนที่เป็นโรคกังวลการเข้าสังคม ได้ทำงานประจำ และค่อย ๆ ปรับตัวเข้าสู่สังคมได้ตามปกติ

คาเฟ่แห่งนี้เปิดดำเนินการโดยองค์กรที่สนับสนุนและสร้างโอกาสในการจ้างงานแก่ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมองเห็นว่ารูปแบบร้านกาแฟสไตล์โฮล อิน เดอะ วอลล์ มีสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมและไม่เครียด เป็นพื้นที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพจิตใจ

อย่างที่ทราบกันดี...พนักงานร้านจะสวมถุงมือรูป'อุ้งตีนหมี'ขนยาวที่ทำขึ้นจากผ้านุ่ม ๆ ฟู ๆ ตอนเสิร์ฟเครื่องดื่มและขนมผ่านช่องเล็ก ๆ ขณะที่ลูกค้าสามารถโต้ตอบกับพี่หมีหรือน้องหมีได้ด้วยการแตะสัมผัสอุ้งตีนหมีเบา ๆ ,จับเขย่าเบา ๆ หรือแปะมือกันเบา ๆ บางทีพนักงานก็ชูสองนิ้วเป็นรูปตัววี เพื่อส่งต่อกำลังใจดี ๆ ให้กัน เรียกว่าใช้อุ้งตีนหมีเป็นสื่อกลางก็ว่าได้

อีกร้านกาแฟสไตล์กำแพงมีรูในญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี คือ ร้าน 'อะนาคูมะ คาเฟ่' (Anakuma Café) ร้านนี้อยู่ที่ย่านฮาราจูกุ ในกรุงโตเกียว หน้าร้านและอาคารทาสีเขียวสะดุดตาที่ทำให้ดูเหมือนป่าทึบกลางมหานคร ถือเป็นจุดแลนด์มาร์คอย่างดีเวลาเดินตามหาร้านเป้าหมาย หาเจอได้ง่ายมาก ๆ

'Hole in the Wall Cafe' กับคอนเซปต์ร้านที่หลากหลาย

ร้าน 'ฮินิชิโจ' ของจีนในมหานครเซี่ยงไฮ้ ว่ากันว่านี่คือร้านกาแฟสไตล์อุ้งตีนหมีแห่งแรก ก่อตั้งขึ้นในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2020  (ภาพ : weibo.com/HINICHIJOU)

มีเรื่องเล่าว่า หมีผู้จัดการร้านจำเป็นต้องระเห็จออกจากป่ามาสู่เมือง เพราะปัญหา 'ตัดไม้ทำลายป่า' จึงเปิดร้านกาแฟขึ้นมา ต้องการให้ผู้คนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ใช่เลยครับ... คอนเซปต์ของร้านนี้จึงมุ่งเน้นไปที่เรื่องกรีน ๆ อย่างการปกป้องอนุรักษ์ป่า, การค้าที่เป็นธรรม และการใช้บรรจุภัณฑ์แบบย่อยสลายได้ นอกจากนั้น ยังมีการมอบรายได้ส่วนหนึ่งให้กับหน่วยงานที่เคลื่อนไหวเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้อีกด้วย

วิธีการสั่งออร์เดอร์จะแตกต่างไปจากร้านคูมะ โน เตะ คือ ร้านอะนาคูมะ คาเฟ่ จะมีแท็บเล็ตตั้งอยู่หน้าร้านเพื่อสั่งเครื่องดื่มและอาหาร จากนั้นก็ไปรับออร์เดอร์ตรงรูกำแพง รับเครื่องดื่มและขนมจากอุ้งตีนหมี ที่พิเศษมาก ๆ คือ พนักงานแต่ละคนที่มาทำงานในแต่ละวันจะมี 'ชื่อเล่น' ด้วย สามารถเข้าไปเยี่ยมชมในเว็บไซต์ของร้าน เพื่อค้นหาว่าพี่หมีหรือน้องหมีคนไหน เข้าเวรทำงานวันอะไรบ้าง

อ้อ... ในเว็บไซต์มีการใช้ภาพตัวการ์ตูนหมีน่ารัก ๆ แทนภาพพนักงาน พร้อมระบุว่าชอบงานอดิเรกประเภทไหน และมีคำแนะนำตัวเองด้วย

สองร้านกาแฟกำแพงมีรูในญี่ปุ่น แม้มีคอนเซปต์ต่างกันแต่ก็ล้วนเป็นเรื่องดีงามสร้างสรรค์ด้วยกันทั้งสิ้น คือ ช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจกับช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ อีกร้านสไตล์นี้ในประเทศจีน ถ้าไม่พูดถึงเลย ถือว่าพลาดมาก ๆ นั่นคือ ร้านกาแฟ 'ฮินิชิโจ' (Hinichijou Cafe) ว่ากันว่านี่คือร้านกาแฟสไตล์โฮล อิน เดอะ วอลล์ แห่งแรกเลยทีเดียว เพราะก่อตั้งมาในช่วงต้นเดือนธันวาคม 2020

'Hole in the Wall Cafe' กับคอนเซปต์ร้านที่หลากหลาย

ร้านกาแฟสไตล์อุ้งตีนหมีที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดีอีกแห่งในญี่ปุุ่น คือ ร้าน 'อะนาคูมะ คาเฟ่' ตั้งอยู่ในย่านฮาราจูกุ  (ภาพ : instagram.com/anakuma.cafe)

ร้านฮินิชิโจ อยู่ในมหานครเซี่ยงไฮ้ ถือเป็นร้านแรกเริ่มที่สร้างความฮือฮาด้วยรูปแบบการเจาะผนังร้านเป็นรูหรือช่องโพรง เพื่อเสิร์ฟออร์เดอร์ผ่านทางอุ้งตีนหมีขนฟู ๆ นุ่ม ๆ แน่นอนว่าไม่ใช่ของจริง ชื่อร้านเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า 'พิเศษมาก' แล้ววันเปิดร้านอย่างเป็นทางการวันแรกก็คือ 3 ธันวาคม อันเป็นวันคนพิการสากล ซึ่งสหประชาชาติเป็นผู้กำหนดไว้

คอนเซปต์ร้านมุ่งเน้นไปในเรื่องมอบโอกาสการจ้างงานให้กับคนพิการ เช่น จัดจ้างบาริสต้าที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน รวมไปถึงผู้จัดการร้านที่หูหนวกและเป็นใบ้ เป้าหมายหลักคือต้องการให้พนักงานเหล่านี้มีความรู้สึกปลอดภัยและกล้าที่จะออกไปทำงานนอกบ้าน

เช่นเดียวกัน ในร้านนี้ไม่มีโต๊ะและเก้าอี้ ดังนั้น การสั่งออร์เดอร์ใช้วิธีให้ลูกค้านำสมาร์ทโฟนมาสแกนคิวอาร์โค้ดบนป้ายที่ห้อยไว้ใต้ช่องโพรงของหน้าร้านที่บางคนตั้งชื่อให้ว่า 'ถ้ำหมี' จากนั้นสมาร์ทโฟนก็จะเข้าสู่โปรแกรมสำหรับสั่งเมนูกาแฟและชำระเงิน เมื่อจบขั้นตอนนี้ก็ไปยืนรอได้เลย

เมื่อถึงคิวรับออร์เดอร์ จะมีอุ้งตีนหมีสีน้ำตาลขนปุกปุยน่ารัก ๆ ยื่นออกจากโพรงพร้อมถือเครื่องดื่มที่สั่งไว้ คุณลูกค้าสามารถถ่ายภาพและเล่นด้วยได้ด้วย ไม่ต่างไปจากร้านสไตล์เดียวกันนี้ในญี่ปุ่น

'Hole in the Wall Cafe' กับคอนเซปต์ร้านที่หลากหลาย

ร้าน 'อะนาคูมะ คาเฟ่' ใช้สีเขียวเป็นสัญลักษณ์ ตรงตามคอนเซปต์ของร้านที่มุ่งเน้นเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้  (ภาพ : instagram.com/anakuma.cafe)

เพียงปีเดียวเท่านั้น ด้วยความนิยมที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ร้านกาแฟฮินิชิโจถึงกับเปิดสาขาถึง 12 แห่งด้วยกัน ในจำนวนนี้เป็นสาขาในเมืองหางโจและหนานจิง สองหนุ่มชาวจีนผู้ก่อตั้งซึ่งเป็นพี่น้องฝาแฝดและตาบอดมาแต่กำเนิด ไม่ได้สนใจแค่กาแฟ แต่มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือผู้ที่บกพร่องทางการได้ยินหรือมองเห็น จึงคิดว่าถึงเวลาแล้วที่พนักงานจะก้าวเดินไปข้างหน้า

ดังนั้นเมื่อเปิดร้านสาขาแห่งใหม่ที่เมืองผู่ตง พนักงานที่มีความบกพร่องทางการมองเห็นหรือการได้ยิน ก็สามารถเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้าแบบเห็นหน้าเห็นตากันได้ ไม่อายที่จะพบปะกับลูกค้าอีกต่อไป แม้กระนั้น พนักงานบางคนยังคงใช้วิธีเสิร์ฟเครื่องดื่มแบบดั้งเดิมของร้าน นั่นคือ ผ่านอุ้งตีนหมีอันนุ่มนิ่ม

เมื่อปีที่แล้ว ร้านกาแฟอุ้งตีนหมีแห่งเมืองจีนได้เปิดสาขาต่างประเทศแห่งแรกขึ้นที่ 'สิงคโปร์' ในตึกแบงก์ ออฟ สิงคโปร์ เซนเตอร์ ผ่านทางการร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ชิพกับธนาคารสิงคโปร์แห่งนี้ มีรูปแบบร้านที่เปิดโล่งเหมือนเอาท์เล็ตทั่วไป ไม่มีรูโพรงของถ้ำหมีอีก ขณะที่ในบรรดาพนักงานของสาขานี้ มีบาริสต้า 2 คนเป็นออทิสติก

Hole in the Wall อาจทำให้หลายคนสับสนถึงเรื่องรูปแบบร้าน เพราะมีร้านกาแฟในประเทศต่าง ๆ นำไปตั้งเป็นชื่อร้าน บางร้านก็ตั้งชื่อว่า Bear Paw Cafe แต่ไม่ได้เสิร์ฟเครื่องดื่มผ่านอุ้งตีนหมีในรูโพรงแต่อย่างใด บางแห่งนำร้านสไตล์นี้มาเปิดเหมือนคอนเซปต์ร้านกาแฟทั่วไป ไม่มีอุ้งตีนหมี มีแต่ 'มือคน' มาเสิร์ฟแทน อาจมองว่าการเสิร์ฟกาแฟผ่านรูโพรงเป็นกิมมิคทางการตลาดอีกแบบหนึ่ง จึงอยากให้ลูกค้าสัมผัสกับประสบการณ์แปลกใหม่

'Hole in the Wall Cafe' กับคอนเซปต์ร้านที่หลากหลาย

ร้านวอลล์ไซด์ ในเมืองมินดาเนา ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นอีกสไตล์ของร้านกาแฟกำแพงมีรู ใช้มือคนเสิร์ฟกาแฟผ่านรูโพรงในกำแพง  (ภาพ : facebook.com/Wallside)

อย่างในฟิลิปปินส์ ก็มีร้าน 'มาโมนาคู โคฮิ' (Mamonaku Kohi) ที่บอกว่าเป็นร้านกาแฟเย็นสไตล์ญี่ปุ่น มีทำเลที่ตั้งอยู่ในกรุงมะนิลาและเมืองเกซอน ซึ่งมีทั้งร้านแบบกำแพงมีรูและแบบเปิดโล่งเหมือนร้านกาแฟทั่วไป ในส่วนที่เป็นร้านแบบกำแพงมีรูก็ใช้มือคนเสิร์ฟ ไม่ได้สวมถุงมืออุ้งตีนหมีที่มีขนปกปุยแต่อย่างใด

อีกร้านในแดนตากาล็อกก็คือ ร้าน 'วอลล์ไซด์'  (Wallside) ที่สด ๆ ร้อน ๆ เมื่อกลางเดือนตุลาคมนี้เอง เพิ่งเปิดร้านแรกในแบบโฮล อิน เดอะ วอลล์ ที่เมืองมินดาเนา แต่ถ้าลูกค้าสั่งเครื่องมาแล้วเกิดอยากนั่งขึ้นมา ร้านนี้ก็มีบริการเสริมพิเศษ คือ ให้เดินหิ้วกาแฟไปนั่งในร้านข้าง ๆ ได้

ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย มีร้านกาแฟชื่อ 'จัมบู' (Jamboo) เป็นรูปแบบโฮล อิน เดอะ วอลล์ เช่นเดียวกัน และเท่าที่ผู้เขียนจำได้ ที่จังหวัดเชียงใหม่ของไทยเรา ก็มีร้านสไตล์นี้อยู่เช่นกัน แต่ไม่แน่ใจว่ายังเปิดบริการอยู่หรือไม่ 

ไม่มีประตู, ไม่มีหน้าต่าง, ไม่มีที่นั่ง และไม่มีห้องน้ำ เสิร์ฟเครื่องดื่มและเบเกอรี่ผ่านทางรูโพรงในผนังกำแพง นี่แหละครับรูปแบบอันหลากหลายของร้านกาแฟสไตล์  'โฮล อิน เดอะ วอลล์' หรือที่ผู้เขียนชอบเรียกว่าร้านกาแฟกำแพงมีรูนั่นเอง

....................................

เขียนโดย  : ชาลี วาระดี