ปี 2026 คือปีของทอม ฮอลแลนด์อย่างแท้จริง เพราะนอกจากจะเป็นปีที่เขาได้แต่งงานกับแฟนสาว เซนเดยา คู่รักที่ฮอตที่สุดของวงการฮอลลีวูดแล้ว ทอมยังมีผลงานภาพยนตร์ระดับเมกะฮิตออกฉายถึงสองเรื่องติดต่อกัน นั่นคือ The Odyssey และ Spider-Man: Brand New Day
ล่าสุดมีรายงานว่าเขาฟันรายได้จาก Spider-Man: Brand New Day อย่างน้อย 100 ล้านเหรียญ หรือกว่า 3,200 ล้านบาท
โดย The Wrap สื่อบันเทิงชั้นนำของสหรัฐฯ รายงานอ้างแหล่งข่าววงในที่รู้รายละเอียดข้อสัญญาของทอมว่า เขาได้รับเงินล่วงหน้ามาก่อนแล้ว 20 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 650 ล้านบาท) ซึ่งมากกว่าค่าตัวที่ได้รับจาก No Way Home หนัง Spider-Man เรื่องที่แล้วถึงสองเท่า
ทว่าความสำเร็จอย่างท่วมท้นของ Brand New Day ทำให้พระเอกหนุ่มวัย 30 ปี ชาวอังกฤษผู้นี้ได้รับโบนัสเพิ่มอีกราว 80 ล้านเหรียญ (ประมาณ 2,600 ล้านบาท) และยังไม่หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เพราะ Spider-Man: Brand New Day เพิ่งเข้าฉายได้ราว 3 สัปดาห์ แถมกระแสยังคงแรงทั่วโลก นั่นเท่ากับว่ายังสามารถเก็บเกี่ยวรายได้ต่อไปอีกพักใหญ่
โดยนับถึงวันที่ 23 สิงหาคม Brand New Day ทำรายได้ทั่วโลก 2,219 ล้านเหรียญ (ประมาณ 72,600 ล้านบาท) กลายเป็นหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลอันดับที่ 6 และมีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงว่าจะโค่น Titanic แล้วยึดอันดับ 5 มาครองได้ในเวลาไม่นาน (สถิติปัจจุบันของไททานิคอยู่ที่ 2,264 ล้านเหรียญ ห่างกันเพียง 45 ล้านเหรียญเท่านั้น)
จากค่าตัว 8 ล้าน สู่ 327 ล้าน
ทั้งนี้ ตอนที่ทอม ฮอลแลนด์รับบท Spider-Man ครั้งแรกใน Captain America: Civil War (2016) แม้จะปรากฏตัวเพียงสั้น ๆ แต่มีรายงานว่าเขาได้รับค่าตัวไปร่วม 250,000 เหรียญ (ราว 8.1 ล้านบาท) ส่วนในหนังเดี่ยวสไปเดอร์แมนสามเรื่องก่อนหน้านี้ ได้แก่ Homecoming (2017), Far from Home (2019) และ No Way Home (2021) มีรายงานว่าเขาได้รับค่าตัว 500,000 เหรียญ (16.3 ล้านบาท), 4 ล้านเหรียญ (130 ล้านบาท) และ 10 ล้านเหรียญ (327 ล้านบาท) ตามลำดับ
สัญญาฉบับแรกที่ทอม ฮอลแลนด์ทำไว้กับทางโซนี่ และมาร์เวลนั้นหมดอายุไปตั้งแต่จบเรื่อง No Way Home แล้ว ค่าตัวที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าใน Brand New Day นั้นเป็นผลมาจากสัญญาฉบับใหม่ที่เพิ่งเจรจากันก่อนจะสร้างเรื่องใหม่นั่นเอง
Credit: Sony Pictures
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง The Odyssey ที่ทอม ฮอลแลนด์รับบทเทเลมาคัส ลูกชายของโอดิสซีอัสนั้น มีรายงานว่าเขาได้รับค่าตัว 10 ล้านเหรียญ ยังไม่รวมโบนัสจากยอดขายตั๋ว ซึ่งหลังจากเข้าฉายมาได้ 6 สัปดาห์ ทำรายได้ทั่วโลกอยู่ที่ 1,446 ล้านเหรียญ ครองตำแหน่งหนังทำเงินสูงสุดตลอดกาลอันดับ 20 ตามหลัง Barbie (1,447 ล้านเหรียญ) อยู่ไม่มากนัก
เกิดมาเพื่อบท “สไปเดอร์แมน”
คุณรู้หรือไม่ว่าภาพยนตร์เรื่องแรกในชีวิตของทอม ฮอลแลนด์ที่ชื่อ The Impossible (2012) มีความเกี่ยวข้องกับประเทศไทย เพราะมันเป็นเรื่องราวของครอบครัวชาวอังกฤษที่เดินทางมาประเทศไทยในช่วงที่เกิดสึนามิปี 2004 (สร้างจากเรื่องจริงของครอบครัวผู้ประสบภัยสเปน) ทอมรับบท ลูคัส ลูกชายวัย 12 ปีของนาโอมิ วัตต์ และยวน แมคเกรเกอร์
ผู้กำกับ JA Bayona พูดถึงเหตุผลที่เลือกทอมเอาไว้ว่า เพราะเขามีความเป็นมนุษย์มากกว่าคนอื่น ไม่กลัวที่จะแสดงความเปราะบางออกมา แล้วยังมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจ เข้าใจ และเศร้าไปกับความสูญเสียของคนอื่น ๆ แบบเป็นธรรมชาติ ไม่ต้องฝืนหรือเค้นออกมา
หลังจากนั้นทอมก็เล่นหนังอีก 2-3 เรื่องแต่ไม่ดังนัก จึงสามารถพูดได้ว่าบท Spider-Man เปลี่ยนชีวิตของเขาจริง ๆ เพราะนอกจากหน้าที่การงานอันรุ่งโรจน์ กลายเป็นนักแสดงเบอร์ต้น ๆ ของวงการแล้ว ทอมยังได้คู่ชีวิตจากหนังเรื่องนี้ด้วย
Credit: @SpiderManMovie
โดยหลังจากที่แอนดรูว์ การ์ฟิลด์อำลาบทสไปเดอร์แมนไปในปี 2014 ทางโซนี่ (ผู้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ Spider-Man) ได้คุยกับทางมาร์เวลว่าจะนำซูเปอร์ฮีโร่ตัวนี้ผนวกเข้าไปในจักรวาลภาพยนตร์มาร์เวล (MCU) ด้วยดีหรือไม่ แล้วจะหาใครมารับบทนี้ดี
ในช่วงเฟ้นหาคนมารับบทสไปดี้คนใหม่ มีข่าวกระเซ็นกระสายออกมาตลอดว่าเป็นนักแสดงคนนั้นบ้างคนนี้บ้าง บุคคลในข่าวลือมีทั้งคนดังอย่าง Timothée Chalamet และ Asa Butterfield ทอมให้สัมภาษณ์นิตยสาร Esquire เอาไว้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากมาก เพราะมันเหมือนกับการเดินไปบนถนนแล้วทุกคนเข้ามาพูดกับคุณว่า “หวังว่านายจะไม่ได้บทนี้นะ” เขารู้สึกเหมือนไม่มีใครอยากให้เขาเป็นสไปเดอร์แมนเลย
แต่พอได้รับเลือกแล้ว การถ่ายหนังสไปเดอร์แมนเรื่องแรกเปรียบเหมือนการเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับทอมที่ได้ออกจากบ้านเป็นครั้งแรก ได้พบเพื่อนใหม่ แล้วทุกคนสนิทกันในเวลาที่สั้นมาก และที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ การได้พบเจอกับ เซนเดยา ผู้รับบท เอ็มเจ ที่กลายเป็นทั้งเพื่อนร่วมงาน เพื่อนในชีวิตจริงที่พัฒนามาจนกลายเป็นคู่ชีวิต
ทอมบอกว่างานของพวกเขาบางครั้งจะเกิดสถานการณ์ที่ตึงเครียดเอามาก ๆ การมีความสัมพันธ์ที่หนักแน่นมั่นคงกับเซนเดยา สามารถผ่านบททดสอบเรื่องเวลามาด้วยกัน มันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุด มันทำให้พวกเขาสามารถช่วยเหลือ ให้กำลังใจอีกฝ่ายได้ในแบบที่มีแค่พวกเขาสองคน (นักแสดงระดับ A-list ของวงการ) เท่านั้นที่จะทำได้
พอจบ No Way Home สัญญาที่ทอมเซ็นเอาไว้ตั้งแต่อายุ 18 ก็หมดลง เขาให้สัมภาษณ์นิตยสาร Esquire อย่างเปิดอกว่า ตัวเขาลังเลว่าจะรับเล่นหนังสไปเดอร์แมนเรื่องที่ 4 ซึ่งก็คือ Brand New Day ดีหรือไม่ มันถึงเวลาที่จะมูฟออนไปรับบทอื่นแล้วหรือเปล่า
“ถ้าผมยังเล่น Spider-Man อยู่หลังจากที่อายุ 30 ไปแล้ว ผมคงต้องทำอะไรสักอย่างผิดไปแน่ ๆ” คือคำที่ทอม ฮอลแลนด์เคยพูดเอาไว้ตอนให้สัมภาษณ์นิตยสาร GQ เมื่อปี 2021 ซึ่งพอมาถึงตอนนี้ทอมบอกว่าเป็นคำพูดที่งี่เง่าสุด ๆ เขาพูดออกไปโดยไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามันหมายความว่ายังไง
หากจะบอกว่าทอม ฮอลแลนด์กลับมารับบทสไปเดอร์แมนอีกครั้งเพราะ “ความรัก” บทนี้คงไม่ผิด เดสติน แดเนียล เครตตัน ผู้กำกับ Brand New Day เปิดเผยกับ Esquire ว่านักแสดงบางคนอาจหมดความกระตือรือร้นไปแล้ว (เพราะเล่นมาแล้ว 4 ภาค ถ้านับรวม Captain America: Civil War เข้าไปด้วย) แต่ทอมตรงกันข้าม เขารู้จักชื่อทุกคน มากองถ่ายตรงเวลา แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ความสุข” ที่ฉายออกมาจากตัวทอมตอนที่ถ่ายหนังเรื่องนี้
ทางฝั่งของทอมเองนั้นบอกว่าเขาใช้เวลาหลายชั่วโมงฟังรายการพอดคาสต์ ดูคลิปใน YouTube เพื่อรับฟังและค้นหาว่า “สิ่งที่แฟน ๆ ต้องการจากหนังสไปเดอร์แมนคืออะไร”
หนึ่งในนั้นคือเรื่องชุด เขาศึกษาอย่างหนักว่าคนชอบอะไรในชุดสไปเดอร์แมนที่โทบีย์ แมคไกวร์ และแอนดรูว์ การ์ฟิลด์ใส่ แล้วนำสิ่งนั้นมาออกแบบชุดของตัวเองใน Brand New Day โดยทีมงานออกแบบให้เข็มขัดต่ำลงมาหน่อยเพื่อให้ช่วงลำตัวยาวขึ้น เช่นเดียวกับรองเท้าบูตที่ออกแบบให้ขาของเขาดูยาวขึ้น
ปัจจุบัน ทอม ฮอลแลนด์ไม่ได้เป็นนักแสดงอย่างเดียว เขาเปิดบริษัทโปรดักชันชื่อ Billy17 และบริษัทเบียร์ระดับพรีเมียมที่ปราศจากแอลกอฮอล์ ยี่ห้อ Bero ในปี 2024 สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ทอมสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมาจากการเลิกดื่มของตัวเอง
“ผมเพิ่งมาเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าตัวเองมีปัญหาหนักขนาดไหนจากการดื่มแอลกอฮอล์เอาก็ตอนที่ผมเลิกมันได้แล้วนี่เอง” ทอมให้สัมภาษณ์นิตยสาร Food & Wine เอาไว้
บุคลิกของ ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ในหนังอาจจะดู alert พูดไม่หยุด หรือแม้แต่ตัวของทอม ฮอลแลนด์เองในยามออกสื่อ โปรโมทหนังร่วมกับเพื่อนนักแสดงคนอื่น เขาจะเป็นคนสนุกสนาน สร้างเสียงหัวเราะให้บรรยากาศดูผ่อนคลายเสมอ
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทอมเป็นคนรักความสงบ รักษาความเป็นส่วนตัวสูง เขาให้สัมภาษณ์สื่อค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับระดับความดัง ความสัมพันธ์กับเซนเดยาก็เก็บเงียบมานานหลายปีก่อนจะเปิดเผยเพราะถูกปาปารัซซีแอบถ่ายรูปจูบกันในรถได้
ทุกวันนี้ทอมยังอาศัยอยู่ในบ้านย่าน Kingston ชานกรุงลอนดอน ไม่ยอมย้ายมาอยู่ฮอลลีวูดอันแสนจะวุ่นวาย เพราะมันทำให้เขาได้อยู่ใกล้ครอบครัว เล่นปาลูกดอก ดูการแข่งรถ Formula 1 กับเพื่อน และพาหมาออกไปเดินเล่นได้
ภาพวันสบาย ๆ ที่ทอม ฮอลแลนด์โพสต์ลงไอจีส่วนตัว
ในยามที่ต้องออกไปเผชิญกับโลกภายนอก เช่น การเดินสายโปรโมตหนังเรื่องใหม่ที่กำลังจะเข้าฉาย ทอมบอกว่าในยุคที่ “คำพูดของคุณถูกบิดเบือนได้ตลอดเวลา” สิ่งที่เขาทำได้คือการจัดการความรู้สึกตัวเอง และเตรียมพร้อมรับมือสิ่งที่จะเกิดขึ้นไว้ โดยเขาจะคิดไว้ล่วงหน้าว่าอาจจะเกิดความผิดพลาดอะไรขึ้นได้บ้าง และบอกกับตัวเองว่า เขาเป็นแค่เด็กหนุ่มจากลอนดอน และตื่นเต้นที่ได้ไปปรากฏตัวที่นั่น
แม้แต่กับบทที่ “แจ้งเกิด” ทำเงินหลายพันล้านให้เขาอย่าง “สไปเดอร์แมน” ทอม ฮอลแลนด์ก็ไม่ได้ยึดติด สามารถวางมันลงได้อย่างง่ายดาย เขาบอกว่ามีการพูดคุยถึงอนาคตของภาพยนตร์ Spider-Man กับผู้สร้างเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว
โดยเขาอยากเป็นพี่เลี้ยงให้สไปดี้คนใหม่ แบบเดียวกับที่ โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์เป็นครูให้เขาระหว่างถ่ายหนังสามเรื่องแรก ไม่ต่างจากอะไรกับการที่ Iron Man เปรียบเสมือนพ่อของปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ในภาพยนตร์เลย



