background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

'Back to Starbucks' บอสใหม่ 'รื้อใหญ่' ตรงไหนบ้าง!

'Back to Starbucks'  บอสใหม่ 'รื้อใหญ่' ตรงไหนบ้าง!

'สตาร์บัคส์' หวนคืนสู่ธุรกิจร้านกาแฟหลัก ลดรูปแบบร้านฟาสต์ฟู้ดลง เดินหน้ากำจัดจุดอ่อน ทั้งราคาสูง เมนูซับซ้อน และบริการล่าช้า

หลังจาก 'ไบรอัน นิคโคล' ก้าวขึ้นรับตำแหน่งประธานและซีอีโอคนใหม่ ชัดเจนยิ่งแล้วว่าขณะนี้ 'สตาร์บัคส์' (Starbucks) เชนร้านกาแฟยักษ์แห่งสหรัฐอเมริกา เข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพื่อหวนคืนสู่จุดเดิม ๆ ที่สร้างชื่อเสียงให้เป็นอันดับหนึ่งของโลกของธุรกิจร้านกาแฟ ด้วยการลดรูปแบบความเป็นเครือร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดให้น้อยลง แล้วเพิ่มสถานะร้านกาแฟที่เป็นพื้นที่แห่งที่ 3 (third place) ให้ผู้คนในชุมชนใกล้เคียงร้านกลับมานั่งจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดในบรรยากาศที่อบอุ่นเป็นมิตรภาพและสะดวกสบายมากขึ้น

บอสใหม่ไบรอัน นิคโคล ใช้เวลา 2 เดือนหลังนั่งเก้าอี้ตัวใหญ่สุดของสตาร์บัคส์เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่าน เพื่อตรวจสอบเอกซเรย์ธุรกิจร้านกาแฟของบริษัทใหม่ที่เขาก้าวขึ้นมาคุมบังเหียน พร้อมวางแผนทบทวนและปรับปรุง ประมวลผลหาทางกำจัด 'จุดอ่อน' ต่าง ๆ เช่น ราคาสูง, เมนูซับซ้อน และบริการล่าช้า ซึ่งส่งผลให้ยอดขายซบเซาลงหลายไตรมาสติดต่อกัน และจำนวนคนเข้ามาดื่มกาแฟในร้านก็ลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คอกาแฟชาวอเมริกัน

ถึงกับมีการวิเคราะห์กันว่า นับแต่เปิดดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1971 นี่คือช่วงที่ 'ดิ้นรน' หนักสุดแล้วของร้านกาแฟที่มีรูปปีศาจไซเรนเป็นตราสัญลักษณ์

ใคร ๆ ก็รู้ว่า 'โจทย์ใหญ่' ของสตาร์บัคส์ในเวลานี้คือลูกค้าในตลาดอเมริกาเหนือเริ่มมีปัญหากับการรอคอยเครื่องดื่มนาน ๆ ในร้านสาขาบางแห่ง จนปรากฎภาพคนเข้าคิวยาวเป็นแถวหน้าร้าน อันเนื่องจากออร์เดอร์ผ่านแอพโทรศัพท์มือถือมีเข้ามาเยอะ บาริสต้าจึงมีงานล้นมือ ทำกาแฟให้ลูกค้าในร้านไม่ทัน

'Back to Starbucks'  บอสใหม่ 'รื้อใหญ่' ตรงไหนบ้าง!

ไบรอัน นิคโคล ประธานและซีอีโอคนใหม่ของสตาร์บัคส์ ประกาศแผน 'Back to Starbucks' หวนคืนสู่ธุรกิจหลักร้านกาแฟ

ทั้งแฟนคลับร้านสตาร์บัคส์และกองทุนรวมในวอลล์สตรีทต่างปรารถนาใคร่รู้ว่าบอสใหม่จะแก้สมการโจทย์ใหญ่ข้อนี้ได้อย่างไรกัน

สิ้นตุลาคมที่ผ่านมา ไบรอัน นิคโคล รีบออกมาโชว์วิสัยทัศน์ทันทีถึง 'ทิศทางใหม่' ของสตาร์บัคส์ผ่านทางเว็บแคสต์ ภายหลังการประกาศผลประกอบการรายไตรมาส ประกาศผลักดันให้สตาร์บัคส์กลับมาเป็นร้านกาแฟที่อบอุ่นซึ่งผู้คนมารวมตัวกันและเป็นสถานที่ซึ่งเสิร์ฟกาแฟที่ดีที่สุด และจำเป็นต้องเปลี่ยนกลยุทธ์ขั้นพื้นฐานเพื่อเอาชนะใจลูกค้าและกลับไปสู่การเติบโตดุจเดิม

จนนำไปสู่การไปรื้อใหญ่ระบบบริการในหลาย ๆ จุด โฟกัสเรื่อง 'ราคา', 'เมนู' และ 'บริการ'เพื่อหวนคืนสู่รากเหง้าเดิม ที่บอสใหม่ใช้คำเรียกหาว่า 'Back to Starbucks'

เหตุที่ต้องรีบแสดงวิสัยทัศน์ทันที ก็เพื่อลดผลกระทบต่าง ๆ เพราะผลประกอบการไตรมาส 4 ของงบการเงินบริษัทออกมาน่าผิดหวังอีกเช่นเคย โดยยอดขายทั่วโลกตกลง 7% เป็นการลดลง 3 ไตรมาสซ้อน หลังยอดขายในจีนลดแรง 14% และยอดลูกค้าเข้าร้าน (foot traffic) ร่วงลง 6%  ส่วนในอเมริกาเหนือ ตลาดเรือธงของร้านมียอดขายตกลง 6% และยอดลูกค้าเข้าร้านลดลงมากถึง 10% ด้วยกัน ส่งผลให้รายได้ไตรมาส 4 ปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้วลดลง 3% มาอยู่ที่ 9,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนรายได้ทั้งปีเพิ่มขึ้นไม่ถึง 1% เป็น 36,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

'Back to Starbucks'  บอสใหม่ 'รื้อใหญ่' ตรงไหนบ้าง!

สตาร์บัคส์เตรียมลดเมนูที่ซับซ้อน ต้องการให้บาริสต้าเสิร์ฟเครื่องดื่มให้ลูกค้าภายใน 4 นาทีหรือน้อยกว่านั้น  (ภาพ : Asael Peña on Unsplash)

ตามธรรมเนียมแล้ว หลังเปิดเผยผลประกอบการไตรมาสสุดท้าย บริษัทก็มักจะคาดการณ์ผลประกอบการในปีหน้าไปพร้อมกันด้วย แต่ครั้งนี้ สตาร์บัคส์ขอ 'งดเว้น' เอาไว้ชั่วคราว เพื่อให้เวลาบอสใหม่ประเมินผลการปรับโฉมธุรกิจเสียก่อน

มาดูกันครับว่า แผนพลิกฟื้นรื้อใหญ่ร้านสตาร์บัคส์ของไบรอัน นิคโคล มีอะไรกันบ้าง แน่นอนว่าเกือบทั้งหมดเป็นแผนระยะสั้นที่ต้องรีบดำเนินการโดยด่วน

@ ชงเครื่องดื่มแต่ละแก้วไม่เกิน 4 นาที

สตาร์บัคส์โฟกัสเรื่องระบบบริการที่ 'น้อยลงแต่ดีขึ้น'  หมายถึงมีเมนูน้อยลงแต่รสชาติดีกว่าเดิม เช่น เลิกบางเมนูที่ซับซ้อนมากไป ทำให้บาริสต้าชงเครื่องดื่มทุกแก้วได้ง่ายขึ้น บางเมนูมีส่วนผสมที่ยาวเป็นหาง แล้วบาริสต้ามักใช้เวลานานกว่าในการชงเครื่องดื่มที่ไม่คุ้นเคย ตามแผนคือบาริสต้าจะต้องเสิร์ฟเครื่องดื่มคุณภาพสูงที่ทำด้วยมือให้กับลูกค้าภายใน 4 นาทีหรือน้อยกว่านั้น และต้องส่งมอบเครื่องดื่มที่สั่งซื้อทางสมาร์ทโฟนให้ตรงเวลาด้วย เพื่อแก้ปัญหาออร์เดอร์ในร้านกระจุกตัวเป็นคอขวด

นอกจากนี้ สตาร์บัคส์กำลังปรับปรุงเมนูเครื่องดื่มและอาหารให้ง่ายขึ้น และเร่งแก้ไขข้อผิดพลาดในระดับพนักงาน เนื่องจากบาริสต้าต้องทำงานแข่งกับออร์เดอร์จำนวนมากทั้งจากภายในร้าน, ไดรฟ์ทรู และทางออนไลน์ นี่ไม่ต้องพูดถึงการปรับแต่งส่วมผสมที่ลูกค้าชื่นชอบ (customization) ซึ่งบอสใหม่ใช้คำเรียกว่า เป็นการปรับแต่งที่ไม่มีที่สิ้นสุด

'Back to Starbucks'  บอสใหม่ 'รื้อใหญ่' ตรงไหนบ้าง!

ร้านสาขาสตาร์บัคส์ในอเมริกาเหนือจะยกเลิกกาแฟผสมน้ำมันมะกอก 'โอเลียอาโต้'  ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป  (ภาพ : Starbucks)

@ แยกจุดรับออร์เดอร์มือถือ-ลูกค้าในร้าน

บอสใหม่บอกว่า ลูกค้าสตาร์บัคส์คุ้นเคยกับการเดินเข้าไปในร้านกาแฟและเห็นเคาน์เตอร์เต็มไปด้วยออร์เดอร์ทางมือถือ เขาอยากเปลี่ยนแปลงสิ่งนี้ จึงต้องการ 'แยก' จุดรับออร์เดอร์ผ่านทางสมาร์ทโฟนออกจากการสั่งซื้อด้วยตนเองของลูกค้าภายในร้านอาหาร แยกให้เป็นเอกเทศไม่เกี่ยวข้องกัน และปรับลดจำนวนเมนูที่สามารถปรับแต่งเพิ่มเติมส่วนผสมได้สำหรับการสั่งซื้อผ่านสมาร์ทโฟน

ปัจจุบัน คำสั่งซื้อผ่านทางสมาร์ทโฟนคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 30% ของยอดออร์เดอร์สตาร์บัคส์ในตลาดสหรัฐอเมริกา

@ หยุดเสิร์ฟกาแฟxน้ำมันมะกอก

สตาร์บัคส์จะหยุดเสิร์ฟเครื่องดื่มกาแฟผสมน้ำมันมะกอกที่มีชื่อว่า 'โอเลียอาโต้' (Oleato) ตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป ถือเป็นความกล้าหาญมาก ๆ ของบอสใหม่ที่เข้ามาบริหารเพียง 2 เดือน ก็สั่งให้ยกเลิกเมนูที่เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของโฮเวิร์ด ชูลท์ซ หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทและผู้นั่งเก้าอี้ซีอีโอมาหลายสมัย

การยกเลิกเครื่องดื่มโอเลียอาโต้ มีผลเฉพาะสาขาในอเมริกาเหนือเท่านั้น ส่วนสาขาในอิตาลี, จีน และญี่ปุ่น ยังคงมีให้บริการตามปกติ

'Back to Starbucks'  บอสใหม่ 'รื้อใหญ่' ตรงไหนบ้าง!

คำสั่งซื้อผ่านทางสมาร์ทโฟนคิดเป็นสัดส่วนกว่า 30% ของยอดออร์เดอร์สตาร์บัคส์ในตลาดสหรัฐอเมริกา  (ภาพ : about.starbucks.com)

นอกจากนั้น เพื่อลดความซับซ้อนของเมนู กลับคืนสู่ธุรกิจกาแฟหลัก มีรายงานข่าวด้วยว่า เครื่องดื่มเย็นสไตล์ iced energy drinks ซึ่งมีส่วนผสมผสานของน้ำผลไม้กับชา จะถูกยกเลิกไปด้วยเช่นกัน หลังเพิ่งเปิดตัวมาเมื่อกลางปีนี้เอง

@ เลิกชาร์จราคาเพิ่มนมพืช

ตั้งแต่ 7 พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป สตาร์บัคส์จะหยุดเก็บเงินเพิ่มสำหรับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนจาก 'นมวัว' มาเป็น 'นมพืช' ในเครื่องดื่มกาแฟผสมนม มีผลกับร้านสาขาในตลาดอเมริกาเหนือ คาดว่าจะช่วยให้ลูกค้าประหยัดเงินได้มากกว่า 10% ในแต่ละแก้ว

ทั้งนี้ สาขาของสตาร์บัคส์ที่มลรัฐมิชิแกน มีการชาร์จราคาเพิ่มอีก 70 เซนต์ กรณีลูกค้าเปลี่ยนจากนมวัวไปใช้นมอัลมอนด์แทนในเมนูพัมพ์กิ้น สไปซ์ ลาเต้ แก้วไซส์กลาง

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ นอกเหนือจากเรื่องราคาแล้ว ก็อาจมีสาเหตุมาจากกรณีชาวแคลิฟอร์เนีย 3 คน ฟ้องร้องสตาร์บัคส์เมื่อต้นปีนี้ โดยให้เหตุผลว่าการเรียกเก็บเงินเพิ่มเติมสำหรับผลิตภัณฑ์นมทางเลือก ถือเป็นรูปแบบหนึ่งของการเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่แพ้แลคโตสหรือมีข้อจำกัดอื่นๆด้านการบริโภคอาหาร

'Back to Starbucks'  บอสใหม่ 'รื้อใหญ่' ตรงไหนบ้าง!

สตาร์บัคส์ยกเลิกการเก็บเงินเพิ่มสำหรับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนจากนมวัวมาเป็นนมพืชในเครื่องดื่มกาแฟผสมนม เฉพาะร้านสาขาในอเมริกาเหนือ  (ภาพ : about.starbucks.com)

@ ฟื้นฟูความรู้สึกประทับใจ

ชื่อเสียงของร้านกาแฟสตาร์บัคส์ในสถานะพื้นที่แห่งที่ 3 นอกเหนือจากบ้านและออฟฟิศ ช่วยให้บริษัทเติบโตเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลกมาถึงทุกวันนี้ แต่ที่ผ่านมากลับสูญเสียชื่อเสียงนี้ไป ดังนั้น ไบรอัน นิคโคล ต้องการรื้อฟื้นความรู้สึกประทับใจเป็นส่วนตัว (personal touches) มั่นใจว่าจะช่วยดึงดูดลูกค้าให้กลับมาที่ร้านมากขึ้น

เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้ สตาร์บัคส์จะสั่งซื้อ 'ปากกาชาร์ปี้' จำนวน 200,000 ด้าม แจกจ่ายบาริสต้าตามสาขาทั่วสหรัฐอเมริกาอีกครั้ง ให้กลับมาใช้วิธีทำเครื่องหมาย, เขียนชื่อลูกค้า หรือเขียนข้อความตามคำสั่งซื้อของลูกค้าไว้บนแก้วเครื่องดื่มได้

นอกจากนั้น ยังมีแผนจะเสิร์ฟกาแฟร้อนในแก้วเซรามิกให้กับลูกค้าที่เลือกนั่งดื่มกาแฟในร้าน และกำลังทบทวนการออกแบบดีไซน์ร้านเสียใหม่ โดยมุ่งเน้นจัดโต๊ะ-เก้าอี้ให้สะดวกสบายมากขึ้น เพื่อทำให้ร้านเป็นที่ดึงดูดใจสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ามานั่งดื่มกาแฟ, ทำงาน และพบปะพูดคุยกัน

@ รีเทิร์นเคาน์เตอร์ปรุงรสกาแฟ

ตั้งแต่ต้นปีหน้า สตาร์บัคส์จะนำ 'เคาน์เตอร์ปรุงรส' (condiment coffee) แบบบริการตนเองกลับมาใช้อีกครั้งในร้านกาแฟทุกแห่งของสหรัฐอเมริกา หลังในช่วงต้นการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บริษัทได้ย้ายโซนเครื่องปรุงรสอย่างนมและน้ำตาล รวมทั้งจุดชงกาแฟดริป ไปไว้ยังด้านหลังเคาน์เตอร์ของร้าน แต่การเปลี่ยนที่กลับมาไว้ในจุดเดิม จะทำให้บาริสต้ามีเวลามากขึ้นในการชงลาเต้, มัคคิอาโต้ และเครื่องดื่มที่ต้องใช้ความพิถีพิถันอื่น ๆ

'Back to Starbucks'  บอสใหม่ 'รื้อใหญ่' ตรงไหนบ้าง!

สตาร์บัคส์กำลังทบทวนการออกแบบดีไซน์ร้านกาแฟใหม่ มุ่งเน้นจัดโต๊ะ-เก้าอี้ให้มีความสะดวกสบายมากขึ้นสำหรับลูกค้า  (ภาพ : AK on Unsplash)

เพื่อดำเนินการตามแผนหวนคืนสู่รากเหง้าเดิมให้เร็วขึ้น เชนร้านกาแฟรายใหญ่สุดของโลกยังประกาศลดจำนวนการเปิดสาขาใหม่ และขอชะลอการผลิตเมนูใหม่ประจำปีงบการเงิน 2025 ออกไปก่อน เพื่อปรับปรุงการทำงานของบาริสต้า รวมไปถึงระบบซัพพลายเชนและการตลาดที่เกี่ยวข้องกับการเปิดตัวสินค้าใหม่

แม้การเปลี่ยนแปลงนี้อาจทำให้ลูกค้าบางรายเกิดผิดหวังขึ้นมาบ้าง แต่ไบรอัน นิคโคล ประธานและซีอีโอสตาร์บัคส์ มั่นใจว่าลูกค้าจะมีความพึงพอใจกับการให้บริการที่ 'รวดเร็ว' และ 'สม่ำเสมอ' มากขึ้นในระยะยาว

ท่านผู้อ่านที่เป็นแฟนคลับหรือมีหน้าที่การงานด้านใดด้านหนึ่งอยู่ในสตาร์บัคส์สาขาประเทศไทย อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้วไม่ต้องตกใจนะครับ การปรับกลยุทธ์ร้านครั้งใหญ่ตามแผน 'Back to Starbucks' นำมาใช้เฉพาะสาขาในตลาดอเมริกาเหนือเท่านั้น ไม่ได้มีผลบังคับใช้กับสาขาในภูมิภาคอื่น ๆ

สตาร์บัคส์นั้นมีเครือข่ายร้านสาขาทั่วโลกเกือบ 40,000 แห่ง ในจำนวนนี้เป็นสาขาในสหรัฐประมาณ 17,000 แห่ง เมื่อรวมสาขาในจีนด้วยแล้ว ก็คิดเป็น 61% ของยอดร้านโดยรวม ซึ่งตลาดอเมริกาเหนือและตลาดจีนจึงถือเป็นตัวแปรสำคัญมาก ๆ ยอดขายจะตกหรือจะขึ้นก็อยู่ที่สองตลาดนี่แหละ แต่บอสใหม่สตาร์บัคส์เลือกที่จะแก้ปัญหาภายในบ้านก่อน เรียกว่าต้องทำบ้านให้มั่นคงแข็งแรง ถึงจะออกไปสู้รบตบมือกับคู่แข่งนอกบ้านได้อย่างเต็มแรงเต็มกำลัง ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง

มั่นใจเลยว่านอกจากผู้เขียนแล้วยังมีผู้อ่านอีกหลายท่านกำลังรอลุ้นอยู่ว่าแผนเด็ดเผด็จศึกตลาดร้านกาแฟแดนมังกรของบอสใหม่สตาร์บัคส์ จะมีโฉมหน้าค่าตาเยี่ยงไร!

.........................................

เขียนโดย : ชาลี วาระดี