อำมหิตไม่เงียบ 'The Silence of the Lambs' หนัง horror เรื่องเดียวในประวัติศาสตร์ออสการ์ที่ได้รางวัล Best Picture จะมาฉายให้ชมทาง Netflix วันที่ 1 ตุลาคมนี้
มีหนังอยู่ไม่กี่เรื่องที่สามารถสร้างอิมแพคให้กับหลายวงการ ไม่เฉพาะวงการภาพยนตร์เท่านั้น หนึ่งในนั้นคือ The Silence of the Lambs ที่มีชื่อไทยว่า “อำมหิตไม่เงียบ” นำแสดงโดย แอนโทนี ฮอปกินส์ ผู้รับบท ฮานนิบอล เลคเตอร์ จิตแพทย์เจ้าเล่ห์ ฆาตกรกินเนื้อคนซึ่งถูกจำคุกตลอดชีวิต และโจดี้ ฟอสเตอร์ กับบท แคลริซ สตาร์ลิ่ง เจ้าหน้าที่ฝึกหัดของเอฟบีไอที่ไปขอความช่วยเหลือจากฮานนิบอลเพื่อจับตัวฆาตกรต่อเนื่อง บัฟฟาโล บิลล์ ที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญ ฆ่าถลกหนังเหยื่อที่เป็นผู้หญิงอย่างโหดเหี้ยม
ข่าวดีสำหรับแฟนๆ ชาวไทยเพราะ Netflix (เน็ตฟลิกซ์) นำหนังระดับตำนานขึ้นหิ้งเรื่องนี้มาให้รับชมกันในวันที่ 1 ตุลาคมที่จะถึง
The Silence of the Lambs เป็นภาพยนตร์ปี 1991 เท่ากับมีอายุครบ 35 ปี ในปี 2026 พอดี เป็นหนังแนวสยองขวัญระทึกขวัญเชิงจิตวิทยา ดัดแปลงมาจากนิยายของโทมัส แฮร์ริส
หนังใช้ทุนสร้าง 19 ล้านเหรียญ แต่ทำเงินได้สูงถึง 272.7 ล้านเหรียญ กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดอันดับ 5 ในปีที่ออกฉาย ในส่วนของรางวัล หนังเปิดตัวรอบปฐมทัศน์โลก ณ เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน โจนาธาน เดมมี ได้รับรางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยมไปครอง
ส่วนเวทีออสการ์ก็อ้าแขนรับเป็นอย่างดีเช่นกัน โดย The Silence of the Lambs กวาดรางวัลสาขาที่เรียกว่า "Big Five" ของงานมาทั้งหมด นั่นคือ ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม
เท่านั้นยังไม่พอ The Silence of the Lambs ยังเป็นภาพยนตร์สยองขวัญ (horror) เพียงเรื่องเดียวเท่านั้นในประวัติศาสตร์ออสการ์ที่ชนะรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (Best Picture)
การแสดงของแอนโทนี ฮอปกินส์ ในบทฮานนิบอล เลคเตอร์นั้นยอดเยี่ยมซะจนคนดูกลัวเขาจับจิตชนิดเอากลับไปฝันร้ายหลังจากดูจบ ขณะเดียวกัน The Silence of the Lambs ก็ช่วยปลุกกระแส เปิดประตูให้หนังฆาตกรต่อเนื่อง (serial killer) ที่เคยถูกค่ายหนังมองข้าม กลายมาเป็นแนว (genre) ที่ได้รับความนิยมถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังมีภาพยนตร์ นิยาย สารคดี true crime รายการโทรทัศน์แนวสืบสวนเจาะจิตฆาตกรถือกำเนิดตามมาอย่างมากมาย
แต่ถึงเวลาจะผ่านมานานถึง 35 ปี เมื่อมีการจัดอันดับภาพยนตร์ Serial Killer ที่ดีที่สุดตลอดกาล The Silence of the Lambs ก็ยังคงครองอันดับ 1 ในลิสต์ของนักวิจารณ์แทบจะทุกสำนักตราบจนทุกวันนี้ โดยมี Seven ของเดวิด ฟินเชอร์ แย่งตำแหน่งไปได้บ้างในบางสำนัก
ทั้งนี้ ปัจจัยที่ทำให้ The Silence of the Lambs มีความยอดเยี่ยมนั้นประกอบด้วย การแสดงที่ดี ผู้กำกับยอดเยี่ยม และวัตถุดิบชั้นเลิศ
โทมัส แฮร์ริส ผู้ประพันธ์นิยายต้นฉบับ ทำการศึกษาคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริงมาอย่างถี่ถ้วน รวมถึงศึกษาการทำงานของแผนกพฤติกรรมศาสตร์ของเอฟบีไอเป็นอย่างดี โดยเขาได้สัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยฯ หลายนายจนรู้รายละเอียดของการทำงานสืบสวนสอบสวนแนวทางใหม่ในยุคนั้น (ยุคปี 1980) ที่เรียกว่า criminal profiling หรือ “การจัดทำแฟ้มประวัติอาชญากร” โดยนำหลักจิตวิทยาและพฤติกรรมศาสตร์ ประกอบกับหลักฐานในที่เกิดเหตุมาวิเคราะห์นิสัย พฤติกรรม และแรงจูงใจในการก่อเหตุของคนร้าย
ขณะที่คนร้ายในนิยายของโทมัส แฮร์ริส (Red Dragon, The Silence of the Lambs, Hannibal) เองก็มีลักษณะหลายอย่างที่เขานำมาจากฆาตกรตัวจริงหลายคน
ใครที่ยังไม่เคยรับชม The Silence of the Lambs (อำมหิตไม่เงียบ) หรือเคยดูมานานจนลืมไปแล้ว กลับมาสัมผัสความยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์เรื่องนี้กันได้ทาง Netflix ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้





