วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

 

ใครที่เป็นหนอนหนังสือน่าจะรู้จัก Wuthering Heights (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กันดีในฐานะนิยายคลาสสิกระดับโลกจากปลายปากกาของ เอมิลี บรอนเต นักประพันธ์หญิงชาวอังกฤษที่เขียนนิยายออกมาเพียงเรื่องเดียวในชีวิต แต่กลับกลายเป็นผลงานขึ้นหิ้งในโลกวรรณกรรม

เอมิลี บรอนเตแต่งนิยายเรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1847 แล้วหลังจากนั้นเพียงปีเดียวเธอก็เสียชีวิตลงจากวัณโรคขณะที่มีอายุเพียง 30 ปี เท่ากับว่าปัจจุบันนิยายเรื่อง วัทเตอริ่ง ไฮต์ส มีอายุยาวนานถึง 179 ปีแล้ว

 

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

หน้าปกนิยายฉบับแปลภาษาไทยจากสำนักพิมพ์เคล็ดไทย (Credit: KLEDTHAI)

 

แต่ถึงกระนั้น วอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส ก็ยังมองเห็นความน่าสนใจของนิยายยุควิคตอเรียนที่มีอายุเฉียด 200 ปี เรื่องนี้ แล้วยกให้ เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์ (ผู้กำกับ Promising Young Woman, Saltburn) ทำหน้าที่ทั้งเขียนบทและกำกับ ขณะที่ในส่วนของฝั่งนักแสดงนั้นได้ มาร์โกต์ ร็อบบี้ และ เจคอบ เอลอร์ดี มารับบทพระนางที่ตกอยู่ในวังวนของรักต้องห้ามที่เย้ายวนเกินกว่าจะห้ามใจ

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

 

Gothic Novel ที่มาก่อนกาล

สำหรับคนที่ไม่เคยอ่านฉบับนิยายมาก่อนอาจเข้าใจผิด คิดว่า ‘วัทเตอริ่ง ไฮต์ส’ เป็นนิยายรักโรแมนติกหวานซึ้งที่ลงเอยด้วยโศกนาฏกรรม เป็นความรันทดที่แสนจะงดงาม แต่จริง ๆ แล้วมันคือ Gothic Novel ที่ถือว่า “ล้ำสมัย” ในยุคนั้น มีทั้งความดิบเถื่อน ความดาร์ก ความก้าวร้าวรุนแรงในครอบครัว ความผิดศีลธรรมในแบบที่ไม่น่าเชื่อว่าหญิงสาวผู้เก็บตัวที่ไม่ได้ออกไปเห็นโลกภายนอกมากนักอย่างเอมิลี บรอนเตจะเขียนมันออกมาได้

‘วัทเตอริ่ง ไฮต์ส’ เป็นเรื่องราวความรักต้องห้ามระหว่าง “แคธี่” (มาร์โกต์ ร็อบบี้) กับ “ฮีธคลิฟฟ์” (เจคอบ เอลอร์ดี) เด็กที่พ่อของแคธี่เก็บมาเลี้ยง ความรุนแรงในครอบครัวที่เผชิญร่วมกัน และความโดดเดี่ยวรกร้างของทุ่งมอร์แห่งยอร์กเชียร์เป็นปัจจัยที่ทำให้ทั้งคู่มีควาผูกพันธ์กันอย่างลึกซึ้งในระดับจิตวิญญาณ

แต่เมื่อโตขึ้น ความแตกต่างทางชนชั้น และความเป็นจริงของชีวิตนำมาซึ่งความรักที่ไม่อาจสมหวัง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาอันเร่าร้อน ความบ้าคลั่ง ความเจ็บปวด และความแค้นที่ฝังลึกของฮีธคลิฟฟ์ ซึ่งนำไปสู่โศกนาฏกรรมอันน่าสะเทือนใจ

 

‘วัทเตอริ่ง ไฮต์ส’ ฉบับตีความใหม่

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่เคยอ่าน Wuthering Height ฉบับนิยายมาแล้วอาจต้องลืมมันไปก่อน เพราะฉบับภาพยนตร์ปี 2026 นี้ ผู้กำกับ เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์ ซึ่งลงมือเขียนบทเองบอกว่า เธอไม่ได้ “ดัดแปลงมาจากนิยาย” แต่เธอ “สร้างเวอร์ชั่นของตัวเอง” ขึ้นมาใหม่ เพราะเรื่องราวในนิยายมันเข้มข้น ซับซ้อน และยุ่งยากเกินไป

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์ ในงานเปิดตัวหนังที่แอลเอ (Credit: REUTERS/Mario Anzuoni)

เฟนเนลล์อ่าน Wuthering Height ครั้งแรกตอนอายุ 14 ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องราวที่ดิบ เถื่อน น่าสะพรึงกลัว ความรักต้องห้าม การแก้แค้น และความตาย มันสร้างความตกตะลึงพรึงเพริดให้กับเด็กสาวในวัยนั้นชนิดลืมไม่ลง

พอได้รับโอกาสให้ทำหนัง เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์ จึงจับเอาความรู้สึกที่ยังคงแจ่มชัดจากการอ่านนิยาย และมีความลึกซึ้งมากขึ้นตามวัยที่เปลี่ยนไปของเธอมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ขณะเดียวกันเธอก็ตระหนักดีว่าสิ่งที่เธอรู้สึกต่อ Wuthering Height อาจไม่ใช่ความรู้สึกแบบเดียวกับที่ผู้อ่านทุกคนได้รับ

“ฉันอยากสร้างสิ่งที่เป็นเสมือนภาพประมาณของความรู้สึกที่หนังสือเล่มนี้เคยมอบให้ฉัน กลั่นเอาองค์ประกอบของเรื่องที่ฉันรู้สึกว่าน่าตื่นเต้น ซึ่งยังคงทำให้ผู้คนรู้สึกอะไรบางอย่าง และยังคงสร้างความตกตะลึงได้อยู่ เพราะฉันรักหนังสือเล่มนี้มาก การได้ลองดูว่าฉันจะสร้างเวอร์ชั่นที่ตัวฉันเองในฐานะแฟนจะยอมรับได้หรือไม่ จึงเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมากสำหรับฉัน”

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

กำกับภาพ กำกับศิลป์ยอดเยี่ยม

"Wuthering Height" เผชิญกับประเด็นดรามามากมายตั้งแต่เริ่มสร้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอายุของนักแสดงนำ (มาร์โกอายุ 35 เจคอปอายุ 28 แต่ต้องมารับบทหนุ่มสาววัยใสแรกรัก) เชื้อชาติ (เลือกใช้นักแสดงออสซี่ทั้งที่ตัวละครต้องพูดอังกฤษสำเนียงยอร์กเชียร์, ฮีธคลิฟฟ์ในนิยายมีเชื้อสายยิปซี ผิวเข้ม ถูกเปลี่ยนเป็นผิวขาว ส่วนเอ็ดการ์ หนุ่มอังกฤษผิวขาว กลับถูกเปลี่ยนเป็นหนุ่มผิวสี)

นอกจากนี้ยังมีประเด็นการสร้างหนังให้ออกมาในโทนอีโรติกเกินไป เรื่อยจนไปถึงเรื่องเครื่องแต่งกายที่ไม่ถูกต้องตรงกับยุควิคตอเรียนที่เกิดขึ้นตามท้องเรื่อง อย่างฉากชุดแต่งงานสีขาวของแคธี่ที่มีหางลากยาวไปบนท้องทุ่งนั้น ถูกนิตยสารแฟชั่นอย่าง Vogue วิจารณ์ว่าน่าจะมาจากยุค 1980 มากกว่า 1880

แต่กระนั้นก็ตาม ประเด็นดรามาทั้งหลายเหล่านี้ล้วนเป็น choices ที่เฟนเนลล์ตั้งใจเลือกแล้วทั้งสิ้น

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

 

สำหรับความเห็นของผู้เขียนที่ได้รับชม “Wuthering Height” ในรอบสื่อมวลชนมาแล้วนั้น สิ่งที่โดดเด่นที่สุดคืองานภาพที่ถ่ายทำด้วยฟิล์มเพื่อคงบรรยากาศของหนังย้อนยุค ตามด้วยการกำกับศิลป์ และการออกแบบงานสร้างที่งดงามราวภาพวาด

ส่วนเครื่องแต่งกายอันหรูหราฟูฟ่าของแคธี่ หรือมาร์โก ร็อบบี้นั้น มีหลายชุดที่ดูแล้วรู้สึก เอ๊ะ ว่าในยุคนั้นเค้าแต่งตัวกันแบบนี้หรือ แต่เมื่อได้รับรู้ข้อมูลจากทางฝั่งผู้สร้างที่ระบุว่าเป็นการตีความ “ความโรแมนติกแบบกอธิกออกมาในมุมมองร่วมสมัย” ซึ่งก็ทำให้ดรามาเรื่องชุดไม่ตรงยุคสมัยถูกปัดตกไปเพราะเป็นความตั้งใจให้ออกแบบนี้

อีกสิ่งหนึ่งที่ชอบคือการไปถ่ายทำจริงที่ทุ่งมัวร์ในยอร์กเชียร์ ทำให้ได้บรรยากาศที่เวิ้งว้าง เปลี่ยวเหงาปนเศร้า สมกับความดาร์กของหนังในแบบที่สมจริง ไม่ได้เกิดจากซีจี

 

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

ให้ความสำคัญกับ “สไตล์” มากไปจนบดบังสิ่งอื่น

ในส่วนภาพรวมของหนังนั้นหลังจากที่ดูจบแล้วได้มาตามอ่านบทสัมภาษณ์ผู้กำกับ เอเมอรัลด์ เฟนเนลล์ ถึงได้กระจ่างแจ้งว่าทำไมตัวเองถึงรู้สึกแบบนั้น นั่นคือ รู้สึกว่าหนังประดิษฐ์ จงใจปั้นซีนให้ดูอาร์ต ดึงดรามา เค้นอารมณ์คนดูมากเกินไป

เหมือนเป็นการเอาซีนที่ได้รับการ curated ให้สวยงามราวภาพศิลป์ที่ตัวเองต้องการ มาวางเรียงต่อ ๆ กันขึ้นมาเป็นหนัง ซึ่งจุดนี้ตรงกับที่เฟนเนลล์ให้สัมภาษณ์ว่าสร้างขึ้นมาจากภาพจำในใจตัวเองที่มีต่อนิยาย Wuthering Height มันจึงดูปะติดปะต่อเป็นฉาก ๆ มากกว่าจะเป็น story telling ที่กลมกล่อมเป็นเนื้อเดียวกัน

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน “Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

เท่านั้นไม่พอ ผู้เขียนยังไปอ่านเจอบทวิจารณ์จากสื่อชั้นนำทางฝั่งตะวันตกที่บอกว่าหนังสองเรื่องก่อนหน้านี้ของเฟนเนลล์  คือ  Promising Young Woman กับ Saltburn นั้นได้รับเสียงวิจารณ์ที่ไม่ดีทั้งคู่ (ถึงแม้เรื่องแรกจะชนะรางวัลออสการ์สาขาบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในปี 2021 ก็ตาม)

โดยเอเมอรัลด์ เเฟนเนลล์นั้นถูกวิจารณ์ว่ามักจะปล่อยให้ “สไตล์นำ” จนกลบเนื้อหาสาระที่สำคัญไปจนหมด แถมยังชอบมีการหักมุมที่อ่อนด้อย แล้วก็ชอบใช้เพลงประกอบที่มันป็อปจ๋าเข้ามาเพื่อให้เกิดมีม (memes) ซึ่งนักวิจารณ์คนดังกล่าวบอกว่ากลัวว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับ “Wuthering Height” ด้วยเช่นกัน

ซึ่งจะบอกว่าความกังวลของเขานั้นแม่นยำมาก เพราะนั่นคือสิ่งที่ผู้เขียนเองรู้สึกหลังจากที่ดูหนังจบลงเช่นกัน

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

แต่อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า ภาพยนตร์แต่ละเรื่อง "ทำงาน" กับคนดูแต่ละคนไม่เหมือนกัน

การจะชอบหรือไม่ชอบภาพยนตร์เรื่องใดเรื่องหนึ่งนั้นเป็นเรื่องของรสนิยมส่วนบุคคล บวกกับประสบการณ์เฉพาะตัว สิ่งที่พบเจอมาในชีวิตอาจทำให้เรา relate หรืออ่อนไหวกับบางประเด็นเป็นพิเศษ ขณะที่ประสบการณ์ในการดูหนังที่ผ่านมาก็มีส่วนด้วยเช่นกัน

ดังนั้น วันวาเลนไทน์ 12 กุมภาพันธ์นี้ เข้าไปพิสูจน์ “Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) ได้ด้วยตัวคุณเองในโรงภาพยนตร์

 

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน

“Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน “Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน “Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน “Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน “Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน “Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน “Wuthering Heights” (วัทเตอริ่ง ไฮต์ส) กลกามความรักยุควิคตอเรียน