วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

ทำไมเวลา ‘สัตว์’ ในหนัง-ซีรีส์ตาย ถึงทำให้คนดูเศร้ากว่ามนุษย์ตาย?

ทำไมเวลา ‘สัตว์’ ในหนัง-ซีรีส์ตาย ถึงทำให้คนดูเศร้ากว่ามนุษย์ตาย?

เวลาดูหนังหรือละคร ผู้ชมหลายคนรับได้หากตัวละครมนุษย์ในเรื่องตายหรือได้รับบาดเจ็บ แต่จะไม่โอเคทันทีเมื่อ “สัตว์” (โดยเฉพาะน้องหมา) ตกอยู่ในอันตราย ได้แต่ภาวนาให้พวกมันไม่ตาย บางคนถึงขั้นไม่สามารถทนดูต่อได้ ต้องหยุดดูทันที ความรู้สึกนี้ไม่ได้บ่งบอกว่าบุคคลนั้นเป็นคนดีหรือเลว แต่สะท้อนถึงกลไกทางอารมณ์ที่ตอบสนองต่อหัวข้อที่เฉพาะเจาะจง และกลายเป็นหัวข้อที่ได้รับความสนใจทั้งในเชิงจิตวิทยาและสังคมวิทยา

เบียทริซ คูเอร์โว นักจิตวิทยา ชี้ให้เห็นว่า “บรรทัดฐานทางศีลธรรม” กำหนดปฏิกิริยาของเราต่อสัตว์และมนุษย์นั้นมีความแตกต่างกัน แม้ว่าในทางสังคมสัตว์อาจถูกวางไว้ในตำแหน่งที่ต่ำกว่ามนุษย์ แต่ประสบการณ์และอารมณ์ส่วนบุคคลสามารถพลิกกลับลำดับความสำคัญนี้ได้ ทำให้ความทุกข์ยากของสัตว์ส่งผลกระทบต่อจิตใจผู้ชมได้มากกว่า

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยนอร์ทอีสเทิร์นและมหาวิทยาลัยโคโลราโด ได้สนับสนุนข้อเท็จจริงนี้ผ่านการทดสอบกับนักศึกษา 256 คน โดยให้ประเมินความรู้สึกต่อข่าวปลอมเกี่ยวกับการทำร้ายเหยื่อที่แตกต่างกัน ผลการศึกษาพบว่าระดับความเห็นอกเห็นใจที่มีต่อ เด็กทารก ลูกสุนัข และสุนัขโต นั้นอยู่ในระดับสูงเท่ากัน ในขณะที่เหยื่อที่เป็นชายวัย 30 ปีกลับได้รับความเห็นอกเห็นใจน้อยที่สุด ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามนุษย์มีแนวโน้มจะตอบสนองต่อเหยื่อที่ดูเปราะบาง

 

สัตว์เป็นตัวแทนของความบริสุทธิ์-ไร้เดียงสา

ดร.เลียนนา วิลสัน นักจิตวิทยาคลินิก อธิบายว่าสัตว์เป็นตัวแทนของ “ความบริสุทธิ์และไร้เดียงสา” ในสายตาของมนุษย์ เรามักมองว่าสัตว์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่สมควรได้รับความเจ็บปวดหรือความทุกข์ทรมานใด ๆ ซึ่งการฉายภาพสัตว์ในลักษณะนี้ทำให้ผู้ชมเกิดความรู้สึกปกป้องและเห็นอกเห็นใจได้ง่ายกว่าตัวละครมนุษย์ที่มีความซับซ้อน

ในทางกลับกัน ตัวละครมนุษย์ในสื่อมักถูกนำเสนอให้มีความบกพร่องและซับซ้อน ดร.วิลสันระบุว่า ไม่ว่าตัวละครมนุษย์จะดูเป็นคนดีเพียงใด แต่มักจะมีแง่มุมที่ทำให้ผู้ชมตั้งคำถามถึงแรงจูงใจหรือการกระทำได้เสมอ ความซับซ้อนนี้ทำให้การตายของมนุษย์ในสื่อดูมีเหตุมีผลหรือเป็นเรื่องที่ยอมรับได้มากกว่าการตายของสัตว์ที่เป็นตัวแทนของความดีและบริสุทธิ์โดยธรรมชาติ

มิลลิสซา อารอนสัน นักสังคมสงเคราะห์ทางจิตคลินิกเสริมว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคนและสัตว์มักจะมีรูปแบบเรียบง่ายและคาดเดาได้ มากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ด้วยกัน ผู้คนมักนิยามความรักที่ได้รับจากสัตว์ว่าเป็น “รักที่ไม่มีเงื่อนไข” ดังนั้นเมื่อเหล่าสัตว์ผู้ภักดีและซื่อสัตย์ตาย จึงสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนทางอารมณ์ได้ลึกซึ้ง

นอกจากนี้ สัตว์ในเรื่องเป็นเพียงตัวละครติดตาม ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งหลัก เมื่อสัตว์ต้องตายเพราะความผิดพลาดหรือทางเลือกของตัวละครมนุษย์ เช่น การถูกพาเข้าสู่สนามรบ หรือตัวร้ายทำร้าย ผู้ชมจะรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่งเพราะสัตว์เหล่านั้นไม่มีโอกาสเลือก

การที่สัตว์มักจะถูกนำเสนอในฐานะเหยื่อที่ไร้ทางสู้ และไม่ได้เป็นผู้ก่อปัญหา ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าความตายของพวกมันเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินจำเป็น สัตว์อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังมีอันตรายเกิดขึ้น เนื่องจากความซื่อสัตย์หรือความอยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติ ความไม่รู้นี้เองที่เพิ่มระดับความน่าสงสารเมื่อพวกมันต้องกลายเป็นเหยื่อของสถานการณ์ที่ตนเองไม่ได้ก่อ

สะท้อนความกลัวในชีวิตจริง

ความเศร้าที่เกิดขึ้นอาจมาจาก การที่ผู้ชมรู้สึก “อิน” สงสารตัวละครมนุษย์ที่สูญเสียเพื่อนร่วมทาง อารอนสันระบุว่าเมื่อสุนัขหรือแมวตายในสื่อ เราไม่ได้เศร้าเพียงเพราะสัตว์ตาย แต่เรากำลังร่วมรู้สึกไปกับความสูญเสียของตัวละครที่เพิ่งเสีย “เพื่อนที่ดีที่สุด” ไป ซึ่งเป็นความรู้สึกที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงในชีวิตจริงสามารถเข้าถึงได้ง่าย

ขณะเดียวกัน การตายของสัตว์ในเรื่องยังสะท้อนภาพความกลัวในชีวิตจริง เนื่องจากการเห็นสัตว์ตายในสื่ออาจกระตุ้นความทรงจำที่เจ็บปวดจากการสูญเสียสัตว์เลี้ยงในอดีต หรือทำให้ผู้ชมต้องเผชิญกับความจริงที่น่ากังวลเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงของตนเองที่ยังมีชีวิตอยู่ สิ่งนี้ทำให้สื่อบันเทิงที่ควรจะเป็นการหลบหนีจากความจริง กลายเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนถึงความสูญเสียแทน

คูเอร์โวยังตั้งข้อสังเกตถึง “สภาวะด้านชาต่อความทุกข์ของมนุษย์” ในยุคปัจจุบัน การที่เราถูกกระหน่ำด้วยภาพโศกนาฏกรรมของมนุษย์ผ่านโซเชียลมีเดียอยู่ตลอดเวลา เช่น สงครามและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลก อาจทำให้เราเริ่มมีความรู้สึกแปลกแยกต่อความเจ็บปวดของเพื่อนมนุษย์ 

“เรายังควรตั้งคำถามว่า ในยุคที่ทุกอย่างเป็นคอนเทนต์และภาพต่าง ๆ หลั่งไหลเข้ามาทุกนาที เรากำลังเริ่มชาชินต่อความทุกข์ทรมานของมนุษย์หรือไม่ มีบางอย่างที่ผิดปรกติและเหมือนโลกดิสโทเปียเมื่อเห็นภาพจากฉนวนกาซา แล้วก็เห็นลูกสุนัขถูกทิ้ง และจากนั้นเห็นวิดีโอสอนแต่งหน้า” คูเอร์โวกล่าว

ในเชิงการเล่าเรื่อง ผู้สร้างมักใช้ความตายของสัตว์เป็น “เครื่องมือทางอารมณ์” เพื่อดึงดูดความสนใจอย่างรวดเร็ว สัตว์ตายมักถูกใช้เพื่อแสดงความโหดเหี้ยมของตัวละครฝ่ายอธรรม หรือเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่การแก้แค้นของตัวละครเอก เช่นในเรื่อง John Wick ที่ความตายของสุนัขเป็นแรงจูงใจหลักที่ทำให้ผู้ชมพร้อมจะยืนข้างพระเอกในการใช้ความรุนแรงเพื่อแก้แค้น

อย่างไรก็ตาม ผู้กำกับบางคนมีจุดยืนที่ชัดเจนต่อเรื่องนี้ เช่น เควนติน แทแรนติโน ที่ระบุว่าเขาจะไม่ข้ามเส้นไปสู่การแสดงภาพ การทารุณกรรมสัตว์ ในภาพยนตร์ของเขา แม้ว่างานของเขาจะเต็มไปด้วยความรุนแรงต่อมนุษย์ก็ตาม สะท้อนให้เห็นว่าแม้แต่ในแวดวงผู้สร้างภาพยนตร์สายโหด ก็ยังมีความตระหนักถึงความอ่อนไหวเป็นพิเศษในประเด็นนี้

ความโศกเศร้านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สัตว์ที่มีอยู่จริง แต่ลามไปถึง สัตว์ในจินตนาการหรือ CGI ด้วย คูเอร์โวอธิบายว่าหากเรื่องราวถูกเล่าอย่างมีชั้นเชิงและผู้ชมระบุตัวตนร่วมกับตัวละครได้ พวกเขาจะเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนั้นไม่ว่าจะเป็นมังกรหรือสัตว์ในตำนานก็ตาม เพราะสิ่งที่มนุษย์ตอบสนองคือ “คุณลักษณะ” และ “ความสัมพันธ์” ที่ถูกสร้างขึ้นในเรื่อง

ด้วยความอ่อนไหวต่อประเด็นนี้ ทำให้เกิดเว็บไซต์ DoesTheDogDie.com เพื่อให้ผู้ชมสามารถตรวจสอบข้อมูลล่วงหน้าได้ว่า สื่อที่ต้องการจะดูนั้นมีความรุนแรงใด ๆ อยู่บ้าง ซึ่งไม่ได้มีเพียงแค่การตายของสัตว์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรุนแรงทุกประเภท ช่วยให้ตัดสินใจว่าจะรับชมสื่อนั้นหรือไม่ เพราะผู้ชมจำนวนมากพร้อมจะปฏิเสธการดูหนังหากทราบว่ามีสัตว์ตายในเรื่อง

เหตุผลที่เรายังคงรับชมเนื้อหาที่ทำให้เศร้าอาจอยู่ที่การแสวงหา “การระบายอารมณ์” (Catharsis) การสัมผัสความสูญเสียผ่านเรื่องราวของสัตว์ในพื้นที่ที่ปลอดภัย ช่วยให้ผู้ชมได้ประมวลผลความรู้สึกของตนเอง และส่งเสริมความเข้าใจในความซับซ้อนของชีวิต แม้จะเจ็บปวด แต่มันก็ช่วยเพิ่มพูนความเห็นอกเห็นใจและการเติบโตทางจิตใจ

ในยุคดิจิทัลที่ผู้คนมีสมาธิสั้นลง สื่อมักจะออกแบบเนื้อหาที่เกี่ยวกับสัตว์ เพื่อกระตุ้นอารมณ์อย่างรวดเร็ว ความตายของสัตว์ในจอจึงถูกใช้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยดึงผู้ชมออกจากความเพิกเฉยต่อสิ่งรอบตัว และสร้างการมีส่วนร่วมทางอารมณ์ให้เกิดขึ้นทันที น้ำตาเหล่านั้นไม่ได้เป็นเพียงการตอบสนองต่อสิ่งเร้าในหน้าจอ แต่เป็นเครื่องยืนยันถึงความลึกซึ้งของความเป็นมนุษย์ที่ยังคงให้คุณค่าแก่ความรักที่ไม่มีเงื่อนไขและความไร้เดียงสาในโลกที่เต็มไปด้วยความซับซ้อน


อ่านต่อ: El PaisMovie WebPop Sugar