วันเสาร์ ที่ 14 มีนาคม 2569

Login
Login

ซิงเกิล Come back to me การกลับมาสุดปังของจักรวาล RM

ซิงเกิล Come back to me การกลับมาสุดปังของจักรวาล RM

หลังจากห่างหายวงการเพลงไปเพื่อเข้ารับการเกณฑ์ทหาร ล่าสุด RM จาก BTS ก็ได้ปล่อยซิงเกิลแรก Come back to me จากอัลบั้มเดี่ยวสุดที่สองมาให้แฟนคลับหายคิดถึง ซึ่งครั้งนี้ได้ผู้กำกับชื่อดังจากเรื่อง Beef อี ซังอิน มารับบทสร้างสรรค์มิวสิกวิดีโอที่มีเรื่องราวอันซับซ้อน

ไม่ทำให้แฟนคลับหรือบรรดาอาร์มี่ต้องผิดหวัง หลังจากรอคอยโซโล่อัลบั้มเต็มชุดที่สอง ของ “RM” ลีดเดอร์วง “BTS” หรือ คิม นัมจุน ที่มาในชื่อ Right Place Wrong Person ด้วยการปล่อยมิวสิกวิดีโอเพลงแรก “Come back to me” ที่ไม่ได้โดดเด่นในการนำเสนอผ่านหนังสั้นเนื้อหาซับซ้อนเท่านั้น แต่ครั้งนี้เขายังแสดงเป็นตัวเองในหลายบทบาทอีกด้วย ทั้งคนธรรมดา คุณพ่อที่อบอุ่น แฟนหนุ่มที่ต้องมีปัญหากับแฟนสาว เด็กน้อยของพ่อแม่ และสุดท้ายตัวเขาเองที่ได้พบกับตัวเองอีกคนที่อาจเรียกได้ว่ามาในรูปแบบของคนรู้ใจ (แสดงโดย คิม มิน-ฮา) หลังจากที่ต้องอยู่ผิดที่ผิดทางในเขาวงกตมาตลอด สอดคล้องกับเนื้อหาของเพลงที่พูดถึงการกลับมาของใครบางคน

ซิงเกิล Come back to me การกลับมาสุดปังของจักรวาล RM IG : bts.bighitofficial

นอกจากเนื้อหาของเพลงแล้วการถ่ายทอดภาพและเนื้อหาในมิวสิกวิดีโอครั้งนี้ก็ถูกพูดถึงเป็นอย่างมากไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการได้ผู้กำกับชื่อดัง อี ซังอิน เจ้าของผลงาน Beef มาเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวทั้งหมด ซึ่งข้อมูลจาก The Hollywood reporter ระบุว่า ซังอิน ได้กล่าวถึงการร่วมงานกับ นัมจุน ในครั้งนี้ว่า แม้จะเป็นเรื่องธรรมดาที่จะรู้สึกประหม่าที่ต้องร่วมงานกับศิลปินชื่อดัง แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพและความเป็นกันเองของนัมจุนทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความราบลื่น แม้นัมจุนจะได้รับบาดเจ็บขณะถ่ายทำแต่ก็สามารถกลับมาถ่ายงานต่อได้ และที่สำคัญเขายังมีส่วนร่วมกับทีมเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ซังอินยังมองว่านัมจุนและทีมของเขาพยายามมองหาความแปลกใหม่และสร้างสรรค์ให้กับวงการ K-POP อีกด้วย ทำให้ส่วนตัวแล้วเขารู้สึกเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับศิลปินคนนี้

ซิงเกิล Come back to me การกลับมาสุดปังของจักรวาล RM อี ซังอิน (ขวาสุด) IG : rkive

ในส่วนของเรื่องราวในมิวสิกวิดีโอเปิดมาด้วยตัวของนัมจุนเองที่นั่งอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของคนรอบข้างก่อนจะเริ่มลุกออกไปเปิดประตูต่างๆ ซึ่งประตูแต่ละบานนั้นบทบาทของเขาก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยประตูบานแรกเขาคือคุณพ่อที่มีครอบครัวแสนอบอุ่น ประตูบานถัดมาก็ได้เจอกับแฟนสาวที่กำลังโมโหเขาอยู่ (ไม่แน่ใจว่าทะเลาะกันไหม) ต่อมาประตูบานที่สามเขากลายเป็นเด็กทารกที่อยู่ในเตียงเด็กและมีพ่อกับแม่พยายามเล่นกับเขา ก่อนที่จะเขามาโผล่อยู่ภายในบ้านและได้พบเจอกับตัวเขาเองที่ต่อมามีการสลับภาพให้กลายเป็น มิน-ฮา คล้ายกับว่าที่สุดก็ได้เจอคนที่ตามหามานาน แต่กลับเดินสวนทางกันมาหลายครั้ง ก่อนที่ภาพจะตัดกลับไปในช่วงต้นของเพลงอีกครั้ง แล้วค่อยๆ สลับให้เห็นนัมจุนในบทบาทต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไปในการเปิดประตูแต่ละบาน ซึ่งครั้งนี้จะเป็นนัมจุนในเวอร์ชันที่มีความสุขไปในทุกบทบาท ก่อนจะได้มาเจอกับ มิน-ฮา อีกครั้ง ที่บางคนมองว่าจุดนี้ตรงกับท่อนที่ร้องว่า “I see you come back to me”

หากสังเกตุดีๆ จะพบว่าในมิวสิกวิดีโอจะมีประตูอยู่หนึ่งบานที่ยังไม่ได้รับการเปิด ที่ถึงแม้จะพยายามเปิดแล้วก็ยังเปิดไม่ออก และเป็นประตูที่มีลักษณะต่างกับบานอื่นตรงที่มีวงกลมเล็กๆ สามวงเรียงกันเป็นแนวตั้งอยู่บานประตู ซึ่งประตูตอนนี้ก็ถูกเปิดออกได้สำเร็จจากการตัดสินใจร่วมกันของ มิน-ฮา และนัมจุน ที่เมื่อเปิดออกไปแล้วทั้งคู่ก็เดินออกไปก่อนที่ภาพจะฉายในเห็นว่าฉากทั้งหมดวนเวียนอยู่ภายในเขาวงกตที่มีลักษณะเป็นเหมือนบ้าน

ซิงเกิล Come back to me การกลับมาสุดปังของจักรวาล RM IG : rkive

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าตอนจบที่แท้จริงของเรื่องราวนั้นเป็นอย่างไร ? ส่วนหนึ่งก็อาจจะแตกต่างกันออกไปในการตีความของแต่ละคน แต่คำตอบเหล่านั้นอาจจะเฉลยออกมาผ่านการออกเดินทางไปพร้อมกัน ในวันที่ 24 พ.ค. นี้ ซึ่งเป็นวันปล่อยอัลบั้ม Right Place Wrong Person ที่มีทั้งหมด 11 เพลงของนัมจุนในเวลาบ่ายโมงตรง (ตามเวลาเกาหลีใต้)

ตามรายงานของ Big Hit Music ต้นสังกัดของนัมจุนระบุว่า หลังจาก “Come back to me” ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา ก็ขึ้นอันดับที่ 1 ในหลายชาร์ตเพลงทั่วโลก เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และบราซิล นอกจากนี้ยังเป็นอันดับ 1 ในหมวดเพลงยอดนิยมของ iTunes ถึง 82 ประเทศทั่วโลก

สำหรับอัลบั้มเดี่ยวชุดแรกของนัมจุน Indigo ที่เปิดตัวไปแล้วเมื่อ ธ.ค. 2022 ก็เคยขึ้นสู่อันดับ 3 บนชาร์ต Billboard 200 มาแล้ว

อ้างอิงข้อมูล : Billboard, The Hollywood reporter และ Naver