หากมีการจัดอันดับคนทำหนังที่มีความเป็นมิตร เห็นอกเห็นใจ และมองมนุษย์ต่างดาวในแง่บวกคงต้องยกให้ ‘สตีเวน สปีลเบิร์ก’ เพราะนี่คือสิ่งที่เราพบได้จากหนังเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตนอกโลกเกือบทุกเรื่องของเขา ไล่มาตั้งแต่ Close Encounters of the Third Kind (1977) กับฉากไฮไลท์ ยานยูเอฟโอพยายามสื่อสารกับมนุษย์โลกผ่านการส่งสัญญาณไฟและคลื่นเสียง
E.T. the Extra-Terrestrial (1982) กับซีนจำในโลกภาพยนตร์ อีทีถูกจับโพกผ้าคลุมหน้า นั่งอยู่ในตระกร้าหน้ารถจักรยานที่หนูน้อยปั่นหนีการไล่ล่าจากมนุษย์โลกที่ต้องการจับตัวเขาไปทดลอง
ยกเว้นเพียง War of the Worlds (2005) ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับมนุษย์ที่พยายามเอาชีวิตรอดหลังเกิดเหตุมนุษย์ต่างดาวบุกโลก ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าจริง ๆ แล้วหนังเรื่องนี้เป็นภาพสะท้อนหลังเหตุการณ์ 9/11 ที่กลุ่มก่อการร้ายขับเครื่องบินพุ่งชนตึกแฝด เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ ถล่มลงมาจนมีผู้เสียชีวิตร่วมสามพันคนมากกว่า โดยเฉพาะภาพผู้รอดชีวิตที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเขม่าควัน เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง ความโกลาหลหลังเกิดเหตุการณ์
แต่พอมาถึงเรื่องล่าสุด Disclosure Day (2026) สปีลเบิร์กก็กลับไปทำหนังเอเลี่ยนในแนวทางเดิมของตัวเอง นั่นคือการให้ภาพมนุษย์ต่างดาวว่ามาอย่างสันติเพื่อสื่อสารกับมนุษย์โลก ส่วนตัวร้ายที่แท้จริงคือรัฐบาลชาติมหาอำนาจที่พยายามปกปิดการมีอยู่ของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลกต่างหาก ตบท้ายด้วยการร่ายเวทมนต์ ให้สมกับฉายา “พ่อมดแห่งฮอลลีวู้ด” ด้วยการทำให้ฉากการพบพานมนุษย์ต่างดาวคือความมหัศจรรย์ คือปาฏิหาริย์ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกท่วมท้นในใจคนดู
อย่างไรก็ตาม ต้องบอกตามตรงว่าในยุคนี้ที่คนผ่านการดูหนังมนุษย์ต่างดาวของผู้กำกับคนอื่นๆ กันมามากมายหลายต่อหลายเรื่อง Disclosure Day (วันเปิดโปง : ไขปริศนาลวงโลก) ถือเป็นหนังที่ค่อนข้างจืดชืด ไม่มีอะไรใหม่ ทั้งในเรื่องของทฤษฎีเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาจากนอกโลก ความล้ำสมัยที่ทำให้รู้สึกว้าวว่านี่คือเทคโนโลยีจากมนุษย์ต่างดาวนะ ก็ไม่มี หรือแม้แต่ฉากไล่ล่าตัวเอกก็ไม่ได้ทำให้เกิดความรู้สึกตื่นเต้นกดดันแต่อย่างใด แถมยังรู้สึกง่ายเกินไปด้วยซ้ำ
หากใครได้ดูตัวอย่างของ Disclosure Day มาแล้วต้องบอกว่าเนื้อหาในหนังแทบไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น กับเรื่องราวของ แดเนียล เคลเนอร์ (นำแสดงโดย จอช โอคอนเนอร์) ชายหนุ่มที่ขโมยเทคโนโลยีจากนอกโลกและไฟล์ลับมาจากหน่วยงานแห่งหนึ่ง เพื่อนำไปเปิดเผยให้ชาวโลกได้รับรู้ว่ามนุษย์ต่างดาวมีอยู่จริง รัฐบาลสหรัฐปกปิดเรื่องนี้มาเป็นเวลานานร่วม 79 ปีแล้ว
ขณะที่ มาร์กาเร็ต แฟร์ไชลด์ ผู้ประกาศข่าวพยากรณ์อากาศหญิงประจำสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่นในเมืองแคนซัสซิตี้ (นำแสดงโดย เอมิลี่ บลันท์) ส่งเสียงประหลาดๆ ออกมาโดยที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ หลังจากนั้นดูเหมือนว่าเธอจะ “เชื่อมจิต” กับมนุษย์ต่างดาวได้โดยอัตโนมัติ ซึ่งแดเนียลกับมาร์กาเร็ตมีความเกี่ยวข้องกันอย่างไรนั้น ในตัวอย่างก็เปิดเผยให้เห็นไปแล้วเช่นกัน
แต่อย่างน้อย สตีเวน สปีลเบิร์กยังรักษาลายเซ็นความเป็น “พ่อมดฮอลลีวู้ด” ของเขาเอาไว้ได้ด้วยการ “ร่ายเวท” สร้าง magic moment ขึ้นมาในฉาก “วันเปิดโปง” หรือ Disclosure Day เมื่อไฟล์ลับเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวถูกเปิดเผยออกมา ปฏิกิริยาของมนุษย์ที่ได้เห็นเป็นอย่างไร คุณเองจะรู้สึกแบบเดียวกันหรือไม่ต้องไปพิสูจน์กันเองในโรงภาพยนตร์
สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของภาพยนตร์เรื่องนี้คือ “การแสดงของเอมิลี่ บลันท์” ที่ฝีมือจัดจ้านเข้าถึงทุกบทบาทที่ได้รับ คุณจะรู้สึกแพนิค หลุดหัวเราะออกมา และท่วมท้นด้วยอารมณ์ความรู้สึกไปพร้อม ๆ กับตัวละครมาร์กาเร็ต แฟร์ไชลด์ และตะลึงพรึงเพริดไปกับ magic moment ช่วงเปิดโปงความจริงเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวที่สปีลเบิร์กสร้างขึ้น ซึ่งอาจจะต้องรอนานกันซักหน่อยเพราะมันอยู่ช่วงท้ายเรื่องเลย
“เรามีสิทธิ์ที่จะรับรู้ความจริง”
สามารถรับชม Disclosure Day (วันเปิดโปง : ไขปริศนาลวงโลก) ได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์


