กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์สำหรับการถ่ายทอดสดงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 98 ประจำปี 2026 ที่เสร็จสิ้นลงไปเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (16 มีนาคม 2569) หลังจากที่ทีมงานปิดไมค์ เปิดเพลงไล่ผู้ชนะให้ลงจากเวทีทั้งที่ยังไม่พูดไม่จบถึงสองครั้งสองครา
ครั้งแแรกเกิดขึ้นกับผู้ชนะสาขาหนังสั้น ส่งผลให้โคแนน โอไบรอัน พิธีกรของงาน รีบแก้ไขสถานการณ์ด้วยการปล่อยมุก บอกให้ “โกรคู” ปรบมือแบบฝืด ๆ ฝืน ๆ แต่แล้วเหตุการณ์แบบเดิมก็ยังเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งกับทีมผู้ชนะรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมจากเรื่อง KPop Demon Hunters แถมคราวนี้ยังชัดเจน ตอกย้ำความไม่ให้เกียรติศิลปินและคนเบื้องหลังที่ไม่ได้เป็นเบอร์ใหญ่ของวงการมากกว่าเดิม บานปลายไปถึงขั้น “เหยียดเชื้อชาติ” เนื่องจากผู้ชนะทีมนี้เป็นชาวเกาหลีใต้เกือบทั้งหมด
โดยใครที่ดูงานมาตั้งแต่ต้นจะเห็นว่าผู้ชนะรางวัลสาขาอื่นที่ขึ้นมาบนเวทีก่อนหน้าทีม KPop Demon Hunters ได้พูดยาว ๆ กันหลายคนโดยไม่โดนเปิดเพลงไล่ ไม่นับรวมเรื่องที่มัวไปเสียเวลากับมุกตลกฝืดบนเวทีอยู่นมนานหลายต่อหลายช่วง แต่กลับไม่ให้เกียรติคนทำงานเบื้องหลังในวงการ ทั้งที่วัตถุประสงค์ของการจัดงานมีขึ้นเพื่อสิ่งนี้
ความตลกร้ายของเรื่องนี้คือ อีแจ (EJAE) นักร้องและนักแต่งเพลง Golden ที่ได้รับรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไปครอง กล่าวตอนขึ้นรับรางวัล (ก่อนที่จะถูกปิดไมค์ใส่) ว่า “ฉันถูกหัวเราะเยาะมาตลอดที่ชอบ Kpop แต่ตอนนี้ทุกคนพากันร้องเพลงของพวกเรา และเนื้อเพลงที่เป็นภาษาเกาหลี ฉันภูมิใจมาก”
แต่ดูเหมือนว่าการชนะรางวัลออสการ์ก็ยังไม่มากพอที่จะทำให้ไม่ถูกเหยียดอยู่ดี
อีแจร้องไห้ด้วยความตื้นตันตอนขึ้นไปรับรางวัลเพลงดั้งเดิม (Credit: REUTERS)
โมเมนต์ตอนที่หนึ่งในทีมผู้ทำเพลง Golden ยกโพยขึ้นมาอ่านก่อนจะถูกปิดไมค์ใส่ (Credit: REUTERS)
ไฮไลท์และเกร็ดงาน Oscar 2026
-
Autumn Durald Arkapaw เป็นผู้หญิงคนแรกที่ชนะรางวัลออสการ์สาขากำกับภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography) จาก Sinners
-
In Memoriam ช่วงรำลึกถึงคนในวงการที่จากไปเมื่อปีที่แล้ว มีอยู่ 3 คนที่มีคนออกมากล่าวคำอุทิศให้ นั่นคือ ผู้กำกับ ร็อบ ไรเนอร์ ที่ได้บิลลี่ คริสตัล เพื่อนของเขามากล่าวคำไว้อาลัย, ไดแอน คีตัน และแคทธรีน โอฮารา ได้ราเชล แมคอดัมส์มากล่าวคำอุทิศให้ ส่วนพระเอกตลอดกาล พอล นิวแมน ได้บาร์บารา สไตรแซนด์ที่เคยเล่นหนังด้วยกัน มากล่าวคำไว้อาลัย พร้อมร้องเพลง The Way We Were จากหนังเรื่องนี้เป็นการปิดท้าย
-
ช่วงโชว์เพลงจาก K-Pop Demon Hunters มีการแจกแท่งไฟให้คนในงานร่วมโบก ราวกับอยู่ในคอนเสิร์ตศิลปินเคป็อปจริง ๆ
-
ฮาเวียร์ บาเด็ม ที่ขึ้นมาประกาศรางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ออกมาคอลเอาท์สงครามด้วยการประกาศว่า "No to War and Free Palestine" พร้อมติดเข็มกลัดต่อต้านสงครามอันใหญ่ที่อก
-
ทิโมธี ชาลาเมต์ ที่เคยโดดเด่นถึงขั้นเป็นตัวเก็งสาขาดารานำชายจากภาพยนตร์เรื่อง Marty Supreme หลังจากชนะรางวัลไปหลายเวที แต่ด้วยความ “มั่นหน้า” ไปวิพากษ์วิจารณ์โอเปรากับบัลเลต์ด้วยถ้อยคำที่ไม่สมควรจนทำให้เกิดกระแสไม่พอใจอย่างหนัก
-
ผลที่เกิดขึ้นคือ จาก “ตัวเต็ง” กลายเป็น “แทบไม่มีซีน” ในงาน ยกเว้นตอนที่พิธีกรเล่นมุกแซวว่า "คืนนี้การรักษาความปลอดภัยค่อนข้างเข้มงวดเพราะเราได้ยินมาว่าอาจมีการโจมตีจากชุมชนโอเปร่าและบัลเลต์” ซึ่งพอประโยคนี้จบ กล้องจึงแพนไปจับหน้าทิโมธีให้ได้เห็นกันแบบชัด ๆ เป็นครั้งแรก
-
ไรอัน คูเกลอร์ ผู้กำกับ 'Sinners' ถัดผมเปียบนศีรษะเป็นรูปกีตาร์บลูส์
-
Ludwig Göransson ชนะรางวัลออสการ์สาขาเพลงสกอร์ยอดเยี่ยมในปีนี้เป็นตัวที่ 3 แล้ว โดยเขาได้มาจาก ‘Black Panther’, ‘Oppenheimer’ และ ‘Sinners’
-
KPop Demon Hunters ได้เข้าชิงออสการ์ 2 รางวัล และได้รับไปทั้งสองรางวัล นั่นคือ ภาพยนตร์แอนิเมชันยอดเยี่ยม และเพลงดั้งเดิมยอดเยี่ยม
เก็บตกภาพบรรยากาศในงาน
(Credit: REUTERS)
เชส อินฟินิตี้ กอดแสดงความยินดีกับ พอล โทมัส แอนเดอร์สัน ที่เรียกเธอว่า หัวใจของหนังและ "แม่สาวอเมริกัน"
เอมี่ แมดิแกน กับรางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม
แต่ตอนลงจากเวทีต้องให้ เอเตรียน โบรดี้ประคอง
เจสซี บักลีย์ สวยสมกับเป็นควีนของงาน
พอล โทมัส แอนเดอร์สัน ได้ออสการ์เสียที และได้ไปทีเดียว 3 ตัว





