อยากดู The Mandalorian and Grogu มาทบทวนความจำกันอีกครั้งว่า ‘โกรกู’ หรือ ‘เบบี้โยดา’ คือใคร มาจากไหน มีพลังอะไร และมีความสำคัญอย่างไรกับจักรวาล Star Wars
“The Mandalorian and Grogu แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู” ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์จาก Lucasfilm สตูดิโอผู้สร้างแฟรนไชส์มหากาพย์สงครามอวกาศ Star Wars (สตาร์ วอร์ส) กำลังลงโรงฉายในโรงภาพยนตร์บ้านเราอยู่ขณะนี้
สำหรับคนที่เป็นแฟนมหากาพย์สงครามอวกาศ Star Wars แต่ยังไม่เคยรับชมซีรีส์ The Mandalorian ทาง Disney+ มาก่อนอาจจะยังไม่รู้ที่มาที่ไปว่า เบบี้โยดา (Baby Yoda) หรือ โกรกู (Grogu) ที่กลายมาเป็นขวัญใจคนทั้งโลกเพราะความน่ารักสุดแสนจะคิวท์นั้นมีความเป็นมาอย่างไร
วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จัก หรือทบทวนเรื่องราวของ โกรกู (Grogu) กันก่อนไปรับชม The Mandalorian and Grogu ในโรงภาพยนตร์
โกรกู (Grogu) หรือ เบบี้โยดา ปรากฏตัวเป็นครั้งแรกในซีรีส์ The Mandalorian (2019) ทาง Disney+ ที่พูดถึงช่วง 5 ปีให้หลังเหตุการณ์ในภาพยนตร์ Return of the Jedi ที่จักรวรรดิ (Empire) ล่มสลายลงด้วยฝีมือของกองทัพกบฏที่นำโดย ลุก กับ เลอา สกายวอล์กเกอร์ จักรวาลได้รับการปกป้องโดยสาธารณรัฐใหม่
"ดิน จาริน" (Din Djarin) เป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับการเลี้ยงดูจากชาวแมนดาลอเรี่ยน ชนเผ่านักรบที่เก่งกาจที่สุดในจักรวาล สวมชุดเกราะที่มีหมวกคลุมตลอดทั้งใบหน้า มีช่องดวงตาเป็นรูปตัว T มีกฏอันเคร่งครัดว่าจะไม่ถอดหน้ากากเหล็กให้ผู้ใดเห็นใบหน้าตลอดชีวิต แต่แมนดาลอเรี่ยนก็เป็นอีกหนึ่งเผ่าพันธุ์ที่ถูกจักรวรรดิกวาดล้างจนแทบสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ ต้องหลบซ่อนตัวจากโลกภายนอก
จารินเติบโตมาเป็นนักล่าที่เก่งกาจที่สุดแห่งสมาคมนักล่าค่าหัวบนดาวเนวาร์โร วันหนึ่งเขาตัดสินใจรับงานนอกระบบที่ให้ค่าตอบแทนสูง นั่นคือ การจับตัวเป้าหมายปริศนาค่าตัวแพงลิบทำให้ต้องต่อสู้แย่งชิงกับนักล่ารายอื่นอย่างถึงพริกถึงขิง แต่สุดท้ายเขาก็เป็นผู้ชนะ สามารถจับตัวโกรกูมาได้สำเร็จ
ทว่าหมาป่าเดียวดายอย่างจารินกลับพ่ายแพ้ให้กับความน่ารักบริสุทธิ์ของเบบี้โยดา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่โกรกูใช้พลังช่วยให้เขารอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด จารินตัดสินใจทรยศผู้ว่าจ้างเพื่อปกป้องโกรกู ทำให้ทั้งคู่ต้องระหกระเหเร่ร่อน เดินทางไปทั่วกาแล็กซี่เพื่อหลบหนีการตามล่าจากกองกำลังจักรวรรดิ เปลี่ยนสถานะตัวเองจากผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่าแทน
ระหว่างหลบหนี จารินก็ตามหาอัศวินเจไดไปด้วยเพื่อนำตัวโกรกูไปฝากให้ดูแล ด้วยความเชื่อว่าน่าจะสามารถดูแลเด็กน้อยคนนี้ได้ดีกว่าตัวเขา
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่า The Mandalorian จะดำเนินมาถึง 3 ซีซั่นแล้วแต่ประวัติความเป็นมาของโกรกูก็ยังคงเต็มไปด้วยปริศนาลึกลับ โดยสิ่งที่ปะติดปะต่อได้จากการภาพยนตร์ Star Wars และซีรีส์ The Mandalarian มีดังนี้
-
“โกรกู” (Grogu) คือชื่อจริงของ “เบบี้โยดา” (Baby Yoda) ที่คนดูเรียกกันในตอนแรกเพราะยังไม่รู้ชื่อ
-
สาเหตุที่ถูกเรียกว่า “เบบี้โยดา” ก็เพราะว่าเขาเป็นเด็กน้อยเผ่าพันธุ์เดียวกับ “โยดา” (Yoda) ปรมาจารย์เจไดที่ทรงพลังที่สุดคนหนึ่งในจักรวาล Star Wars ผู้ดำรงตำแหน่งผู้อาวุโสสูงสุดในสภาเจได
-
เผ่าพันธุ์นี้มีเอกลักษณ์โดดเด่นตรงรูปร่างเล็ก ผิวเขียว ใบหน้าเหี่ยวย่นเหมือนคนแก่ หูแหลมกางออกสองข้าง ตากลมโตกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของใบหน้า
-
“โยดา” เป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้พลัง "ฟอร์ซ" ขณะที่โกรกูเองก็มีความอ่อนไหวต่อพลังฟอร์ซเป็นอย่างมากเช่นกัน ทำให้เขาตกเป็นเป้าหมายการตามล่าจากจักรวรรดิ และนักล่าฆ่าหัวต่าง ๆ ที่ต้องการนำตัวเขาไปใช้ประโยชน์ จน “ดิน จาริน” ต้องเข้ามาปกป้อง ทำให้เกิดสายสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างกัน
-
โกรกูเติบโตมา ณ วิหารเจได (Jedi Temple) ที่ Coruscant ได้รับการฝึกฝนทักษะแบบเดียวกับอัศวินเจไดทั้งหลาย แต่หลังเหตุการณ์ Order 66 ที่จักรวรรดิสั่งฆ่าล้างบางเหล่าอัศวินเจไดให้สิ้นซาก โกรกูได้ถูกพาตัวออกไปนอกโลก หลบซ่อนตัวอยู่กับปรมาจารย์เจได Kelleran Beq ต้องปกปิดความสามารถในการใช้พลังฟอร์ซเพื่อความอยู่รอด เพราะหลังเหตุการณ์ครั้งนั้น ผู้ใช้พลังจะถูกตามล่า
-
หลังจากหลบซ่อนตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวมานานหลายปี โกรกูถูกแก๊งอาชญากรจับตัวไปยังดาวเคราะห์ Arvala-7 อันไกลโพ้น ก่อนจะถูก “ดิน จาริน” และหุ่น IG-11 จับตัวเอาไว้ ระหว่างที่เดินทางไปด้วยกัน สายสัมพันธ์ระหว่างทั้งคู่ค่อย ๆ พัฒนาจาก “ปกป้องเพราะต้องการค่าหัว” ในตอนแรก กลายเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งไม่ต่างจากพ่อกับลูก
-
การเดินทางไปทั่วกาแล็กซี่ เผชิญกับอุุปสรรคภยันตรายต่าง ๆ ทั้งจากนักล่าฆ่าหัวด้วยกันเอง และคนของจักรวรรดิมาด้วยกันค่อย ๆ ทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างจารินกับโกรกูแน่นแฟ้นขึ้น อีกทั้งยังทำให้ทั้งคู่เข้าใจถึงอิทธิพลที่แต่ละฝ่ายมีต่อกัน
-
ระหว่างเดินทาง โกรกูกับจารินได้พบกับ อาโซก้า ทาโน่ (Ahsoka Tano) อดีตอัศวินเจไดที่มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้โค่นล้มการปกครองของจักรวรรดิ ทาโน่รับรู้ถึงพลังอำนาจที่เบบี้โยดามีอยู่จึงช่วยชี้แนะแนวทางให้ พร้อมเฉลยว่าเขาเคยได้รับการฝึกฝนที่ Jedi Temple มาก่อน และมีชื่อจริงว่า “โกรกู”
-
อย่างไรก็ตาม ทาโน่ไม่สามารถฝึกฝนโกรกูให้เป็นอัศวินเจไดได้ จึงแนะนำให้จารินพาเขาไปที่วิหารเก่าแก่บน Tython เพื่อรับการฝึกจากอัศวินเจไดคนอื่นแทน
-
ในตอนท้าย The Mandalorian ซีซั่น 2 เราจะเห็นว่าดิน จารินอนุญาตให้โกรกูไปฝึกเป็นอัศวินเจไดกับลุค สกายวอล์คเกอร์ แต่โกรกูไม่ค่อยขยันเรียน แถมยังหยุดฝึกกลางครันเพื่อกลับไปหาจาริน ใช้ชีวิตเรร่อนไปทั่วกาแล็กซี่ด้วยกันอีกครั้ง
-
จารินรับโกรกูเป็นศิษย์เผ่าแมนดาลอเรี่ยน สอนความรู้ ทักษะความสามารถต่าง ๆ ให้ โดยในตอนจบ The Mandalorian ซีซั่น 3 โกรกูถูกจารินรับเป็นบุตรบุญธรรมอย่างเป็นทางการแล้ว นอกจากนี้เขายังหาลู่ทางทำมาหากินที่ไม่เป็น “สีเทา” แบบเดิม เพราะไม่อยากให้ลูกชายตกอยู่ในอันตราย
-
ส่วนข้อสงสัยที่ว่า “โกรกู” มีความเกี่ยวข้องกับ “ปรมาจารย์โยดา” หรือไม่นั้น ข้อมูลปัจจุบันยังไม่สามารถบ่งบอกได้แน่ชัด โดยที่ผ่านมาเราได้เห็นเผ่าพันธุ์พิเศษนี้เพียงแค่ 3 ราย นอกจาก โยดา และโกรกู แล้วยัง ยาดเดิล (Yaddle) ที่ปรากฏตัวใน Episode I: The Phantom Menace และ Star Wars: Tales of the Jedi เท่านั้น
-
จอน เฟฟโร (Jon Favreau) ครีเอเตอร์ The Mandalorian ยืนยันว่า โกรกู เป็นตัวละครมีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อจักรวาล Star Wars ในอนาคต ซึ่งเราคงต้องติดตามปริศนาที่จะค่อย ๆ เฉลยออกมากันต่อไป
ในส่วนของภาพยนตร์ The Mandalorian and Grogu (แมนดาลอเรี่ยนและโกรกู) นั้นเป็นผลงานการกำกับของ Jon Favreau นำแสดงโดย Pedro Pascal ผู้กลับมารับบท ดิน จาริน ดังเดิม และ Sigourney Weaver ได้รับการถ่ายทำสำหรับระบบ IMAX® โดยเฉพาะ รับประกันความตื่นตาตื่นใจทั้งงานภาพและงานเสียง สามารถรับชมได้แล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์
ส่วนผู้ที่อยากดูซีรีส์ The Mandalorian เพื่อปูพื้นก่อนดูภาพยนตร์ หรือกลับไปทบทวนเนื้อเรื่องที่ลืมไปแล้วอีกครั้ง สามารถรับชมซีซั่น 1-3 ได้ทาง Disney+

