พรหมลิขิต : การเมืองยุคพระนารายณ์ถึงยุคพระเพทราชา สู่ยุคขุนหลวงท้ายสระ

พรหมลิขิต : การเมืองยุคพระนารายณ์ถึงยุคพระเพทราชา สู่ยุคขุนหลวงท้ายสระ

'พรหมลิขิต' ละครช่อง 3 ชวนคนไทยคิดและสนุกกับเรื่องราวสมัยอยุธยา ตั้งแต่ยุคพระนารายณ์ถึงยุคพระเพทราชาที่ไม่ชื่นชอบตะวันตก และยุคขุนหลวงท้ายสระ เกิดไข้ทรพิษระบาดหนัก

ในที่สุดละครพีเรียด พรหมลิขิต ภาคต่อจาก บุพเพสันนิวาส บทประพันธ์ของ รอมแพง บทโทรทัศน์โดย ศัลยา และกำกับการแสดงโดยสรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร ออกอากาศทางสถานีช่อง 3 ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2566 คนไทยก็ได้ชมไปบ้างแล้ว

สมกับที่รอคอยมานาน ละครพรหมลิขิต โปรดักชั่นทำออกมาได้ดี ไม่ทำให้คนดูผิดหวัง เป็นละครที่เก็บรายละเอียดได้ค่อนข้างดี บางฉากบางสถานการณ์ชวนตั้งคำถามแต่ละยุคในสมัยอยุธยา

ไม่ว่ายุคสมัยพระนารายณ์ และช่วงใกล้สิ้นยุคสมัยพระนารายณ์ ,เรื่องพระปีย์ พระราชโอรสบุญธรรมในพระนารายณ์ บ้างก็ว่าอาจเป็นพระโอรสลับของสมเด็จพระนารายณ์

พระปีย์มีความสวามิภักดิ์ต่อพระนารายณ์ตั้งแต่เด็ก นอนเฝ้าอยู่ปลายพระบาท และคอยปฏิบัติพยุงพระองค์ลุกนั่ง แต่ที่สุดก็ถูกสำเร็จโทษด้วยเหตุผลทางการเมือง

 

พรหมลิขิต : การเมืองยุคพระนารายณ์ถึงยุคพระเพทราชา สู่ยุคขุนหลวงท้ายสระ

หากใครได้ชมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตอนที่สอง(19 ต.ค. 66) ฉากที่พระรามณรงค์และจันทร์วาด แวะมาเยี่ยมออกญาวิสูตรสาคร (โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ) และแม่หญิงการะเกด (เบลล่า ราณี แคมเปน) มีช่วงหนึ่งทั้งสองถามการะเกดว่า "อยุธยาในภายภาคหน้าจะยังอยู่หรือไม่" การะเกดมีสีหน้าแบ่งรับแบ่งสู้ แล้วตอบว่า "อยุธยา วัด และคลองๆ ต่างยังคงอยู่"

ย้อนไปถึงประวัติศาสตร์กรุงศรีอยุธยา ยุคสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (ปีพ.ศ.2199- 2231) เป็นยุครุ่งเรืองมีชาวตะวันตกเข้ามาอยุธยาเพื่อเจริญสัมพันธไมตรี เริ่มเปิดรับวิทยากรใหม่ๆ  

กระทั่งมาถึงยุคพระเพทราชา(ปีพ.ศ.2231-2246) เป็นยุคที่มีความเกลียดชังตะวันตกเป็นทุนเดิม ไม่ถึงกับปิดประตูกับสัมพันธภาพกับทุกประเทศ เพียงแค่ไม่นิยมชมชอบฝรั่งเศส 

 

พรหมลิขิต : การเมืองยุคพระนารายณ์ถึงยุคพระเพทราชา สู่ยุคขุนหลวงท้ายสระ

และมาถึงยุคสมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ (พระเจ้าท้ายสระ) ในละครพรหมลิขิตเรียกว่า ขุนหลวงท้ายสระ พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในพระเจ้าเสือกับพระอัครมเหสีสมเด็จพระพันวษา มีพระอนุชาและพระกนิษฐา ร่วมพระมารดา 2 พระองค์ คือเจ้าฟ้าพร (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) เป็นยุคที่ไข้ทรพิษระบาดหนัก และมีการเจริญสัมพันธไมตรีค้าขายกับจีน

  • ยุคพระนารายณ์ เปิดรับวิทยาการใหม่ๆ

ถึงกล่าวถึงยุคสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สิ่งที่คนไทยนึกถึงก็คงจะเป็นเรื่อง การเจริญสัมพันธไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งฝรั่งเศส เพื่อติดต่อค้าขาย

นอกจากนี้ยังติดต่อค้าขายกับประเทศต่าง ๆ ทั้งจีน ญี่ปุ่น อิหร่าน อังกฤษ และฮอลันดา มีชาวต่างชาติเข้ามาอยุธยาจำนวนมาก ในจำนวนนี้รวมถึงเจ้าพระยาวิชเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน) ชาวกรีกที่เข้ามารับราชการ

ขณะเดียวกันยังโปรดเกล้าฯ ให้แต่งคณะทูตนำโดยเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน)เดินทางไปเจริญสัมพันธไมตรีกับราชสำนักฝรั่งเศส ในรัชสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ถึง 4 ครั้ง

ในละครพรหมลิขิต ยุคพระนารายณ์ เป็นยุครุ่งโรจน์ของเจ้าพระยาโกษาธิบดี (ปาน) แต่พอมาถึงยุคพระเพทราชา ที่ไม่ชอบตะวันตกเป็นทุนเดิม เส้นทางของเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน) ไม่ราบรื่น ถูกลงอาญาอยู่บ่อยครั้ง 

พรหมลิขิต : การเมืองยุคพระนารายณ์ถึงยุคพระเพทราชา สู่ยุคขุนหลวงท้ายสระ

กระทั่งในยุคพระเพทราชา ตอนหนึ่งในละคร ออกญาวิสูตรสาคร เล่าให้แม่หญิงการะเกดฟังว่า "พระเพทราชากริ้วมาก ใช้พระแสงตัดปลายจมูกของเจ้าพระยาโกษาธิบดี(ปาน)

มีบางหลักฐานอ้างอิงว่า "ที่ถูกตัดจมูก เพราะเขาถูกกล่าวหาว่าจงรักภักดีต่อฝรั่งเศสและสมเด็จพระนารายณ์ และวาระสุดท้าย มีบันทึกไว้ว่า เขาตัดสินใจฆ่าตัวตายใน พ.ศ. 2243 และบางหลักฐานบอกว่า เขาถูกโบยด้วยเชือกจนตาย จึงไม่มีบทสรุปที่แน่ชัด

ว่ากันว่า โกษาปานเป็นต้นตระกูลของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นบิดาของเจ้าพระยาวรวงษาธิราช (ขุนทอง) ซึ่งภายหลังเข้ารับราชการกับพระเจ้าเสือ และยังเป็นปู่ของพระยาราชนิกูล (ทองคำ) ซึ่งเป็นบิดาของสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกพระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช

พรหมลิขิต : การเมืองยุคพระนารายณ์ถึงยุคพระเพทราชา สู่ยุคขุนหลวงท้ายสระ อีกเรื่องที่โดดเด่นในยุคพระนารายณ์ ก็คือ การสร้างเมืองลพบุรี ราชธานีแห่งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2209 พระองค์จะเสด็จไปประทับที่ลพบุรีทุก ๆ ปี ครั้งละหลายเดือนด้วยเหตุผลว่า มีศัตรูมากมายรายรอบพระองค์ เนื่องจากการเข่นฆ่าฟันล้างบางพระราชวงศ์ด้วยกันมาหลายครั้งหลายหน รวมทั้งเรื่องของเสนาบดีใหม่และเก่า

นอกจากนี้ในสมัยพระนารายณ์ มีเอกสารของชาวตะวันตกยืนยันว่า พระองค์ไม่ค่อยเป็นที่นิยมของราษฎร เพราะตลอดรัชสมัยของพระองค์มีสงครามทั้งนอกประเทศและการปราบกบฏภายในประเทศ ชาวนาจึงต้องถูกเกณฑ์ไปรบ ทนทุกข์ทรมานจากความแร้นแค้นของภาวะสงคราม

กระทั่งพระนารายณ์เสด็จสวรรคต เมื่อปีพ.ศ.2231 ณ พระที่นั่งสุทธาสวรรย์พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี ครองราชสมบัติมานาน 32 ปี  ซึ่งตอนนั้นพระเพทราชาโปรดให้อัญเชิญพระบรมศพจากลพบุรีสู่กรุงศรีอยุธยา ผ่านทางเรือพระที่นั่งศรีสมรรถชัย

  • ยุคพระเพทราชา ไม่นิยมชมชอบฝรั่ง

พระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 28 แห่งอาณาจักรอยุธยาและทรงเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง เป็นราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองอาณาจักรอยุธยาก่อนเสียกรุงครั้งที่ 2 ปีพ.ศ. 2310

ในบุพเพสันนิวาส ได้ปูเรื่องไว้ว่า พระเพทราชาได้รับการเลี้ยงดูมาพร้อมๆ กับพระนารายณ์ เนื่องจากพระมารดา ทรงเป็นแม่นมของพระนารายณ์ และพระขนิษฐา คือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ (แจ่ม) เป็นพระสนมเอกในสมเด็จพระนารายณ์มหาราช  พระองค์รับราชการจนได้รับความไว้พระทัยได้รับใช้ใกล้ชิด

ช่วงที่พระเพทราชาครองบัลลังก์ต่อจากสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ละครพรหมลิขิต หยิบเรื่องการขับไล่ชาวตะวันตกมาเป็นประเด็นหลักทางการเมือง พระองค์ต้องการขับไล่ฝรั่งเศส แต่ยังคงมีสัมพันธภาพติดต่อค้าขายกับฮอลันดา 

ตลอดการครองราชย์ 15 ปีของพระเพทราชา การเมืองและศึกสงครามระหว่างเมือง เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยมาก และรัชสมัยของพระองค์ ทรงเปลี่ยนแปลงรูปแบบการปกครองสมุหพระกลาโหม ซึ่งแต่เดิมมีอำนาจบริหารราชการแผ่นดินด้านการทหารฝ่ายเดียวทั่วราชอาณาจักร มาบริหารงานทั้งกิจการทหารและพลเมืองหัวเมืองฝ่ายใต้

พรหมลิขิต : การเมืองยุคพระนารายณ์ถึงยุคพระเพทราชา สู่ยุคขุนหลวงท้ายสระ ส่วนสมุหนายก แต่เดิมบริหารงานฝ่ายพลเรือนทั้งหมดทั่วราชอาณาจักร เปลี่ยนมาเป็นบริหารงานกิจการทหารและพลเรือนห้วเมืองฝ่ายเหนือ และให้กรมพระคลัง มีอำนาจดูแลเรื่องการค้ากับต่างชาติและหัวเมืองชายฝั่งตะวันออกทั้งกิจการทหารและพลเรือน

แม้ยุคสมัยพระเพทราชา จะมีกบฎเกิดขึ้นหลายครั้ง แต่พระองค์ก็นำความสงบสุขมาให้บ้านเมืองตลอดที่ครองราชย์

หลายมุมมองนักประวัติศาสตร์ เห็นว่า การไม่สยบยอมต่ออำนาจของชาวตะวันตกที่คุกคามในสมัยอยุธยา ทำให้สามารถรักษาเอกราชของชาติไว้ได้

จะเป็นเช่นนั้นหรือไม่ ยากจะคาดเดา แต่การเปลี่ยนผ่านแต่ละยุคสมัยย่อมมีผลต่อประเทศไทยวันนี้. 

  • ยุคขุนหลวงท้ายสระ : ไข้ทรพิษระบาด

หลังจากขุนหลวงท้ายสระขึ้นครองราชย์ พระองค์เจ้าดำ (พระราชโอรสของสมเด็จพระเพทราชา) ทรงกระทำฝ่าฝืนเข้าไปในบริเวณพระราชฐานต้องห้าม

ขุนหลวงท้ายสระทรงปรึกษากับกรมพระราชวังบวรสถานมงคล (เจ้าฟ้าพร) เพื่อชำระความผิดตามพระราชอาญา จึงรับสั่งให้จับพระองค์เจ้าดำนำไปสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทร์ แล้วให้นำพระศพไปฝังที่วัดโคกพระยาตามราชประเพณี

และในปี พ.ศ. 2255 เกิดไข้ทรพิษระบาดไม่ต่ำกว่า 5-6 เดือน ประชาชนล้มตายจำนวนมาก เกิดปัญหาข้าวยากหมากแพง โดยเฉพาะข้าวมีราคาแพงที่สุดจนแทบหาซื้อไม่ได้ แม้ว่าราคาข้าวในรัชกาลพระองค์เคยเป็นยุครุ่งเรืองในการค้าข้าว

นอกจากนี้มีการขุดคลองมหาชัย โดยรับสั่งให้พระราชสงคราม (ปาน) เป็นนายกองจัดการเกณฑ์กำลังคนจากหัวเมืองใต้ 7 หัวเมืองได้กำลัง 30,000 คนมาช่วย และมีการขุดคลองเกร็ดน้อย ส่วนด้านการต่างประเทศ มีการส่งราชทูตไปเจริญทางพระราชไมตรี ค้าขายกับจีน ในปี พ.ศ. 2244

  • ลำดับพระมหากษัตริย์ ราชวงศ์บ้านพลูหลวง

ราชวงศ์บ้านพลูหลวง เป็นราชวงศ์ที่ 5 และเป็นราชวงศ์สุดท้ายที่ปกครองอาณาจักรอยุธยา

ก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง มีพระมหากษัตริย์ในราชวงศ์ทั้งสิ้น 6 พระองค์ ตั้งแต่รัชกาลพระเพทราชาในปี พ.ศ. 2231 ถึงสมเด็จพระเจ้าเอกทัศในปี พ.ศ. 2310 รวม 79 ปี

  • สมเด็จพระเพทราชา ครองราชย์ปี พ.ศ. 2231 - พ.ศ. 2246 (15 ปี)
  • สมเด็จพระเจ้าสุริเยนทราธิบดี (พระเจ้าเสือ) ครองราชย์ปี พ.ศ. 2246 - พ.ศ. 2251 (5 ปี)
  • สมเด็จพระที่นั่งท้ายสระ (พระเจ้าท้ายสระ) - ครองราชย์ปี พ.ศ. 2251 - พ.ศ. 2275 (24 ปี)
  • สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ - ครองราชย์ปี พ.ศ. 2275 - พ.ศ. 2301 (26 ปี)
  • สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร - ครองราชย์ปี พ.ศ. 2301 (2 เดือน)
  • สมเด็จพระที่นั่งสุริยาศน์อมรินทร์ (พระเจ้าเอกทัศ) - ครองราชย์ปี พ.ศ. 2301 - พ.ศ. 2310 (9 ปี)

..........

อ้างอิง : วิกิพีเดีย 

  • พรหมลิขิต : การเมืองยุคพระนารายณ์ถึงยุคพระเพทราชา สู่ยุคขุนหลวงท้ายสระ