อังกฤษ ปี ค.ศ. 1580 วิลเลียม เชกสเปียร์ ครูสอนภาษาละตินผู้ยากไร้ ได้พบกับ แอ็กเนส หญิงสาวผู้รักอิสระ ทั้งสองตกหลุมรักกันอย่างลึกซึ้งและเร่าร้อน จนนำไปสู่การแต่งงานและมีบุตรด้วยกันสามคน แต่ขณะที่วิลล์มุ่งไล่ตามเส้นทางอาชีพการละครที่กำลังเริ่มต้นในลอนดอนอันห่างไกล แอ็กเนสกลับต้องยืนหยัดดูแลบ้านและครอบครัวเพียงลำพัง
เมื่อโศกนาฏกรรมเข้ามาเปลี่ยนชีวิต ความผูกพันที่เคยมั่นคงของทั้งคู่ถูกทดสอบอย่างหนัก ทว่าประสบการณ์ร่วมกันนั้นเองได้ปูทางไปสู่การกำเนิดผลงานชิ้นเอกเหนือกาลเวลาของเชกสเปียร์อย่าง Hamlet
พบกับภาพยนตร์ Hamnet (แฮมเน็ต) จาก Focus Features และผู้กำกับเจ้าของรางวัลออสการ์ โคลอี้ เจา (Nomadland, The Rider) ที่ถ่ายทอดโศกนาฏกรรมในครอบครัวของกวีเอกด้วยความละเอียดอ่อนและงดงาม ว่าด้วยความซับซ้อนของความรัก และพลังแห่งการเยียวยาของศิลปะและความสร้างสรรค์
Hamnet สร้างจากนวนิยายรางวัลของ แม็กกี โอฟาร์เรลล์ ดัดแปลงเป็นบทภาพยนตร์โดย โคลอี้ เจา และ โอฟาร์เรลล์ นำแสดงโดย เจสซี บัคลีย์ (ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ จาก The Lost Daughter), พอล เมสคัล (ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ จาก All of Us Strangers), เอมิลี วัตสัน (ผู้เข้าชิงรางวัลออสการ์ จาก Hilary and Jackie, Breaking the Waves) และ โจ อัลวิน (The Brutalist)
Hamnet คือแรงบันดาลใจของ Hamlet
Hamnet (แฮมเน็ต) คืออะไร ทำไมถึงออกเสียงคล้ายคลึงกับ Hamlet (แฮมเล็ต) ผลงานชิ้นเอกของวิลเลียม เชกสเปียร์?
Hamnet คือชื่อบุตรชายวัย 11 ขวบของเชกสเปียร์ที่เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1596 นักวิชาการจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าเชกสเปียร์นำความโศกาอาดูรที่ต้องสูญเสียพลัดพรากจากลูกชายอันเป็นที่รักมาถ่ายทอดเป็นบทละครเรื่อง Hamlet เพราะคำว่า Hamnet และ Hamlet นั้นสามารถใช้แทนกันได้ในยุคนั้น
ส่วนนิยาย Hamnet ของแม็กกี โอฟาร์เรลล์ (Maggie O'Farrell) นั้นได้รับการตีพิมพ์ในสหราชอาณาจักร ปี 2020 ก่อนที่โคลอี้ เจาจะหยิบมาสร้างเป็นหนังที่กำลังลงโรงฉายอยู่ในบ้านเราขณะนี้ โดยภาพยนตร์ Hamnet กวาดรางวัลมาแทบทุกเวที และได้เข้าชิงรางวัลออสการ์ 8 สาขา รวมถึง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ผู้กำกับยอดเยี่ยม นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ดัดแปลงยอดเยี่ยม
นิยายของแม็กกี โอฟาร์เรลล์บอกเล่าถึงชีวิตของวิลเลียม เชกสเปียร์ในฐานะผู้ชายธรรมดาที่หลงรักหญิงสาวผู้รักอิสระ แอ็กเนส การแต่งงาน มีลูกของทั้งคู่ และการสูญเสียบุตรชาย แฮมเน็ต ซึ่งเป็นแรงขับดันให้เขาเขียนบทละครโศกนาฏกรรมเรื่องแฮมเล็ตออกมา
นอกจากจะให้ภาพชีวิตของคนในยุคทิวดอร์แล้ว Hamnet ยังมีกลิ่นอายความลึกลับผ่านตัวตนของแอ็กเนส ผู้มีความเชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพร และมีเซนส์พิเศษสามารถสัมผัสได้ถึงความลับบางอย่างในธรรมชาติ
แม็กกี โอฟาร์เรลล์ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่าเธอไม่เข้าใจ และรู้สึกเศร้าที่น้อยคนนักจะพูดถึงแฮมเน็ตเวลาเขียนชีวประวัติ และวิจารณ์งานของเชกสเปียร์ เธอจึงเขียนนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาเพื่อแสดงถึงการมีอยู่และความสำคัญของเขา โดยใส่ประสบการณ์ส่วนตัวลงไป ไม่ว่าจะเป็นความหวาดกลัวที่เกือบสูญเสียลูกน้อยวัย 4 ขวบไปด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ และการป่วยเป็นโรคไข้สมองอักเสบตอน 8 ขวบที่ทำให้เธอรู้ซึ้งว่าการป่วยติดเตียงเป็นอย่าไร
Hamnet ยังเล่าถึงการต่อสู้กับความเจ็บไข้ได้ป่วยของเด็ก ๆ ในยุคนั้น ตลอดจนผลกระทบด้านจิตใจที่ตามมาภายหลังการเจ็บป่วย และการเสียชีวิตของคนในครอบครัว โดยแม็กกี โอฟาร์เรลล์ได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องอังกฤษในยุคอลิซาเบธอย่างหนัก (Elizabethan Era ช่วงปี ค.ศ. 1558–1603 ถูกเรียกว่าเป็น "ยุคทอง" ของอังกฤษในรัชสมัยสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งราชวงศ์ทิวดอร์) และได้เดินทางไปเยือนเมืองสแตทฟอร์ด-อัพออน-เอวอน และโรงละครโกลบเธียเตอร์มาด้วย
ความรักไม่ตาย แต่มันเปลี่ยนแปลงไป
โคลอี้ เจา ผู้กำกับหญิงรางวัลออสการ์จาก Nomadland บอกว่า เธอไม่มีคําพูดที่จะอธิบายได้ว่าทําไมถึงเลือกงานชิ้นหนึ่งขึ้นมาทำเป็นหนัง
“ฉันมักให้สัญชาตญาณนำทาง ความรู้สึกที่เหมือนมีอะไรมาบีบหัวใจอย่างแรง เรื่องราวหลายเรื่องปรากฏขึ้นในชีวิตของฉันราวกับพวกมันเลือกฉัน และฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องยอมจํานนต่อพวกมัน Hamnet เข้ามาในชีวิตฉันราวกับเสียงกระซิบที่เพิ่มความแรงจนกลายเป็นพายุเฮอริเคน ในตอนท้ายของการเดินทาง ฉันรู้สึกอ่อนไหว ฉันได้สัมผัสกับความรู้สึกที่แท้จริงว่าการใช้ชีวิตด้วยหัวใจที่เปิดกว้างท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้าย - ซึ่งมีทั้งความงาม ความเจ็บปวด ความตื่นเต้นที่ใกล้ถึงจุดของการทําลายล้างและความเงียบงันเป็นอย่างไร”
“ฉันกลัวความตายมาทั้งชีวิต และด้วยเหตุนี้ ฉันจึงกลัวความรักเช่นกัน ฉันไม่รู้ว่าจะเปิดใจได้อย่างไรขณะจ้องมองดูความไม่เที่ยงของชีวิต ฉันสร้างภาพยนตร์สี่เรื่องเกี่ยวกับตัวละครที่ประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่และค้นพบตัวเองผ่านการยอมรับ Hamnet คือการสั่งสมของการเดินทางนั้น ด้วยจอกอันศักดิ์สิทธิ์ในผลงานเรื่อง Hamlet ของเช็คสเปียร์ ฉันดำดิ่งลึกลงไปในยมโลกเพื่อกู้สิ่งที่หายไป ซึ่งทําให้ฉันกลัวที่จะประสบกับทั้งความรักและความตาย แม็กกี้ได้เปิดประตูทางเข้าด้วยหนังสือของเธอ ซึ่งเป็นสะพานเชื่อมให้เราเชื่อมต่อกับวิลล์ในแบบที่เราไม่เคยเจอมาก่อนค่ะ”
โคลอี้ เจา มีมุมมองว่า โลกของเราอยู่ในจุดเปลี่ยนที่สำคัญ เราทุกคนต่างรู้สึกถึงความตึงเครียดและความกดดันมหาศาล หลายคนถูกแช่แข็งอยู่ในพื้นที่ก้ำกึ่งแบบเดียวกับที่วิลล์และแอ็กเนสรู้สึกตอนที่สูญเสียแฮมเน็ตไป
เธอมองเห็นความกลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นในดวงตาของผู้คน ความกลัวว่าเราไม่สามารถควบคุมชีวิตของเราเองได้ ความกลัวว่าเราไม่ปลอดภัยในโลกนี้อีกต่อไป ความกลัวที่ว่าเราจะไม่มีวันรู้จักความรักที่ไม่มีเงื่อนไข และท้ายที่สุดคือความกลัวความตาย เป็นความตายที่ไร้ความหมาย
“เหตุผลที่ลึกซึ้งที่สุดในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้คือการขจัดความกลัวนั้นให้หมดไปโดยแสดงให้เห็นถึงพลังของการเปลี่ยนแปลงที่เรามีในตัวเราในฐานะมนุษย์ และความสามารถของเราในการเล่นแร่แปรธาตุประสบการณ์ของเรา ไม่ว่ามันจะเจ็บปวดแค่ไหนก็ตาม
ความรักไม่ตาย แต่มันเปลี่ยนไป มันเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลนี้ และฉันหวังว่าภาพยนตร์ของเราจะเป็นเครื่องเตือนใจที่อ่อนน้อมถ่อมตนถึงสิ่งนั้นค่ะ”
สามารถรับชมภาพยนตร์ Hamnet (แฮมเน็ต) เข้าฉายแล้ววันนี้ ในโรงภาพยนตร์
#HamnetMovie #Hamnet #HamnetMovieTH #แฮมเน็ต





