เยี่ยม ‘บ้านคนบ้า’ ที่โรงงาน PASAYA ราชบุรี ชมความล้ำหน้าด้านสิ่งแวดล้อมในโครงการ Mission For The Word ยุติการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ก่อนปี 2573
ชีพจรลงเท้าตั้งแต่เดือนแรกของปี 2569 ไปเยี่ยม ‘บ้านคนบ้า’ ที่โรงงาน PASAYA ราชบุรีมาค่ะ
บ้านคนบ้า เป็นนิยามที่ใช้เรียก โรงทอ Casamatta ของ PASAYA แบรนด์สินค้าผ้าตกแต่งบ้าน ผ้าม่าน ผ้าบุเฟอร์นิเจอร์ ชุดเครื่องนอน และสินค้าไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่เลือกใช้คำไทยว่า “แพศยา” มาตั้งเป็นชื่อ ด้วยเหตุผลที่นอกกรอบไปไกลมากจนหลายคนคิดอาจคิดไม่ถึง
คุณชเล วุทธานันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สิ่งทอซาติน จำกัด กล่าวว่าผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหญิงแพศยานั้นมักจะมาพร้อมความสวย เก่ง ฉลาด และมีอำนาจ เช่น พระนางคลีโอพัตรา ดังนั้นแพศยา หรือ PASAYA ในที่นี้จึงหมายถึง สวย ฉลาด คิดนอกกรอบ และสง่างาม
ส่วน บ้านคนบ้า เป็นคำแปลจากภาษาอิตาเลี่ยน Casamatta ที่นำมาสื่อถึงศักยภาพของเหล่าพนักงานที่หยิบจับและจำแนกเส้นด้ายหลายพันชนิดได้ด้วยตาเปล่าอย่างแม่นยำ
เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา คุณชเลเปิดบ้านคนบ้าจัดงานประกาศความ “ล้ำหน้า” ของ บริษัทสิ่งทอซาตินและ PASAYA ด้านสิ่งแวดล้อมอีกครั้งด้วย Mission For The Word ยุติการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก่อนปี 2573
ด้วยการทุ่มงบประมาณ 150 ล้าน ร่วมมือกับ Haier Energy พลิกโฉมโครงสร้างพลังงานในกระบวนการผลิตสู่พลังงานสะอาด 100% ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ กำลังผลิต 3.3 เมกะวัตต์ ควบคู่กับระบบกักเก็บพลังงาน ขนาดความจุ 10 เมกะวัตต์-ชั่วโมง เพื่อสร้างเสถียรภาพ ในการบริหารจัดการพลังงาน และรองรับ การบริหารจัดการไฟฟ้าในช่วงเวลาที่มีความต้องการสูง
“ภายใต้แคมเปญ Mission for the World เรามุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนากระบวนการผลิตภายใน Green Factory ของเราให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในทุกขั้นตอน การตัดสินใจเร่งเป้าหมาย Zero Carbon Emission ให้เร็วขึ้น จากปีพ.ศ. 2578 เป็นปี 2573 คือคำมั่นสัญญาว่าเราจะไม่รอให้ถึงวันพรุ่งนี้ แต่เราจะลงมือทำทันที เพื่อส่งต่อโลกที่ สะอาดกว่าเดิมให้คนรุ่นต่อไป”
คุณชเล กล่าวถึงความมุ่งมั่นก่อนพาเราชมกลุ่มอาคารโรงงานที่ได้รับการออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้งานและและสภาพแวดล้อมเป็นสำคัญ
“ผมเคยไปโรงงานทอผ้าของเพื่อน อุณหภูมิข้างนอก 30 กว่าเกือบ 40 องศาแล้ว เข้าไปข้างในสูงเกือบ 50 องศา พนักงานเหมือนกับนุ่งผ้าเตี่ยว ตัวเต็มไปด้วยเหงื่อไหลไคลย้อย เราเข้าไปแป๊บเดียวก็ร้อนแล้ว แต่เขาต้องทำงานอยู่ข้างในนั้น
ผมคิดว่าถ้าเราทิ้งเขาไว้อย่างนี้ เราจะไปทำสินค้าที่มีคุณภาพได้ยังไง ทั้งหมดนี้มันคือเรื่องของตรรกะในการมองปัญหา ถ้าเราปฏิบัติกับพนักงานให้ดีผมเชื่อว่ามันคุ้มค่ากว่า
แต่การสร้างโรงงานให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ได้เกิดจากอยู่ดีๆผมคิดขึ้นมาเองได้ ผมไปดูโมเดลของพวกฝรั่งแล้วรู้สึกปลื้มมาก ตอนนั้นไปที่โรงงานพิมพ์ผ้าแห่งหนึ่งชื่อ RATTI อยู่ชานเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ไปดูเขาพิมพ์ผ้า
เดินเข้าไปในโรงงานมีผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใส มองเห็นเทือกเขาแอลป์บนยอดเขาเป็นสีขาว เห็นรถวิ่งไปบนถนนเป็นทางยาว พอดีช่วงที่ผมไปเป็นฤดูใบไม้ร่วงมองเห็นใบไม้เป็นสีแดงมีอมเขียวอ่อนๆสวยมากสวยยิ่งกว่าภาพที่เห็นในปฏิทินเสียอีก แต่นี่เป็นภาพที่มีชีวิต คนในโรงงานทำงานไปพร้อมกับฮัมเพลง บางคนเหมือนกับกำลังเต้นรำเลย นั่นคือสิ่งที่ผมรู้สึกว่านี่แหละเป็นโรงงานในอุดมคติ”
คุณชเล เล่าถึงแนวคิดในการสร้างโรงงานที่ราชบุรี โดยมีอาคารที่มาของอาคารภายในโรงงานที่ประกอบไปด้วย
โรงทอ Casamatta หรือ บ้านคนบ้า ที่ออกแบบให้สะดวกต่อการหยิบจับและจำแนกเส้นด้ายนับพันหลอดได้อย่างแม่นยำ
โรงย้อม Kampang ชื่อกำแพงที่ไม่มีกำแพง ออกแบบตามหลัก Aero Dynamic เพื่อช่วยให้มีการถ่ายเทและระบายอากาศ ลดการใช้พลังงานจากเครื่องปรับอากาศหรือพัดลมได้ เนื่องจากโรงย้อมเป็นขั้นตอนที่ต้องมีการเผาไหม้เชื้อเพลิงอุณหภูมิสูงถึง 130 องศา
โรงเย็บ Zigzag ที่ปลูกป่ากลางอาคารเพื่อให้พนักงานที่ต้องนั่งจดจ่ออยู่กับการเย็บผ้าได้มีโอกาสพักสายตาไปกับสีเขียวของต้นไม้ ท้องฟ้า อีกทั้งยังสามารถออกไปยืดเส้นยืดสายในได้อีกด้วย
และ Octospider โรงอาหารพนักงานที่กลายเป็นไอคอนของโรงงาน ปัจจุบันเปิดเป็นร้านอาหารให้บริการบุคคลทั่วไป
“แนวคิดเดิมของผมอยากทำเป็นทางเดินยาวๆเหมือนกับทางไปลงเรือ เพราะว่าผมชอบเล่นเรือใบ ทุกครั้งที่ไปเล่นเรือใบ มันสั่นไปทั้งตัวนะคือมีความสุขมาก ผมอยากให้พนักงานเวลามากินข้าวที่นี่เขาจะได้รู้สึกมีความสุข
เพื่อนสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน (Dorit Mizrahi และ Oliviero Godi) บอกว่าอย่าทำเป็นอาคารติดน้ำเลยใครๆก็ทำ เขาเลยออกแบบให้ยกขึ้นสูงไปเลย 8 เมตรให้มองเห็นวิวข้ามหลังคาไปเลยจะได้ความรู้สึกที่แตกต่างแล้วมันก็เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ” คุณชเลเล่าถึงโรงอาหารสำหรับคนงานที่มีบริการอาหารให้พร้อมสรรพ
“ผมคิดอย่างนี้นะครับ เราจะไปกินข้าวที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พนักงานเขาไม่ได้นึกจะไปกินข้าวที่ร้านอาหารดีๆเมื่อไหร่ก็ได้ การทำอย่างนี้ทำให้เขามีโอกาสได้กินอาหารดีๆได้ทุกวัน ผมอยากให้พนักงานมีความสุข เพราะถ้าเราต้องการทำสินค้าที่ดีมีคุณภาพ เราต้องให้เขาทำงานอย่างมีความสุข ถ้าพวกเขามีชีวิตที่ลำบากจะทำงานที่มีคุณภาพได้ยังไง”
ได้ยินอย่างนี้แล้วเราต้องขออนุญาตคุณชเลขึ้นไปชมวิวโรงอาหารที่ให้บริการทั้งอาหารใจและอาหารกายให้กับพนักงาน ซึ่งตอนนี้เปิดให้บริการเป็นร้านอาหารให้ผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมชมและชิมกันได้ทุกวันตั้งแต่สิบโมงเช้าไปจนถึงสองทุ่ม (ศุกร์-อาทิตย์ นั่งได้ถึงสี่ทุ่ม)
ได้ชมวิวมุมสูงมากที่ดีต่อใจไม่น้อย ต่อด้วยชิมอาหารมื้อค่ำ เป็นการจบทริปเยี่ยม ‘บ้านคนบ้า’ที่ทำให้เราเข้าใจความคิดนอกกรอบแบบแพศยา (PASAYA)และ Mission For The Word ได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
ตั้งอยู่ภายในโรงงานของบริษัท PASAYA อ.บางแพ จ.ราชบุรี
เปิดบริการทุกวัน จันทร์ - พฤหัสบดี 11.00-20.00น. ศุกร์ - อาทิตย์ นั่งได้ถึง 22.00น.
โทร.06 3216-9335 , 09 7128 8272
FB : octospiderrestaurant IG : Octospider





