วันจันทร์ ที่ 24 สิงหาคม 2569

Login
Login

‘Niu Lai’ หนังจีนที่ ‘ห่วยจนดัง’ เมื่อผู้ชมเบื่อ AI ที่ไร้จิตวิญญาณ โหยหาความเป็นมนุษย์

แม้ “Niu Lai” (牛来 - หนิวหลาย) ภาพยนตร์แอนิเมชันของจีน จะถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ามีคุณภาพย่ำแย่ “ระดับหายนะ” แต่ภาพยนตร์เรื่องนี้กลับทำรายได้รวมพุ่งทะลุ 17.1 ล้านหยวน หรือประมาณ 82.3 ล้านบาท กลายเป็นหนึ่งในหนังแอนิเมชันที่ทำเงินสูงสุด 10 อันดับแรกของจีนในปีนี้ ทั้งที่ในวันเปิดตัวมีผู้เข้าชมเพียง 12 คน และช่วง 10 วันแรกที่เข้าฉายทำรายได้ไปเพียง 10,000 หยวน หรือราว 48,000 บาทเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดเป็นผลมาจากกระแสโซเชียล

Niu Lai เป็นผลงานการผลิตของสองแม่ลูก “ซุน ลี่ฟาง” และ “ซิน อวี่เหมิง”  โดยอวี่เหมิง ผู้เป็นลูกเคยเป็นมัณฑนากรมาก่อน และไม่มีพื้นฐานด้านภาพยนตร์เลย ทำหน้าที่ดูแลทั้งการกำกับ การสร้างแบบจำลอง 3 มิติ แอนิเมชัน การตัดต่อ และการพากย์เสียงตัวละครชายถึงสิบตัว 

ขณะที่ลี่ฟาง ผู้เป็นแม่และผู้ร่วมสร้างสรรค์ เรียนรู้การเขียนบทด้วยตัวเองตั้งแต่ต้น พากย์เสียงตัวละครหญิงทั้งหมด อีกทั้งยังแต่งทำนอง เนื้อเพลง และร้องเพลงประกอบตอนจบของภาพยนตร์อีกด้วย

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ใช้เวลาในการสร้างสรรค์ผลงานนานกว่า 5 ปี ด้วยเงินทุนไม่ถึง 1,600 หยวน (ราว 7,800 บาท) นับว่าเป็นผลงานที่ทำด้วยความรักอย่างแท้จริง ภายใต้ชื่อบริษัท ต้าเหลียน จิงหยวน ภาพยนตร์เชิงวัฒนธรรมและสื่อโทรทัศน์ ซึ่งเดิมทีบริษัทนี้เป็นบริษัทออกแบบและตกแต่งภายในมาก่อน จึงตอบได้ว่าทำไมงานกราฟิก 3D ถึงดูดิบและโบราณ

เมื่อผู้จัดจำหน่ายภาพยนตร์ ซึ่งเป็นเพื่อนของอวี่เหมิง ผู้เป็นลูก ได้เห็นผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ พวกเขาแนะนำว่า ไม่ควรเอาหนังเรื่องนี้ออกฉายในโรงภาพยนตร์ เนื่องจากคุณภาพหนังยังไม่ดีมากนัก แต่เขาก็ไม่อยากให้ความพยายามห้าปีสูญเปล่า จึงดำเนินการขอใบอนุญาตฉายภาพยนตร์ด้วยตนเอง จน Niu Lai ออกฉายในที่สุด

‘Niu Lai’ หนังจีนที่ ‘ห่วยจนดัง’ เมื่อผู้ชมเบื่อ AI ที่ไร้จิตวิญญาณ โหยหาความเป็นมนุษย์ ภาพจากภาพยนตร์ Niu Lai

ด้วยความที่เป็นหนังต้นทุนต่ำ (มาก) ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่มีการทำประชาสัมพันธ์ใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการจัดงานเปิดตัวหนัง หรือยิงทีเซอร์ มีเพียงโปสเตอร์หนึ่งแผ่นที่ใช้พู่กันหมึกวาดเท่านั้น ดังนั้น เมื่อเข้าฉายทั่วประเทศ พนักงานโรงหนังจึงจำเป็นต้องวาดโปสเตอร์โปรโมตหนังเรื่องนี้ขึ้นเอง 

Niu Lai มีความยาว 86 นาที เล่าเรื่องราวของลูกวัวตัวหนึ่งที่เรียนรู้บทเรียนชีวิตเกี่ยวกับความรัก ความกล้าหาญ และความเสียสละผ่านความฝัน โดยมีนกจาบฝนเป็นผู้ช่วย ถึงพล็อตเรื่องดูเรียบง่าย ทว่าผู้ชมส่วนใหญ่กลับพบว่าบทสนทนากลับแข็งทื่อและเข้าใจยาก ส่วนการเคลื่อนไหวของตัวละครก็ติดขัดจนน่าขัน แต่ความบกพร่องเหล่านี้กลับสร้างเสน่ห์ในแบบ “ห่วยแต่ดี” จนถูกยกย่องว่าเป็น “หนังคัลท์” แห่งยุค 

ขณะเดียวกัน ผู้ชมเริ่มเบื่อหน่ายกับคอนเทนต์ขยะจากเอไอ หรือ “เอไอสลอป” (AI Slop) ที่มีเกลื่อนโซเชียลมีเดีย เพราะถึงภาพจะดูสมบูรณ์แบบ จนบางทีก็มากเกินไปและไร้ชีวิตจิตใจ ผู้คนจึงเริ่มโหยหาผลงานดิบ ๆ ที่ไม่สมบูรณ์จากฝีมือมนุษย์ หรือที่เรียกว่า “ฮิวแมนสลอป” (Human Slop) เพื่อสื่อถึงความพยายามและความเป็นต้นฉบับที่ยังมี “จิตวิญญาณ” อยู่ในชิ้นงาน แม้ภาพภายนอกจะดูแย่เพียงใดก็ตาม

ชาวเน็ตต่างเข้าไปปั่นคอมเมนต์ บนแพลตฟอร์มรีวิวหนังอย่าง “โต้วป้าน” (Douban) โดยมักระบุว่า เป็นภาพยนตร์ที่ดีมาก ให้คะแนนเต็มสิบ และแนะนำให้ทุกคนไปดู ทั้งที่เห็น ๆ อยู่ว่างานภาพของหนังเรื่องนี้เป็นอย่างไร แต่ก็ช่วยให้ยอดตีตั๋วเข้าชมหนังเรื่องนี้พุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นภาพยนตร์ที่ทำกำไรสูงสุดตลอดกาลของจีน

‘Niu Lai’ หนังจีนที่ ‘ห่วยจนดัง’ เมื่อผู้ชมเบื่อ AI ที่ไร้จิตวิญญาณ โหยหาความเป็นมนุษย์ ภาพจากภาพยนตร์ Niu Lai

บางคนถึงกับเปรียบเทียบชื่อหนัง Niu Lai ซึ่งแปลตรงตัวว่า “วัวมาแล้ว” ว่าเป็นลางดีสำหรับนักลงทุนในตลาดหุ้น เพราะคำว่า “วัว” ในภาษาจีนสื่อถึง “ตลาดกระทิง” (bull market) หรือช่วงที่หุ้นขึ้นนั่นเอง ส่งผลให้หุ้นของหลายบริษัทที่มีคำว่า “牛” (หนิว) อยู่ในรายชื่อได้รับความสนใจจากเหล่านักลงทุน และทำให้ราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว 

จง เจียมิง ครูโรงเรียนอาชีวศึกษา มองว่าหนังเรื่องนี้คือความสดใหม่ในยุคที่ทุกอย่างถูกปรุงแต่งเกินจริง โดยเขากล่าวว่า “นี่คือหนังสำหรับผู้ที่มีหัวใจเป็นเด็ก มันเรียบง่ายและซื่อตรง เหมือนนิทานก่อนนอนสำหรับเด็ก ๆ” เขาชี้ให้เห็นว่าในขณะที่หนังฟอร์มยักษ์มักจะมีความประณีตทางภาพ แต่เรื่องราวกลับไม่สามารถดึงดูดใจผู้ชมได้ แต่ Niu Lai กลับมีความจริงใจที่สัมผัสได้

ในอีกด้านหนึ่ง หนังเรื่องนี้กลายเป็นเครื่องมือในการแกล้งเพื่อนของคนรุ่นใหม่ ตู่ หมิงสี่ นักศึกษาวัย 19 ปี เล่าว่า “ตอนแรกผมจะแกล้งบอกเพื่อนว่า หนังเรื่องนี้เป็นหนังน้ำดี เพื่อให้พวกเขาไปดูกัน” เขากล่าวว่ากระแสนี้ ก็เหมือนกับเทรนด์แปลก ๆ ที่อธิบายไม่ได้ว่าตลกอย่างไร แต่คนหนุ่มสาวก็พร้อมจะกระโดดเข้าหา เพียงเพราะมันเป็นกระแสที่ดู “ประหลาด” และน่าสนใจ 

ความสำเร็จอย่างถล่มทลายทำให้ Niu Lai สามารถกลายเป็นคู่แข่งกับหนังฟอร์มยักษ์อย่าง “The Odyssey” ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน บนตารางบ็อกซ์ออฟฟิศที่เข้าฉายในช่วงเดียวกัน 

ปรากฏการณ์นี้สร้างความประหลาดใจให้แก่ผู้คนในวงการอย่างมาก เพราะมันแสดงให้เห็นว่าพลังของ “มีม” และกระแสสังคมสามารถผลักดันให้งานที่ดูไร้ค่ากลายเป็นสินค้าที่ตลาดโหยหาได้ 

หลังจากความสำเร็จของ Niu Lai  ภาพยนตร์เรื่องแรกของค่าย อวี่เหมิงเดินหน้าสร้างแอนิเมชันเรื่องใหม่ทันที ในชื่อว่า “หยางเกา” (羊高)

อย่างไรก็ตาม สื่อรัฐบาลอย่าง Beijing News กลับไม่ขำด้วยและออกมาเตือนว่าการที่โรงภาพยนตร์เพิ่มรอบฉายหนังที่ “ไม่ได้มาตรฐาน” เช่นนี้ อาจทำให้สูญเสียความเชื่อมั่นจากผู้ชมได้ สื่อดังกล่าวระบุว่าโรงหนังควรทำหน้าที่เป็น “ผู้คัดกรอง” นำเอาแต่หนังมีคุณภาพมาฉาย แทนที่จะปล่อยให้หนังอย่าง Niu Lai ออกฉาย

Niu Lai แสดงให้เห็นว่าความสมบูรณ์แบบไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป หนังที่สร้างด้วยคนเพียงสองคนและเงินทุนอันน้อยนิด แต่เต็มไปด้วยความตั้งใจ สามารถสร้างผลกำไรได้มหาศาล และพิสูจน์ให้เห็นว่าในยุคที่เอไอครองโลก “ความไม่สมบูรณ์” และ “จิตวิญญาณความเป็นมนุษย์” ยังคงมีค่าและเป็นสิ่งที่ผู้คนโหยหาอยู่เสมอ


ที่มา: AP NewsEuro NewsSouth China Morning PostTatler AsiaUSA Today

‘Niu Lai’ หนังจีนที่ ‘ห่วยจนดัง’ เมื่อผู้ชมเบื่อ AI ที่ไร้จิตวิญญาณ โหยหาความเป็นมนุษย์ ภาพจากภาพยนตร์ Niu Lai