วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

มาฟังความคิดเห็นของสองผู้กำกับภาพยนตร์ ที่จะมาวิเคราะห์การผลิตภาพยนตร์ไทย ว่าอะไรคือปัจจัยทำให้คนไทยออกมาดูหนังไทย อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’ จนมีรายได้ถล่มทลาย

ปรากฏการณ์คนไทยกลับมาดูหนังไทยในโรงภาพยนตร์เริ่มต้นเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อ สัปเหร่อ ภาพยนตร์ ลำดับที่ 6 ภาคแยกในจักรวาลไทบ้านเดอะซีรีส์ ทำรายได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ตามจำนวนวันที่เข้าฉาย

ข้อมูลจาก Thailand Box Office รายได้รวมทั่วประเทศไทย (วันที่ 9-12 พ.ย. 66) สัปเหร่อ เข้าฉาย 39 วันทำรายได้ 711.6 ล้านบาท

 

ขณะที่ภาพยนตร์เรื่อง ธี่หยด ผลิตโดย ช่อง 3 และ M STUDIO เข้าฉายในโรงภาพยนตร์หลังจากเรื่อง สัปเหร่อ ไปไม่นาน ก็สร้างกระแสคนดูมาก ทำรายได้ตีคู่ขึ้นมา

เข้าฉาย 19 วัน ทำรายได้ 404.3 ล้านบาท กลายเป็นภาพยนตร์ไทยทำรายได้สูงสุดอันดับ 4 จาก 1)พี่มาก...พระโขนง 2) สัปเหร่อ 3) ไอฟาย...แต๊งกิ้ว...เลิฟยู

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

  • จะทำหนังให้ปัง ต้องตามคนดูให้ทัน

นุชชี่ อนุชา บุญยะวรรธนะ นายกสมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย และผู้กำกับภาพยนตร์ดังหลายเรื่องกล่าวว่า มีหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์แบบนี้ ในอดีตก็เคยมีหนังไทยทำรายได้สูงมีมาอยู่เรื่อย ๆ

"กรณี สัปเหร่อ ธี่หยด มองว่าเป็นปัจจัยจากภายนอกและภายใน ปัจจัยภายนอก คือ สมาคมนักแสดงและสมาคมคนเขียนบทอเมริกานัดหยุดงาน ทำให้หลาย ๆ โปรเจ็กท์ไม่สามารถทำงานได้ทันตามกำหนด ขัดแย้งกันเรื่องสตรีมมิ่งและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เข้ามาดิสรัป

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’ Cr. Kanok Shokjaratkul

ทำให้หนังฮอลลีวูดที่เคยมีโปรแกรมมาเยอะเข้ามาแย่งพื้นที่ของหนังไทยไม่มี เป็นปัจจัยบวกให้หนังไทยที่มีกระแส หรือคนอยากดูเยอะ สามารถเทโรง หรือมีพื้นที่ฉายขยายได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งสถานการณ์หนังทั่วโลกก็ต้องแข่งขันกับหนังฮอลลีวูด หนังภาษาอังกฤษฉายได้ในวงกว้างกว่าหนังภาษาอื่น ๆ จำนวนผู้ชมก็มากกว่า ทุนสร้างก็มากกว่า คุณภาพก็มากไปตามทุนสร้าง

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

หนังฮอลลีวูดกับหนังไทยทุนสร้างต่างกันเป็นร้อยเท่าอยู่แล้ว หนังไทยเราจะแข่งกันสร้างคุณภาพก็แข่งกันได้ยาก 

ส่วน ปัจจัยภายใน เกิดจากการพัฒนาในวงการภาพยนตร์ไทยเอง ผู้สร้างหลาย ๆ คนรับฟังเสียงจากประชาชน คนดู ที่เข้ามาคอมเมนต์ มาคุย มีฟีดแบคต่าง ๆ แล้วพยายามแก้ไข พัฒนา สร้างภาพยนตร์ได้คุณภาพตามที่คนดูคาดหวัง

อย่างกลุ่มไทบ้านฯ ก็ชัดเจนว่า ไม่ใช่อยู่ ๆ ทำหนัง สัปเหร่อ แล้วก็ได้เงินมากเลย เขาทำหนังนี้มาหลายภาคแล้ว มีไทบ้านภาคหนึ่งภาคสอง 2.2 หมอปลาวาฬ เซียนหรั่ง

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

คือเป็นกลุ่มนักทำหนังภาคอีสาน ที่ต่อสู้ด้วยตัวเอง พยายามตัดแนวทางให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย แล้วมีฐานแฟนคลับต่อเนื่องยาวนาน ทำให้คุณภาพการถ่ายทำ เงินทุน เริ่มเข้ามามากขึ้น สูงขึ้น

ซึ่งเรื่องล่าสุด เป็นจังหวะที่เหมาะพอดีว่าการถ่ายทำได้มาตรฐาน มีการเขียนบทที่ตรงใจคนดู ก็เลยเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จ

แต่หนังไทยมักจะมีข้อเสียตรงที่เรื่องไหนประสบความสำเร็จ คนมักจะทำตาม ๆ กัน มันก็จะน่าเบื่อ หรือไม่ได้คุณภาพ ในอดีตก็เป็นแบบนั้น 

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

การทำหนังจะต้องวิ่งตามให้ทันคนดู คือเมื่อคนดูเขาดูแนวนี้แล้ว มีคนทำซ้ำออกมาย่อมไม่ประสบผลสำเร็จ มันก็ต้องค้นหาความแปลกใหม่ไปเรื่อย ๆ

อย่างเรื่อง ธี่หยด ปกติหนังสยองขวัญของไทยมีแนวทางที่พัฒนาต่อเนื่องมายาวนานอยู่แล้ว เรามีหนังสยองขวัญที่ประสบความสำเร็จหลาย ๆ เรื่อง เช่น ร่างทรง ประสบความสำเร็จทั้งในไทยและระดับต่างชาติ

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

หรือหนังทำเงินสูงสูดระดับพันล้านก็มีเรื่อง พี่มาก...พระโขนง ถ้าพูดถึงหนังไทยสยองขวัญที่ประสบความสำเร็จจะมีเยอะมาก ไม่ว่า ลัดดาแลนด์, ชัตเตอร์ฯ มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งสภาพสังคมไทยมีความเชื่อเรื่องจิตวิญาณ ทำให้การคิดงานเรื่องสยองขวัญ มันมีรากเหง้า มีวัตถุดิบ ในการคิดงานสร้างสรรค์ไปแนวนี้ได้เยอะ เป็นจุดเด่นของภาพยนตร์ไทยอยู่แล้ว

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

ประกอบกับเรื่อง ธี่หยด เป็นเรื่องเล่าในเว็บพันทิพที่มีชื่อเสียง มีแฟนคลับติดตามว่าเป็นเรื่องน่ากลัว มีคนรออ่าน พอมาเป็นหนัง ก็มีคนติดตาม อยากดู ก็ได้รับความนิยม

ซึ่งคนทำหนัง ควรรับฟังจากคนดูเอามาปรับแนวทางใหม่ ๆ ในการนำเสนอ

ควรมีหน่วยงานจากรัฐบาลเข้ามาสนับสนุนสื่อภาพยนตร์โดยเฉพาะ เพราะการแข่งขันของหนังไทยกับหนังฮอลลีวูด มันยาก ทุนสร้างต่างกันเยอะ

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

หนังไม่ควรถูกมองเป็นสินค้าอย่างเดียว ต้องถูกมองในแง่คุณค่าศิลปะวัฒนธรรมของชาติด้วย เพราะว่าภาพยนตร์ทำหน้าที่บันทึกสังคม บันทึกความคิดของผู้คน บันทึกประวัติศาสตร์ ศิลปะต่าง ๆ เอาไว้

ซึ่งในหลาย ๆ ประเทศเขาก็มีการสนับสนุนหนังในประเทศของเขาเอง ต้องทำให้วงการภาพยนตร์ และระบบต่าง ๆ ในการสร้างภาพยนตร์มันเอื้อต่อการพัฒนาแนวทางใหม่ ๆ เราจะทำย่ำที่เก่าไม่ได้

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

ต้องทำให้มีบุคลากรใหม่ ๆ เข้ามา มีโอกาสให้หนังแนวใหม่ ๆ ทดลองทำขึ้นมา ให้ทุกคนหาแนวทางใหม่ ๆ ประเด็นใหม่ ๆ การเล่าใหม่ ๆ ออกมาอยู่เรื่อย ๆ มันก็จะประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง

ภาครัฐต้องตั้งองค์กรขึ้นมาเพื่อสนับสนุนสื่อบันเทิง สื่อภาพยนตร์ เพราะว่าธุรกิจภาพยนตร์มีการแข่งขันสูง มีการแปรเปลี่ยนอยู่ตลอด

ต้องอาศัยคนที่มีความรู้อยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์จริง ๆ มาเป็นคนที่กำหนดนโยบาย สมมติว่ามีเงินสนับสนุนเข้ามา จะเอาไปสนับสนุนยังไง ตรงไหน ที่จะทำให้วงการภาพยนตร์ไทยพัฒนา"

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

  • คนไทยยังอยากดูหนังไทย ในโรงภาพยนตร์

อ๊อด บัณฑิต ทองดี ผู้กำกับภาพยนตร์ ผู้ทรงคุณวุฒิด้านภาพยนตร์กระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า ปรากฏการณ์คนแห่ไปดูหนังเรื่อง สัปเหร่อ ธี่หยด จนทำรายได้ถล่มทลายนับว่าดี

"มันพิสูจน์ให้เรารู้ว่า ที่เรากังวลกันว่า หนึ่ง. คนไม่ดูหนังแล้ว คนไม่เข้าโรงแล้ว แต่ไปดูสตรีมมิ่งที่บ้าน ไปดูทีวี ดูมือถือ ดูไอแพด สอง. โควิด ทำให้คนไม่เข้าโรงหนัง จนหมดโควิดแล้วก็ยังมีบางคนไม่เข้าโรงหนัง

ปรากฏการณ์นี้บอกให้รู้ว่า ขอให้ทำหนังดี ๆ ออกมา ทำคอนเทนต์ดี ๆ ออกมา คนดูก็พร้อมจะออกมาดูกัน ถ้าหนังนั้นดี หรือผลงานมันดี

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

Cr. กระทรวงวัฒนธรรม

ถ้าเราอยากให้คนออกมาดูหนัง เราก็ต้องสร้างผลงานที่ดี ใส่ใจในเรื่องบท โปรดักชั่น อย่างที่เห็นกันหลายเรื่องไม่ได้เน้นโปรดักชั่นมาก ไม่ได้เน้นคุณภาพเท่าไร ก็ไม่ทำรายได้ที่น่าพอใจ

หรือทำหนังออกมาแล้ว รายได้ต่ำมาก ก็มีหลาย ๆ เรื่อง เป็นเพราะว่าไม่ได้ใส่ใจเรื่องคุณภาพ เรื่องบท เรื่องงานสร้าง เรื่องการคัดเลือกนักแสดง

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

อย่าง สัปเหร่อ อาจจะสนุกด้วยตัวเอง แล้วก็มีฐานแฟนคลับอยู่แล้ว ตั้งแต่หนังไทบ้านมาแต่ไหนแต่ไร สัปเหร่อน่าจะเป็นหนังที่ดีที่สุดในกลุ่มไทบ้าน

คือ พัฒนาการเขาดีขึ้นเยอะมาก บทก็ดีขึ้น มีความหลากหลาย ทั้งเรื่องตลก ทั้งผี ทั้งดราม่า ถ่ายภาพสวยขึ้น ให้ความแปลกใหม่กับฐานแฟนคลับที่มีอยู่ จนเกิดความ "อุ้ย มันสนุกว่าที่เคยเห็นมา" จากคนที่ชอบอยู่แล้วก็ยิ่งชอบ ทำให้เข้าไปดูอีกหลาย ๆ รอบ

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

อย่าง ธี่หยด ผมว่าเป็นเรื่องการโฆษณามาก ๆ หนัก ๆ แล้วหนังก็มีฐานคนดูคนฟังทางวิทยุที่โด่งดังอยู่แล้ว โปรดักชั่นดี การถ่ายทำดี มี ณเดชน์ คูกิมิยะ เล่นด้วย

หน้าหนังดี ทำเป็นไอแมกซ์ แล้วผีไทยในไอแมกซ์มันจะเป็นยังไง ตัวงานเขาใช้ได้ด้วย มีการโฆษณาทั้งช่อง 3 ทั้งเมเจอร์ พออัดโฆษณาไปเยอะ ๆ คนก็สงสัยอยากไปดู"

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

ซึ่งการจะทำหนังไทยให้ดีมีคนดูเยอะ ๆ นั้น บัณฑิตบอกว่า

"เริ่มจากตัวหนังก่อนเลย อันดับแรก ตั้งใจทำให้มันดี ถึงมันจะออกมาไม่ถูกใจคน แต่ว่าเราตั้งใจก่อน อย่างน้อยก็ช่วยให้ผลงานมีคุณภาพมาจากฝีมือที่เราใส่ใจ มีความตั้งใจ

สอง. เราต้องมององค์ประกอบแวดล้อมด้วย ไม่ใช่มีเงิน ก็สร้างหนังได้ มันต้องมีการโปรโมชั่น มีการวางแผนโฆษณาที่ดี ไม่ใช่ทำหนังจบ ก็จบกัน บางคนไม่มีงบโฆษณา คิดแค่ว่าไปทำออนไลน์ มันไม่พอ

อย่างหนังทั้งสองเรื่องนี้ที่เป็นปรากฏการณ์ เราก็เห็นแล้วว่าเขาเต็มที่จนมันประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องมีส่วนร่วมด้วยช่วยกันทั้งโปรดักชั่นและโปรโมชั่น ที่จะทำให้คนกลับมาดูหนัง

วิเคราะห์ 'หนังไทย' ทำยังไงให้ปัง อย่าง ‘สัปเหร่อ-ธี่หยด’

เราต้องหากลยุทธ์ต่าง ๆ ต้องวิเคราะห์ให้ถูก แล้วทำตามที่เขาต้องการ ไม่งั้นเขาก็ไม่ดู ซอฟต์เพาเวอร์คือการเนียน ๆ ไป แอบทำไป ให้คนดูรู้สึกไปเอง ผมว่าอย่างนี้จะสำเร็จมากกว่า

ฝากถึงผู้ผลิตภาพยนตร์ทุกท่าน เราต้องทำในสิ่งที่เราเชื่อ ทำในสิ่งที่เราคิดว่ามันดี ให้หาอะไรที่มันใหม่ ๆ คนดูต้องการความใหม่ พอไทบ้านสร้างความใหม่ขึ้นมา เขาก็มีตลาดของเขา

อย่าไปทำซ้ำ ๆ กัน เอ้ย หนังแบบนี้ได้ตังค์ ก็แห่ไปทำ อย่าเดินตามรอยกันจนทำให้คนดูรู้สึกว่าเบื่ออีกละ เราอย่าไปทำลายมัน ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนดูอีกครั้งหนึ่ง แล้วเราจะมีความสุขเหมือนเมื่อหลายปีก่อน"