ก้าวใหม่ของ “SEVENTEEN” ในวันที่เมมเบอร์ต้องเข้ากรม กลยุทธ์แบ่งซับยูนิต-ลุยงานเดี่ยว พร้อมความทรงจำใหม่กับคอนเสิร์ตใหญ่ที่ไทย
“SEVENTEEN” (เซเวนทีน) หรือ “เซบทีน” ของกะรัตชาวไทย เป็นกลุ่มศิลปินแถวหน้าของวงการ K-POP ภายใต้สังกัด “Pledis Entertainment” ประกอบไปด้วย “เอสคูปส์” (S.Coups) “จองฮัน” (Jeonghan) “โจชัว” (Joshua) “จุน” (Jun) “โฮชิ” (Hoshi) “วอนอู” (Wonwoo) “อูจี” (Woozi) “ดิเอท” (The8) “ดีเค” (DK) “มินกยู” (Mingyu) “ซึงกวาน” (Seungkwan) “เวอร์นอน” (Vernon) และ “ดีโน่” (Dino)
เซเวนทีนแบ่งสมาชิกออกเป็น 3 ยูนิตย่อย ได้แก่ ทีมฮิปฮอป ทีมโวคอล และทีมเพอร์ฟอร์แมนซ์ตามความถนัดของแต่คน ช่วยให้เมมเบอร์สามารถนำเสนอสไตล์ดนตรีที่หลากหลายและแสดงศักยภาพได้เต็มที่ ภายใต้คอนเซปต์ “13 สมาชิก + 3 หน่วยย่อย + 1 ทีม” โดยเป็นไอดอลที่ผลิตผลงานด้วยตัวเอง สมาชิกมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์เพลง การออกแบบท่าเต้น และการกำหนดทิศทางของวงตั้งแต่เดบิวต์ในปี 2015 แม้จะมีอายุการทำงานถึง 10 ปีแล้ว แต่พวกเขาก็ยังคงเดินหน้าผลิตผลงานอย่างต่อเนื่อง
(ซ้ายไปขวาแถวบน) เวอร์นอน, จุน, ดีเค, เอสคูปส์, ซึงกวาน, วอนอู, โฮชิ
(ซ้ายไปขวาแถวล่าง) จองฮัน, ดีโน่, มินกยู, โจชัว, อูจี, ดิเอท
ในปี 2025 เซเวนทีนประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด สามารถครองอันดับ 1 ในลิสต์ “Billboard K-pop Artist 100” โดยสมาชิกทั้ง 13 คนสามารถกวาด 13 อันดับแรกในลิสต์นี้ได้ทั้งหมด จน Billboard Korea ระบุว่าความสำเร็จในปีที่ 10 นับเป็นการก้าวสู่จุดพีคใหม่ของวง ด้วยผลงานที่ได้รับการตอบรับดีเสมอทั้งในเกาหลีใต้ สหรัฐ ญี่ปุ่นและทั่วโลก
อัลบั้มเต็มชุดที่ 5 “Happy Burstday” ที่ปล่อยออกมาในปี 2025 สร้างสถิติเป็นอัลบั้มที่มียอดขายสูงกว่า 3 ล้านชุด นับเป็นอัลบั้มที่ 7 ของพวกเขาที่ทำสถิตินี้ได้ และครองอันดับที่ 3 อัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดในปี 2025 ของชาร์ต Global Album Sales Chart ที่จัดโดยสมาพันธ์ผู้ผลิตสิ่งบันทึกเสียงระหว่างประเทศ (IFPI)
นอกจากยอดขายอัลบั้มแล้ว ผลงานด้านการทัวร์คอนเสิร์ตยังตอกย้ำความเป็นเบอร์ต้น โดยทัวร์ในปี 2025 สามารถทำรายได้รวมกว่า 120.9 ล้านดอลลาร์ และจำหน่ายบัตรได้มากกว่า 842,000 ใบ อีกทั้ง “SEVENTEEN WORLD TOUR [NEW_]” ทัวร์คอนเสิร์ตล่าสุดของพวกเขา ยังติดอันดับ 17 ในการจัดอันดับทัวร์ยอดนิยมของ Billboard อีกด้วย
“ซับยูนิต” กลยุทธ์ช่วงเมมเบอร์เข้ากรม
อย่างไรก็ตาม เมมเบอร์วงกำลังทยอยเข้ารับการฝึกทหารตามกฎหมายของเกาหลีใต้ที่ระบุว่าชายผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมต้องรายงานตัวก่อนอายุ 30 ปี ซึ่งในตอนนี้จองฮัน วอนอู โฮชิ และอูจีได้เริ่มปฏิบัติหน้าที่เรียบร้อยแล้ว
ในส่วนของสมาชิกที่ได้รับยกเว้นหรือไม่ต้องเข้ากรม มีด้วยกัน 4 คน ได้แก่ เอส.คูปส์ ลีดเดอร์ของวง ได้รับยกเว้นเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เส้นเอ็นไขว้หน้า ACL, โจชัว (สัญชาติอเมริกัน), ดิเอท และ จุน (สัญชาติจีน) สถานการณ์นี้ทำให้วงต้องวางกลยุทธ์อย่างละเอียดถี่ถ้วนเพื่อให้วงยังคงเดินหน้าต่อไปได้อย่างแข็งแกร่งในช่วงที่สมาชิกบางส่วนไม่อยู่
โฮชิ ลีดเดอร์ทีมเพอร์ฟอร์แมนซ์ได้กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า “นี่คือสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว และพวกเราได้เตรียมตัวกันมาเป็นอย่างดี เรามีโปรเจกต์มากมายที่ได้หารือกับบริษัทอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนถึงตอนนี้”
กลยุทธ์แรกที่เห็นได้ชัดคือการปล่อยอัลบั้ม “Happy Burstday” ที่มีความพิเศษด้วยการบรรจุเพลงโซโล่ของสมาชิกแต่ละคนไว้ถึง 13 เพลง และมีเพลงรวมเพียง 3 เพลง นี่เป็นความตั้งใจที่จะแสดงศักยภาพรายบุคคลก่อนที่สมาชิกส่วนใหญ่จะต้องแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตนเอง
โฮชิกล่าวต่อว่า “เราอยากแสดงความเป็นตัวของตัวเอง บุคลิก และความสามารถของสมาชิกแต่ละคนให้มากขึ้น เพื่อที่ว่าเมื่อถึงเวลาที่เรากลับมารวมตัวกันอีกครั้ง เราจะสามารถแสดงภาพลักษณ์ของเซเวนทีนที่ดียิ่งขึ้นได้”
ขณะที่ อูจี โปรดิวเซอร์หลักของวงมองว่าช่วงเวลานี้คือ “ช่วงแห่งการเตรียมตัวที่ยาวนานสำหรับอัลบั้มถัดไปที่จะดียิ่งกว่าเดิม”
นอกเหนือจากงานเดี่ยว เซเวนทีนยังปล่อยผลงานออกเป็นซับยูนิตมาตั้งแต่ช่วงปี 2024 เริ่มจาก JxW (จองฮัน x วอนอู) ที่ปล่อยซิงเกิลอัลบั้ม “This Man” ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้ากรม ตามมาด้วยHxW (โฮชิ x อูจี) ที่ปล่อยอัลบั้ม “Beam” และจัดทัวร์คอนเสิร์ตไปหลายเมืองทั้งในและต่างประเทศ และปิดปี 2025 ด้วย CxM (เอสคูปส์ x มินกยู) ที่มากับอีพี “Hype Vibes” ทำยอดขายสัปดาห์แรกได้สูงถึง 887,581 ก๊อปปี้ กลายเป็นยอดขายสูงสุดสำหรับซับยูนิตในวงการ K-POP ขณะนั้น
เปิดปี 2026 มาด้วยซับยูนิต DxS (ดีเค x ซึงกวาน) สองเมนโวคอลของวงในอัลบั้ม “Serenade” ที่เน้นโชว์พลังเสียงผ่านเพลงบัลลาด และต่อไปเป็นคิวของเวอร์นอน และดิเอท ที่เตรียมจะเปิดตัวในเดือนมิถุนายน 2026 โดยทั้งคู่มีส่วนร่วมในการผลิตอัลบั้มนี้อย่างมาก
เอสคูปส์ ลีดเดอร์ของวงกล่าวว่า “ผมคิดว่านี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับสมาชิกที่เหลือจะได้สนับสนุนซึ่งกันและกัน พร้อมสร้างสรรค์สิ่งที่ยอดเยี่ยมเพื่อแสดงให้แฟน ๆ เห็น นอกจากนี้ยังเป็นเวลาที่ดีสำหรับสมาชิกที่อาจจะเหนื่อยล้าทางร่างกายหรือจิตใจได้พักผ่อนเพื่อชาร์จพลังงาน” พร้อมกล่าวว่า “พวกเราพร้อมที่จะปฏิรูปตัวเอง เตรียมตัวให้พร้อมและก้าวเดินไปยังเส้นทางใหม่”
นอกจากผลงานเพลงแล้ว แต่ละคนก็ยังมีผลงานเดี่ยวให้ได้ติดตามกันอยู่ตลอดทั้งปี เมมเบอร์แต่ละคนได้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของสินค้าหลายแบรนด์ ในหลากหลายประเภท ตั้งแต่แฟชั่นแบรนด์เนม สินค้าลักชูรี สกินแคร์ สินค้าไลฟ์สไตล์ ขนมและเครื่องดื่มต่าง ๆ ในระดับโลก พร้อมขึ้นปกนิตยสารหลายเล่ม
อย่างเช่นมินกยูที่ถือแบรนด์ Calvin Klein (โมเดลแคมเปญเดนิม), Bulgari (แบรนด์แอมบาสซาเดอร์คนแรกประจำประเทศเกาหลีใต้), Dior (โกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์), L’Occitane (แบรนด์แอมบาสเดอร์เอเชีย), Innisfree (โกลบอลแบรนด์แอมบาสเดอร์) และ Snickers (แบรนด์แอมบาสเดอร์เอเชีย)
รวมถึงยังคงปล่อยรายการ “Going Seventeen” รายการวาไรตี้ออนไลน์ของวงอย่างต่อเนื่อง แม้ตารางการของเมมเบอร์จะแน่นก็ตาม รายการนี้มีรูปแบบที่หลากหลาย เช่น ละครสั้น ภารกิจปริศนา การโต้วาที สารคดีปลอม และเล่นเกมต่าง ๆ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นที่ชื่นชอบของแฟนคลับเท่านั้น แต่คนทั่วไปก็ชื่นชอบ กลายเป็นรายการวาไรตี้ออนไลน์แห่งชาติ (National Web Variety Show) โดยมีทั้งหมด 30 ตอนมียอดวิวเกิน 10 ล้านวิว และ 2 ตอนมียอดวิวทะลุ 20 ล้านวิว
ขณะที่ เมมเบอร์ที่เข้าไปเข้ากรม ก็มีคอนเทนต์ของตนเองให้แฟน ๆ ได้หายคิดถึงเช่นกัน อย่างเช่น วอนอูกับรายการ “EVERY WONWOO” โฮชิมีรายการ “HOSHI TAMTAM” และปล่อยเพลง “아기자기” มาเซอร์ไพรซ์แฟนคลับ เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ส่วนอูจีเพิ่งปล่อย “WOO.ZIP” อีพีแรกไป
อูจีกล่าวว่า “เราเข้าใจว่าแฟน ๆ เสียใจที่พวกเราบางคนต้องห่างไป แต่ในหมู่พวกเราเอง เราไม่ได้มองว่านี่เป็นเรื่องใหญ่โตอะไร เพราะเรารู้ดีว่าเราจะยังคงอยู่ด้วยกัน” สิ่งนี้ถูกพิสูจน์ด้วยความแน่นแฟ้นของเมมเบอร์ที่ต่อสัญญาล่วงหน้าหนึ่งปีทั้งวงตั้งแต่ปี 2021
คอนเสิร์ตใหญ่ในไทย
การสื่อสารกับแฟนคลับทั่วโลกยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เซเวนทีนจึงได้จัดทัวร์คอนเสิร์ตในชื่อ “SEVENTEEN WORLD TOUR [NEW_]” 31 รอบการแสดงใน 14 เมืองทั่วโลก โดยมาจัดแสดงที่ประเทศไทย 2 รอบในชื่อ SEVENTEEN WORLD TOUR [NEW_] IN BANGKOK เมื่อวันที่ 14-15 มี.ค. ณ สนามกีฬาแห่งชาติ (สนามศุภชลาศัย)
แม้คอนเสิร์ตนี้สมาชิกจะมาเพียง 9 คน คือ เอสคูปส์ โจชัว จุน ดิเอท ดีเค มินกยู ซึงกวาน เวอร์นอน และดีโน่ แต่ทุกคนยังคงแสดงกันอย่างเต็มที่ ส่งพลังความสนุกให้กะรัตทั่วสนามเต็มแรง มีอะไรใหม่ ๆ ให้กะรัตได้ตื่นเต้นเสมอ เริ่มต้นด้วยการเปิดตัวเมมเบอร์ในเพลง “Bad Influence” ก่อนจะต่อด้วยเพลง “HBD” และ “Thunder” ซิงเกิ้ลหลักจากอัลบั้มชุดล่าสุด
(ซ้ายไปขวาแถวบน) มินกยู, ดีเค, เอสคูปส์, ซึงกวาน, ดีโน่, จุน
(ซ้ายไปขวาแถวล่าง) โจชัว, เวอร์นอน, ดิเอท
จากนั้นทั้ง 9 คนกล่าวแนะนำตัวและทักทายแฟน ๆ ชาวไทย ซึ่งแต่ละคนก็มีประโยคภาษาไทยมาพูดคุยกันด้วย ก่อนที่จะเข้าสู่โชว์ถัดไปกับ “Domino” พร้อมส่งเวทีให้โจชัว จุน ดิเอท และเวอร์นอนในเพลง “Network Love”
หนึ่งในความพิเศษของคอนเสิร์ตรอบนี้คือ เมมเบอร์แต่ละคนจะได้แสดงเพลงเดี่ยวของตนเองบนเวทีเป็นครั้งแรก โดยเริ่มจากมักเน่ของวงอย่างดีโนกับเพลง “Trigger” (Dino solo) ตามมาด้วยโชว์สุดเท่ “Gemini” (Jun solo) จากจุน และ “Shining Star” (Vernon solo) ที่เวอร์นอนมาพร้อมกับกีตาร์
ก่อนที่ทุกคนจะออกมาโชว์เพลงจังหวะกลาง ๆ แต่กระแทกใจอย่าง “SOS” “F*ck My Life” “Love, Money, Fame” และ “Darl+ing” ซึ่งเวทีได้เคลื่อนที่มาถึงกลางสนาม ทำให้กะรัตชาวไทยได้ใกล้ชิดเมมเบอร์ทุกคนอย่างอบอุ่น และเอา “8 Times” การเต้นตามจังหวะกลองกลับมาเล่นอีกด้วย
กลับมาสู่โชว์เดี่ยวกับสมาชิกที่เหลือ เริ่มกันที่เพลงอบอุ่นจากโจชัวในเพลง “Fortunate Change” (Joshua solo) ตามมาด้วยพลังบวกเรียกรอยยิ้มจากดีเค ใน “Happy Virus” (DK solo) จากนั้นไปซึ้งกินใจกับซึงกวานกับเพลง “Raindrops” (Seungkwan solo)
จากนั้นไปสนุกกันแบบเดือด ๆ กับ “Skyfall” (The8 solo) จากอิเอท ตามมาด้วยลุคเท่ ๆ ของมินกยูใน “Shake It Off” (Mingyu solo) และปิดท้ายด้วย “Jungle” (S.Coups solo) ของเอสคูปต์
พาร์ทต่อไปทั้ง 9 คนมาพร้อมกับเพลงฮิตที่ทุกคนร้องตามได้อย่าง “Hot” “Highlight” “Rock” และ “Hit” ก่อนที่จะร้องเพลงที่กะรัตอยากฟังไม่ว่าจะเป็น “Clap” “All My Love” “Ready to Love” และ “Left & Right” ซึ่งกะรัตทั้งสนามต่างร้องคลอไปกับศิลปินได้อย่างพร้อมเพรียง และปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วย “Rock with You” ที่มาพร้อมกับพลุสีสันต่าง ๆ สุดตระการตา
เข้าสู่ช่วงอังกอร์ของคอนเสิร์ตในครั้งนี้ สมาชิกทั้ง 9 คนขึ้นรถรางที่วิ่งรอบสนามไปหาผู้ชมที่นั่งอยู่บนอัฒจันทร์ในเพลง “_World” “A-Teen” “9-Teen” และ “20” เรียกได้ว่าทั้งศิลปินและกะรัตได้สบตาเติมพลังกันอย่างทั่วถึงทั้งสนาม ก่อนที่จะกลับไปบนเวทีร้องเพลง “To You” และ “Eyes on you”
จากนั้น เข้าสู่ช่วงที่เมมเบอร์แต่ละคนได้พูดความรู้สึกที่มีต่อคอนเสิร์ตในครั้งนี้ ซึ่งทุกคนต่างขอบคุณกะรัตชาวไทยที่ไม่ลืมและมาหากัน หยอดลูกอ้อนเป็นภาษาไทยกันถ้วนหน้า โดยเฉพาะมินกยูที่พูดยาว “วันนี้สนุกมากครับ เจอกันอีกนะครับ วันนี้กลับบ้านดี ๆ นะครับ ขอบคุณครับ” (สมกับที่เป็นน้องมะม่วง) พร้อมสัญญาว่าจะรีบกลับมาจัดคอนเสิร์ตที่ไทยอย่างเร็วที่สุด
ก่อนจะร้องเพลงตามใจแฟน ๆ อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น “God of Music” “Together” “Headliner” “DON QUIXOTE” “Super” “CALL CALL CALL!” และ “Water” ซึ่งทุกคนยังคงร้องตามได้อย่างเคย จนศิลปินเอ่ยปากชม
ความสนุกเดินทางมาถึงช่วงท้าย กับเพลงชาติของวง “Very Nice” ที่ปล่อยจอย สนุกสุดเหวี่ยง ร้องซ้ำหลายรอบจนเลิกนับ แม้ศิลปินจะลาเวทีไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังต้องกลับมาร้องใหม่ส่งท้ายให้กะรัตชาวไทยอีกรอบ นับเป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่น่าประทับใจ คุ้มค่าความสนุกตลอดเวลา 4 ชั่วโมงเต็ม ช่วยเติมเต็มพลังใจให้กะรัต จนกว่าจะได้พบอีกครั้ง
แม้ช่วงหลายปีต่อจากนี้ สมาชิกจะไม่ครบ 13 คน แต่ในอีกแง่หนึ่งก็เป็นช่วงเวลาที่ให้แต่ละคนได้เติบโต ผ่านการนำเสนอสีสันใหม่ ๆ ในรูปแบบซับยูนิตและงานโซโล่ของแต่ละคน เพื่อให้วงยังคงโลดแล่นในอุตสาหกรรมดนตรีอย่างไม่หยุดนิ่ง
ด้วยความจริงใจในการผลิตผลงานและความผูกพันที่แน่นแฟ้น เซเวนทีนไม่ได้มองว่าการเข้ากรมคืออุปสรรค แต่คือก้าวที่จำเป็นสำหรับการก้าวไปสู่จุดที่ดียิ่งกว่าเดิม ดังที่อูจีกล่าวว่า “สิ่งที่เราพยายามทำก็คือการเล่าเรื่องของเราให้คนที่กำลังฟังและคนที่รักเราฟัง”
ที่มา: BillBoard, Chart Masters, Chosun Daily, Harpers Bazaar, Hollywood Reporter, IFPI, Korea Joongang Daily,Korean Herald, Rolling Stone, Tatler Asia





