background-default

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม 2569

Login
Login

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ

“ผมเป็นคนไขว่คว้าหาความยิ่งใหญ่ ผมรู้ว่าคนส่วนใหญ่เขาไม่พูดแบบนี้กัน แต่ผมอยากเป็นหนึ่งในผู้ยิ่งใหญ่ ผมได้แรงบันดาลใจจากผู้ยิ่งใหญ่เหล่านั้น ผมได้แรงบันดาลใจจากแดเนียล เดย์-ลูว์อิส, มาร์ลอน แบรนโด และวิโอลา เดวิส เช่นเดียวกับที่ได้จากไมเคิล จอร์แดน, ไมเคิล เฟลพส์ แล้วผมก็อยากจะขึ้นไปอยู่บนนั้น ผมจึงรู้สึกขอบคุณอย่างถึงที่สุด รางวัลนี้ไม่ได้บอกว่าผมเป็นแบบนั้นแล้ว แต่มันเป็นเชื้อเพลิง เป็นอาวุธเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ผมทำต่อไป ขอบคุณครับ”

สปีชของ ทิโมธ ชาลาเมต์ (Timothée Chalamet) หลังได้รับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากเวที SAG Awards เมื่อปี 2025 คือคำประกาศอย่างอหังการของคนหนุ่มต่อโลกใบนี้ว่า “ถ้าอยากประสบความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องถ่อมตัว”

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ

Credit: ไอจี ทิโมธี ชาลาเมต์

ภาพจำจากภาพยนตร์เรื่อง Call Me by Your Name ที่ตราตรึงอยู่ในใจผู้ชม ประกอบกับความตัวเล็กหน้าเด็ก ดูอ่อนเยาว์กว่าอายุจริงของเจ้าตัวทำให้ ทิโมธี ชาลาเมต์ มีสิ่งที่คล้ายคลึงกับนักแสดงแถวหน้าของฮอลลีวู้ดอีกคนอย่าง ทอม ฮอลแลนด์ นั่นคือ มักจะไม่ค่อยได้รับบทที่โตเป็นผู้ใหญ่สมวัยนัก ทั้งที่ปัจจุบันเขามีอายุ 31 ปีแล้ว ในขณะที่ทอมอายุ 30 ปี

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ

แต่ถึงจะถูกมองว่าเด็ก ถ้าเป็นเรื่องฝีไม้ลายมือด้านการแสดงแล้ว ทิโมธี ชาลาเมต์เป็นที่ยอมรับนับถือมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการได้รับรางวัลจาก Call Me by Your Name มาไม่น้อย แถมยังมีชื่อเข้าชิงรางวัลในเวทีใหญ่ ๆ มาหมดแล้ว ทั้ง Actor Awards, BAFTA Awards, Critics' Choice Award, ออสการ์, ลูกโลกทองคำ, British Academy Film Awards รวมถึงเวทใหญ่ของวงการเพลงอย่าง Grammy Award

รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจาก SAG Awards ที่ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น Actor Awards ถือเป็น “รางวัลใหญ่จากเวทีใหญ่” ตัวแรกของทิโมธี ชาลาเมต์ แต่น่าเสียดายที่การทุ่มเทอย่างหนัก ทั้งร้องเพลง ฝึกเล่นกีตาร์มานานร่วม 5-6 ปี เพื่อรับบท บ็อบ ดีแลน ในภาพยนตร์เรื่อง A Complete Unknown ไม่สามารถนำพาเขาไปได้ไกลกว่านั้น

 

จนกระทั่งปี 2026 ที่วันของทิโมธี ชาลาเมต์มาถึงตั้งแต่ต้นปี โดยหลังจากได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำ (Golden Globe Award) มาแล้วถึง 4 ครั้ง นับจาก Call Me by Your Name เมื่อปี 2018 เขาก็ทำมันสำเร็จในครั้งที่ 5 กับรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์เพลง/ตลก จากภาพยนตร์เรื่อง Marty Supreme โดยเอาชนะคู่แข่งระดับพระกาฬอย่าง ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอไปได้

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ Credit: REUTERS

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ ‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ

ไขว่คว้า...ด้วยความพยายาม

ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงสิ่งที่ทิโมธี ชาลาเมต์ประกาศเอาไว้ตอนรับรางวัล SAG Awards ว่าเขาเป็นคนทำได้อย่างที่พูด และการ “ไขว่คว้าหาความยิ่งใหญ่” ของเขามาจากการทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนักในการรับบทบาทแต่ละครั้ง

ทิโมธีให้สัมภาษณ์ในรายการ 60 Minutes ว่าตอนที่ได้รับข้อเสนอให้เล่นเป็น บ็อบ ดีแลน นักร้องนักแต่งเพลงผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งบนโลกใบนี้ในภาพยนตร์เรื่อง A Complete Unknown เขามีอายุเพียง 23 ปี และมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบ็อบน้อยมาก นั่นเองเป็นเหตุที่ทำให้มีคนเป็นจำนวนไม่น้อยบอกกับเขาว่า "อย่ารับงานนี้เลย" แต่ทิโมธีกลับมองมันเป็น "creative challenge" หรือ "ความท้าทายในเชิงสร้างสรรค์"

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ

 

การระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้โลกหยุดชะงักทำให้ทิโมธีมีเวลาร่วม 5 ปี ในการศึกษาชีวิตของบ็อบ ดีแลน และความมุ่งมั่นที่เขามีต่อดนตรี โดยทิโมธีไม่ได้แค่ต้องหาวิธีร้องเพลงให้เหมือนเท่านั้น แต่ยังต้องหัดเล่นฮาร์โมนิกาและกีตาร์ให้คล่อง ทำความรู้จักกับบทเพลงของบ็อบ ดีแลนร่วม 40 เพลงที่อยู่ในบทภาพยนตร์ A Complete Unknown

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ ‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ

กับบทบาทนักปิงปองมือดีระดับแชมเปี้ยนในภาพยนตร์เรื่อง “Marty Supreme” ที่ทำให้เขาคว้ารางวัลลูกโลกทองคำสาขานักแแสดงนำชายยอดเยี่ยมมาครอง ทิโมธี ชาลาเมต์ก็ทุ่มเทไม่แพ้กัน โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์ IndieWire เอาไว้ว่าหัดเล่นปิงปองมานานพอ ๆ กับการหัดเล่นกีตาร์เพื่อรับบทบ็อบ ดีแลน

“มันเป็นการเล่น ๆ เลิก ๆ มาประมาณ 5-6 ปีครับ ไม่ได้เล่นทุกวัน มันจะมีช่วงที่ผมตื่นขึ้นมาในแอลเอแล้วสิ่งแรกที่ทำในครึ่งเช้าคือเล่นปิงปอง แล้วครึ่งหลังเป็นการเล่นกีตาร์ มันไม่ใช่การฝึกเป็นแบบแผนมีขั้นมีตอนในช่วง 6 ปี แต่เป็นแบบหยิบขึ้นมาเล่นเวลาที่ผมมีอารมณ์อยากจะเล่น แล้วก็ทิ้งมันไปซักพักมากกว่าน่ะครับ ในความคิดผม มันเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้อะไรซักอย่าง ทำมันเวลามีแพสชันและความอยากรู้อยากเห็น ไม่ใช่ทำตาเดดไลน์”

‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ ‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ ‘ทิโมธี ชาลาเมต์’ ไม่ขอถ่อมตัวเพื่อไขว่คว้าความสำเร็จ

อย่างไรก็ตาม ทิโมธี ชาลาเมต์กล่าวไว้ว่าคนเราทุกคนต้องการเวลาผ่อนคลายและเยียวยาตัวเองด้วยเช่นกัน เขาไม่ได้พูดถึงการไขว่คว้าความสำเร็จแบบบ้าคลั่งขนาดนั้น แต่ถ้าเป็นการทำเพื่อโอกาสในหน้าที่การงาน ทำให้ตัวเองได้ก้าวขึ้นไปยืนในระดับสูงสุดแล้ว เขาเองก็ต้องมีแพสชั่นอย่างสุดตัวเช่นกัน

หลักฐานนี้ปรากฏให้เห็นในผลงานยุคแรก ๆ อย่าง Bones and All, Call Me by Your Name, Beautiful Boy, The King ที่ทิโมธีเชื่อว่ามันทำให้ความสามารถในทางศิลปะการแสดงของเขามันเติบโตขึ้น มีรากฐานที่แข็งแกร่งขึ้นในฐานะศิลปิน

“ผืนผ้าใบของผม และจานสีของผมมันใหญ่ขึ้น”

มาร่วมลุ้นและให้กำลังใจทิโมธี ชาลาเมต์กันอีกครั้งในงานประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่ 98 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 15 มีนาคม 2026 นี้ว่าเขาจะมีชื่อเขาชิงรางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม และสามารถคว้ารางวัลนี้ไปครองได้สำเร็จ ทำให้หนทางไปสู่ความยิ่งใหญ่ของเขาสำเร็จได้หรือไม่