ขึ้นชื่อว่าหนังเนปาล ถ้าไม่ใช่คอหนังจริงๆ คงหาดูไม่ได้ง่ายนัก เมื่ออุทยานการเรียนรู้ TK Park เปิด Contemporary World Film Series 2026 ด้วยภาพยนตร์จากประเทศนี้ หนังเล่าโลกก็ต้องไม่พลาด
“HIJO AJA KA KURA” (The Big Conversation) ภาพยนตร์ปี 2025 ผลงานการกำกับของ Sakar Pant บอกเล่าเรื่องราวของครอบครัวเนปาลสี่ครอบครัว ที่เผชิญกับเรื่องราวในชีวิตประจำวันแตกต่างกันไป เรื่องเล็กๆ ที่สุดท้ายกลายเป็นเรื่องใหญ่ เช่น การที่ลูกสาวคนเล็กของครอบครัวหนึ่งถึงวัยมีคู่แล้วยังไม่มีคู่ ตรงกับปัญหาของอีกครอบครัวหนึ่งที่ลูกชายสุดที่รักกำลังย้ายกลับจากอเมริกานี่ก็ยังไม่แต่งงานเหมือนกัน จึงเป็นหน้าที่ของแม่ที่ต้องหาหญิงสาวผู้เหมาะสมให้ แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าหนุ่มหล่ออนาคตไกลเกิดตกลงปลงใจกับแม่ม่ายลูกติด สังคมจะรับได้หรือไม่
ส่วนหนุ่มสาวที่หาคู่ได้ถูกใจไม่ต้องให้พ่อแม่จัดให้ก็มีปัญหาตรงที่สาวเจ้าอยากหนีเนปาลไปใช้ชีวิตที่เมืองนอก เมื่อหนุ่มคนรักไม่สามารถตอบสนองได้ เธอจำต้องเลือกแต่งกับชายเนปาลผู้มีสิทธิพักพิงในแคนาดาเพื่ออนาคตที่ดีกว่า
เรื่องราวความวุ่นวายใช่ว่าจะมีแต่เรื่องของหนุ่มสาว ผู้เฒ่าสูงวัยใช้ชีวิตสองตายายป่วยไข้ไร้คนดูแล ลูกชายที่ไปใช้ชีวิตในออสเตรเลียกลับมาเยี่ยมพ่อแม่เกิดคำถามว่า ควรทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่ออสเตรเลียนำครอบครัวกลับมานับหนึ่งใหม่ในประเทศบ้านเกิดดีหรือไม่ ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวที่ครอบครัวเล็กๆ ต้องเผชิญ กลายเป็น “HIJO AJA KA KURA” หรือ The Big Conversation ภายใต้ธีมใหญ่เรื่อง“ความฝันเนปาล” หรือการที่ผู้คนอยากออกไปใช้ชีวิตในต่างแดน ความฝันนี้มีประเด็นยิบย่อยให้ต้องพิจารณา
ธัน พหาทุร โอลิ (H.E. Dhan Bahadur Oli) เอกอัครราชทูตเนปาลประจำประเทศไทยเล่าว่า ที่เลือกเรื่องนี้มาฉายเหตุผลแรกคือแสดงโดย Santosh Pant ศิลปินที่โด่งดังมากๆ เขาเป็นนักแสดงและผู้กำกับระดับตำนานของวงการภาพยนตร์เนปาล ผู้กำกับ Sakar Pant ก็คือบุตรชายของ Santosh ที่พ่อลูกได้แสดงร่วมกันในเรื่องนี้ ผู้กำกับหยิบยกประเด็นร่วมสมัยมานำเสมอ เช่น ช่องว่างระหว่างวัย ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทั้งในประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้ว
“ผมจึงคิดว่าควรเลือกภาพยนตร์เกี่ยวข้องกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในทุกสังคม ทุกประเทศมาจัดฉาย” ท่านทูตกล่าว
ข้อน่าสังเกตประการหนึ่งในสายตาคนที่ดูภาพยนตร์เนปาลเป็นครั้งแรกคือ นักแสดงหน้าตาต่างสไตล์ ทั้งแบบอินเดีย แบบอาหรับ หรือแม้แต่แนวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบคนไทย ท่านทูตขยายความว่า เนปาลนั้นมีประชากรกว่า 140 ชาติพันธุ์ มีภาษาราว 125 ภาษา นั่นหมายถึงความหลากหลาย ส่งผลไปถึงวัฒนธรรม อาหาร และทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่กำลังไปได้สวย มีโรงภาพยนตร์มากมายให้คนได้ไปชม บุคลากรผ่านการฝึกฝนจากหลายๆ ประเทศ
“ก็อย่างที่คุณเห็นเรามีชาวเนปาลโพ้นทะเลมากมาย พวกเขาทำให้มีประเด็นหลากหลายมาให้ภาพยนตร์ได้นำเสนอ” ท่านทูตกล่าว
และเมื่อพูดถึงเนปาล แทบทุกคนต้องคิดถึงเทือกเขาหิมาลัย “HIJO AJA KA KURA” ก็ต้องมีฉากนี้ เมื่อคู่พระนางไปเยี่ยมโครงการฝึกทักษะแรงงานสตรีในชนบทห่างไกล ฉากหลังคือเทือกเขาหิมาลัยอันตระการตา เห็นในสารคดีหรือคลิปยูทูบก็ว่าสวยแล้ว มาเห็นในภาพยนตร์ตื่นตาตื่นใจยิ่งกว่า อย่างนี้คนไทยควรได้ชมภาพยนตร์เนปาลกันบ่อยๆ ซึ่งท่านทูตรับปากว่าจะจัดงานอื่นๆ อีกในเร็วๆ นี้เพราะการฉายภาพยนตร์เนปาลได้รับการตอบรับดีมาก แฟนคลับชาวไทยโปรดติดตามข่าว

