ในวาระเดือน ธ.ค.เป็นเดือนแห่งวันพ่อของไทย หนังเล่าโลกมีโอกาสดูหนังเดนมาร์กเกี่ยวกับความรักของพ่อ ไม่ว่าพ่อชาติไหนก็รักลูกทั้งนั้น และแม้ว่าพ่อจะไม่ได้มีเพศสภาพชายอีกแล้วก็ตาม
'A Perfectly Normal Family' ภาพยนตร์เดนมาร์กปี 2020 ผลงานการกำกับของ Malou Reymann บอกเล่าเรื่องราวครอบครัวธรรมดาๆ ของโทมัสและเฮล กับลูกสาวสองคนคือแคโรไลน์และเอ็มมา ทุกย่างก้าวของครอบครัวถูกโทมัสบันทึกผ่านการถ่ายวีดีโอ โทมัสนั้นชอบฟุตบอลตามประสาผู้ชายทั่วไป และด้วยความที่เขาต้องดูแลลูกสาวคนเล็กอย่างใกล้ชิด ความชอบฟุตบอลของพ่อได้ปั้นให้เอ็มมาเป็นนักฟุตบอลหญิงเยาวชนดาวรุ่งไปโดยปริยาย
แต่แล้วครอบครัวเล็กๆ ต้องถึงคราเปลี่ยนแปลง เมื่อสองสาวได้รับแจ้งจากพ่อแม่ว่า พวกเขากำลังหย่าร้างกันด้วยเหตุผลที่ว่า พ่อต้องการแปลงเพศเป็นผู้หญิง ช็อกยิ่งกว่าช็อก โดยเฉพาะกับเอ็มมาลูกสาวที่ติดพ่อมาก เธอไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า พ่อของเธอจะเป็นอย่างไรหลังจากนี้
เนื้อหาหลักของหนังบอกถึงการปรับตัวเข้าหากันระหว่างพ่อที่เปลี่ยนแปลงจากนายโทมัสเป็นนางแอ็กเนต กับปฏิกิริยาจากเอ็มมาที่ดูราวเคียดแค้นชิงชังถึงขนาดอยากให้พ่อตายไปเสีย แต่สุดท้ายแล้วครอบครัวนี้ก็เป็นครอบครัวธรรมดาครอบครัวหนึ่งที่ผูกพันกันด้วยสายใยรัก
นี่คือภาพยนตร์ปิดท้ายโปรแกรม Contemporary World Film Series ประจำปี 2025 ของ TK Park ที่เลือกประเด็นหนักหน่วง แต่มีความน่ารักแฝงมาและมีไทยเข้าไปเกี่ยวข้องแม้เพียงเล็กน้อย นั่นคือตอนที่โทมัสต้องไปผ่าตัดแปลงเพศ เขามาที่ “ประเทศไทย” เห็นหรือไม่ว่า นี่คือซอฟต์พาวเวอร์อย่างหนึ่งของไทย การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ เมดิคัลทัวริสซึม ถูกพูดถึงมานานแล้วแต่ดูเหมือนรัฐไม่พูดชัดเรื่องส่งเสริมการมาแปลงเพศในไทย ภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งหลักฐานเชิงประจักษ์
ในฉากที่โทมัสผู้เปลี่ยนเป็นแอ็กเนต กลับจากเมืองไทย เธอซื้อของขวัญมาฝากลูกสาวด้วย ตอนที่สาวน้อยทั้งสองแกะห่อของขวัญ หนังเล่าโลกลุ้นมากว่ามันคืออะไร เพราะสิ่งที่ปรากฏในจอจะต้องเป็นอีกหนึ่งซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ไม่เช่นนั้นผู้กำกับคงไม่เลือกกล่าวถึง ของขวัญชิ้นนั้นคือ “ผ้านุ่งชายหาด” เข้าใจแล้วว่า ทำไมผู้จัดจึงเลือกภาพยนตร์เรื่องนี้มาฉายเพราะความเกี่ยวข้องโดยนัยของประเทศไทยน่าจะมีส่วนด้วย
ในประเด็นของ LGBTQ หนังเล่าโลกได้คุยกับ แดนนี แอนนัน เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย เล่าว่า จริงๆ แล้วเดนมาร์กเป็นประเทศแรกของโลกที่อนุญาตให้มีการสมรสเพศเดียวกัน ตั้งแต่เดือน ต.ค.ปี 1989
"เราจึงเชื่อมั่นอย่างมากในความเท่าเทียม ตอนนี้ประเทศไทยก็สามารถสมรสเพศเดียวกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก"
ส่วนค่านิยมของเดนมาร์กทูตมองว่า สะท้อนออกมาอย่างมากผ่านภาพยนตร์
“ในฐานะบุคคลคุณมีสิทธิเป็นคนที่คุณอยากเป็น มีสิทธิรักคนที่คุณอยากรัก ไม่มีใครมาบอกว่าคุณเป็นใคร คุณตัดสินใจเองว่าคุณเป็นใคร ไม่มีใครมาบอกให้คุณรักใคร คุณตัดสินใจเองที่จะรักคนนั้น”
และฉากสุดประทับใจของทูตก็คือ เมื่อแอ็กเนตตัดสินใจย้ายไปอยู่ลอนดอนเพื่อให้ทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับลูกๆ เอ็มมาก็ตระหนักได้ว่า แม้ตอนนี้พ่อจะเป็นผู้หญิงแล้ว แต่เธอก็ยังต้องการให้พ่ออยู่เคียงข้าง ได้ยินท่านทูตพูดแบบนี้ จึงไม่ผิดเลยที่หนังเล่าโลกจะสรุปว่า “รักของพ่อยิ่งใหญ่ ไร้นิยามเพศ”





