งานประกาศรางวัลแกรมมี่ครั้งที่ 68 (Grammy Awards) ประจำปี 2026 จบลงไปสด ๆ ร้อน ๆ โดยในปีนี้มี 2 ผู้ยิ่งใหญ่บนเวที ได้แก่ เคนดริก ลามาร์ (Kendrick Lamar) กับสถิติศิลปินฮิพฮอพที่ได้รางวัลแกรมมี่ไปครองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ และแบด บันนี่ (Bad Bunny) ผู้สร้างตำนาน “อัลบั้มเพลงภาษาสเปนล้วนที่ได้รางวัล Album of the Year ไปครอง” รวมถึงสปีชอันทรงพลังประเด็น ICE ที่กำลังร้อนแรงในสหรัฐฯ
เคนดริก ลามาร์ (Kendrick Lamar) ซึ่งเข้าชิงรางวัลมากที่สุด 9 สาขา ได้รับรางวัลแกรมมีไปครองทั้งสิ้น 5 สาขา ได้แก่
- Record of the Year จากเพลง “Luther” ที่ฟีทเจอริง SZA
- Best Rap Album จาก “GNX”
- Best Rap Song จาก “TV Off” ฟีทเจอริง Lefty Gunplay
- Melodic Rap Performance จาก “Luther”
- Rap Performance ที่เขาไปฟีทเจอริงในเพลง “Chains & Whips” ร่วมกับ Clipse, Pusha T, Malice และ Pharrell Williams
Credit: REUTERS/Daniel Cole
รางวัลทั้งหมดที่ได้รับในปีนี้ส่งผลให้เคนดริก ลามาร์กลายเป็น “ศิลปินฮิพฮอพที่ได้รับรางวัลแกรมมี่ไปครองมากที่สุดในประวัติศาสตร์” แซงหน้าแชมป์เก่า Jay-Z ที่ได้แกรมมี่ 25 ตัว ส่วนเคนดริกได้รวมทั้งสิ้น 27 ตัว โดยตอนที่ขึ้นไปรับรางวัลอัลบั้มแรปยอดเยี่ยมเขาได้กล่าวสปีชสั้น ๆ แต่ทรงพลังว่า
“ผมพูดเรื่องตัวเองไม่เก่ง ผมจะแสดงออกผ่านดนตรีมากกว่า ถือเป็นเกียรติที่ได้ขึ้นมายืนบนนี้ Hip-hop จะอยู่ตรงนี้ตลอดไป...เราจะมีวัฒนธรรมนี้อยู่กับพวกเราต่อไป”
ความขัดแย้งประเด็น ICE บนเวทีแกรมมี่
เป็นเรื่องปกติที่ศิลปินจะออกมา call out ประเด็นทางการเมืองและสังคมบนเวทีประกาศรางวัลใหญ่ของโลก สำหรับงานแกรมมี่ 2026 นี้แน่นอนว่าหนีไม่พ้นประเด็นเรื่อง ICE (สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ) ปฏิบัติการกวาดล้างผู้อพยพเข้าเมืองอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับผลกระทบจำนวนไม่น้อย ก่อให้เกิดการประท้วงใหญ่ให้ยุบหน่วยงาน ICE ตามมา พร้อมตั้งคำถามเรื่องการกระทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ และละเมิดสิทธิมนุษยชน
การได้รับรางวัลใหญ่สาขา Best Album จากเวทีแกรมมี่ของ Bad Bunny ผู้มีส่วนช่วยให้เพลงแรปภาษาสเปนกลายเป็นเพลงกระแสหลักของโลก เปรียบเสมือนการตอกย้ำว่าวงการดนตรี และตลาดเพลงใหญ่อันดับ 1 ของโลกอย่างสหรัฐฯ เคารพความแตกต่างด้านเชื้อชาติ และยืนอยู่เคียงข้างผู้อพยพ
ทั้งนี้ Bad Bunny เป็นแรปเปอร์ชาวเปอโตริกัน ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาหลักก็จริง แต่เนื่้องจากเปอโตริโกเป็นดินแดนในอาณัติของสหรัฐ ส่งผลให้เขากลายเป็นพลเมืองสหรัฐฯ ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยตอนที่ขึ้นไปรับรางวัล Best Música Urbana Album เขาได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับประเด็น ICE เอาไว้ได้อย่างน่าประทับใจจนคนลุกขึ้นมายืนปรบมือให้ทั้งฮอลล์ว่า
“ก่อนที่จะขอบคุณพระเจ้าผมอยากจะพูดว่า ICE ออกไป พวกเราไม่ได้ป่าเถื่อน พวกเราไม่ใช่สัตว์ พวกเราไม่ใช่ต่างด้าว พวกเราคือมนุษย์ และพวกเราคือชาวอเมริกัน ความเกลียดชังจะยิ่งทรงพลังด้วยความเกลียดชังที่มากขึ้น สิ่งเดียวที่ทรงพลังมากกว่าความเกลียดชังคือความรัก เราจำเป็นต้องแตกต่าง หากว่าเราจะสู้ เราต้องสู้ด้วยความรัก เราไม่ได้เกลียดพวกเขา เรารักคนของเรา เรารักครอบครัวของเรา นั่นคือวิธีปฏิบัติของเรา ด้วยความรัก อย่าลืมนะครับ ได้โปรด”
บิลลี ไอลิช (Billie Eilish) ผู้ชนะรางวัล Song of the Year จากเพลง “Wildflower” พูดถึงประเด็นผู้อพยพในอเมริกาได้อย่างแสบสันต์ว่า
"ไม่มีใครผิดกฎหมายบนแผ่นดินที่ขโมยเขามา เราจำเป็นต้องสู้และเรียกร้องกันต่อไป เสียงของพวกเรามีความหมาย”
ก่อนจะปิดท้ายด้วยประโยคว่า "f*ck ice"
โอลิเวีย ดีน (Olivia Dean) อุทิศรางวัลศิลปินหน้าใหม่ (Best New Artist) ที่เธอได้รับให้กับผู้อพยพทั้งหลายในสหรัฐฯ เพราะเธอก็เป็นหนึ่งในคนพวกนั้น
“ฉันขึ้นมาบนนี้ในฐานะลูกหลานผู้อพยพ ฉันคงไม่ได้ขึ้นมาบนนี้ถ้าไม่ได้ เป็นผลผลิตของความกล้าหาญ และฉันคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นสมควรได้รับการเฉลิมฉลอง”
Credit: REUTERS/Mike Blake
ขณะที่ศิลปินหลายคนแสดงออกด้วยการติดเข็มกลัด 'ICE Out' ที่เห็นเด่นชัดระหว่างเดินพรมแดง หรือขึ้นไปรับรางวัลบนเวที ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใหญ่อย่าง โจนี มิทเชลล์, จัสติน บีเบอร์ ฯลฯ
บิลลี่ ไอลิช - จัสติน บีเบอร์ กับเข็มกลัด ICE OUT (Credit: REUTERS/Mario Anzuoni)
เลดี้กาก้า – ทรงพลังไม่เคยแผ่ว
เลดี้กาก้า (Lady Gaga) ศิลปินหญิงที่เข้าชิงรางวัลมากที่สุด 7 สาขาในปีนี้ ถือเป็นอีกดาวเด่นของงาน โดยเธอได้รางวัลแกรมมี่ไปครอง 2 สาขา ได้แก่ Best Pop Vocal Album จากอัลบั้ม 'MAYHEM' และสาขา Best Dance Pop จากเพลง “Abracadabra”
ขณะที่โชว์บนเวทีของเธอก็ทรงพลังทั้งการร้อง รูปลักษณ์บนเวที และความสร้างสรรค์ของโชว์ โดย Lady Gaga เลือกเพลง Abracadabra ร็อคเวอร์ชั่น มาแสดงในขณะที่แปลงกายเป็นนกสีแดง บนศีรษะถูกกรงสีดำครอบอยู่ ส่วนชุดต่าง ๆ ที่เธอเลือกใช้เดินพรมแแดง และขึ้นรับรางวัลก็มาในธีม “นก” หมดทั้งสิ้น
‘APT- Golden - ดาไลลามะ’ บนเวทีแกรมมี่
ผลงานที่คนเอเชียร่วมลุ้นเอาใจช่วยอย่าง Golden เพลงประกอบแอนิเมชั่นเรื่อง Kpop Demon Hunters ขับร้องโดย EJAE, Audrey Nuna, Rei Ami ชนะรางวัล Best Song Written for Visual Media โดยเพลงนี้ได้เข้าชิงแกรมมี่ 3 สาขา โดยอีก 2 สาขาที่ไม่ได้รางวัลไปคือ Song of the Year และ Best Pop Duo/Group Performance
โรเซ่ (Rose) นำ APT เพลงฮิตที่เธอแต่งและฟีทเจอริงกับบรูโน มาร์ส ขึ้นแสดงบนเวทีอย่างคึกคักสนุกสนาน แม้ว่าจะพลาดรางวัลที่ได้เข้าชิง 3 สาขา ได้แก่ Song of the Year, Record of the Year, Best Pop Duo/Group Performance
ลุคพรมแดงของโรเซ่ (Credit: REUTERS/Mario Anzuoni)
องค์ดาไล ลามะเป็นหนึ่งในผู้ได้รับรางวัลแกรมมี่ไปครองครั้งแรกในสาขา Audiobook Narration
หลากหลายโชว์บนเวทีน่าประทับใจ
การแสดงโชว์บนเวที Grammy 2026 มีหลากหลายศิลปินผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมาแสดง ไม่ว่าจะเป็น ซาบรินา คาร์เพนเทอร์, จัสติน บีเบอร์, Tyler the Creator, Olivia Dean
โชว์ที่เป็นไฮไลท์ของงานทำให้คนลุกขึ้นยืนกันทั้งฮอลล์คือช่วง IN MEMORIUM ซึ่งอุทิศให้บุคคลในวงการดนตรีที่ล่วงลับ โดยเฉพาะพาร์ทอุทิศให้ Ozzy Osbourne ที่ได้ตัวพ่อจากหลายรุ่นในวงการร็อคมาฟีทเจอริงกัน ไม่ว่าจะเป็น Slash มือกีตาร์ และ Duff McKagan มือเบสจากวง Guns N’ Roses, โปรดิวเซอร์ Andrew Watt, Chad Smith มือกลองจาก Red Hot Chili Peppers โดยให้ Post Malone ทำหน้าที่ขับร้อง
ระหว่างที่แสดง กล้องแพนไปจับภาพสมาชิกครอบครัวออสบอร์น ทั้ง Sharon Osbourne, Kelly Osbourne และ Jack Osbourne ที่มีสีหน้าท่าทางเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก
ปิดจบพาร์ท In Memorium อย่างยิ่งใหญ่อลังการด้วยเพลง Killing Me Softly With His Song ที่ Lauryn Hill และ Fugee Wyclef Jean ขับร้องร่วมกับศิลปินอีกนับสิบราย เช่น John Legend, Chaka Khan, Jon Batiste, Lucky Daye, Raphael Saadiq, Anthony Hamilton, Leon Thomas, Anthony Hamilton, Soulaquarian Bilal, Leon Bridges, Alexia Jayy, Lalah Hathaway, October London ที่มาร่วมขับขานบทเพลงเพื่อรำลึกศิลปิน R&B ผู้ล่วงลับ
โชว์สุดท้ายที่ปิดงานได้อย่างตราตรึงเป็นของวง Clipse และ Pharrell Williams ในเพลง “So Far Ahead” ที่มีแบ็คอัพเป็นคณะนักร้องประสานเสียง Voices of Fire สวมเสื้อคลุม Louis Vuitton และหิมะโปรยปรายสร้างบรรยากาศอันหนาวเหน็บแต่งดงาม
Clipse เป็นฮิพฮอพดูโอ้กรุ๊ปจาก Virginia Beach ที่ประกอบด้วย Pusha T and Malice อัลบั้มแรกของพวกเขาออกวางจำหน่ายเมื่อ 23 ปีก่อน แต่เพิ่งจะมีโอกาสได้ขึ้นโชว์บนเวทีแกรมมี่เป็นครั้งแรกในปีนี้
ส่วนอัลบั้มแรกในรอบ 16 ปีของพวกเขาอย่าง Let God Sort Em Out ที่ Pharrell Williams โปรดิวซ์ให้ และมีศิลปินเบอร์ใหญ่อย่าง Nas, Kendrick Lamar, John Legend มาร่วมฟีทเจอริง ได้เข้าชิงรางวัลแกรมี่ถึง 5 สาขา และชนะไปหนึ่งสาขาคือ Best Rap Performance จากเพลง “Chains & Whips”
Credit: REUTERS/Daniel Cole
ฟาร์เรล วิลเลียมได้รับรางวัลใหญ่ Dr. Dre Global Impact Award จากงานแกรมมี่ในปีนี้ด้วย
รายชื่อผู้ชนะรางวัล Grammy 2026
4 รางวัลใหญ่ของงาน
- Song of the year - Billie Eilish จาก Wildflower
- Record of the year - Kendrick Lamar feat SZA จาก Luther
- Album of the year - Bad Bunny จาก Debí Tirar Más Fotos
- Best new artist - Olivia Dean
Pop and dance
- Best pop vocal album - Lady Gaga จาก Mayhem
- Best pop solo performance - Lola Young จาก Messy
- Best pop duo/group performance - Cynthia Erivo & Ariana Grande จาก Defying Gravity
- Best dance/electronic recording - Tame Impala จาก End Of Summer
- Best dance/electronic album - FKA Twigs จาก Eusexua
- Best dance/pop recording - Lady Gaga จาก Abracadabra
- Best traditional pop vocal album - Laufey - A Matter Of Time
Latin
- Best Latin pop album - Natalia Lafourcade จาก Cancionera
- Best música urbana album - Bad Bunny จาก DeBÍ TiRAR MáS FOToS
Rock and metal
- Best rock performance - Yungblud ft Nuno Bettencourt, Frank Bello, Adam Wakeman, II จาก Changes (Live From Villa Park) Back To The Beginning
- Best rock song - Nine Inch Nails จาก As Alive As You Need Me To Be
- Best rock album – Turnstile จาก Never Enough
- Best alternative music album - The Cure จาก Songs Of A Lost World
- Best alternative music performance - The Cure จาก Alone
- Best metal performance – Turnstile จาก Birds
Rap
- Best rap performance - Clipse, Pusha T & Malice feat Kendrick Lamar & Pharrell Williams จาก Chains & Whips
- Best melodic rap performance - Kendrick Lamar with SZA จาก Luther
- Best rap song - Kendrick Lamar feat Lefty Gunplay จาก TV Off
- Best rap album - Kendrick Lamar จาก GNX
Country
- Best country solo performance - Chris Stapleton จาก Bad As I Used To Be
- Best country duo/group performance - Shaboozey & Jelly Roll จาก Amen
- Best country song - Tyler Childers จาก Bitin' List
- Best contemporary country album - Jelly Roll จาก Beautifully Broken
R&B and Afrobeats
- Best R&B performance – Kehlani จาก Folded
- Best R&B song – Kehlani จาก Folded
- Best R&B album - Leon Thomas จาก Mutt
- Best African music performance – Tyla จาก Push 2 Start
Production and songwriting
- Producer of the Year, Non-Classical - Cirkut (Lady Gaga, Rosé, Jade)
- Songwriter of the Year, Non-Classical - Amy Allen (Rosé, Jennie, Sabrina Carpenter)
Film and TV
- Best comedy album - Nate Bargatze จาก Your Friend, Nate Bargatze
- Best compilation soundtrack for visual media – Sinners (Various artists)
- Best score soundtrack for visual media (includes film and televison) - Ludwig Göransson จาก Sinners
- Best score soundtrack for video games and other interactive media - Austin Wintory จาก Sword of the Sea
- Best song written for visual media - Huntr/x จาก Golden (From K-Pop Demon Hunters)
- Best audiobook narration - Dalai Lama จาก Meditations: The Reflections Of His Holiness The Dalai Lama
- Best music video – Doechii จาก Anxiety
- Best music film - John Williams จาก Music by John Williams
Jazz and classical
- Best jazz vocal album - Samara Joy จาก Portrait
- Best jazz instrumental album - Sullivan Fortner feat Peter Washington & Marcus Gilmore จาก Southern Nights
- Best alternative jazz album - Nate Smith จาก Live-Action
- Best jazz performance - Chick Corea, Christian McBride & Brian Blade จาก Windows (Live)
- Best musical theatre album - Buena Vista Social Club
- Best opera recording - Heggie: Intelligence จาก Kwamé Ryan, conductor (Houston Grand Opera; Gene Scheer)
- Best orchestral performance - Messiaen: Turangalîla-Symphonie - Andris Nelsons, conductor (Boston Symphony Orchestra)





