background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

‘พูดไปก็ไลฟ์บอย’ วลีฮิตจาก ‘สบู่’ ยุค 2500 สู่เพลงใหม่เกิร์ลกรุ๊ป ‘4EVE’

‘พูดไปก็ไลฟ์บอย’ วลีฮิตจาก ‘สบู่’ ยุค 2500 สู่เพลงใหม่เกิร์ลกรุ๊ป ‘4EVE’

วลีฮิต “พูดไปก็ไลฟ์บอย” ใช้กันอย่างแพร่หลายในไทย มาจากสบู่ยี่ห้อ “ไลฟ์บอยย์” ที่เข้ามาขายตั้งแต่ยุค 2500 ก่อนจะหายไปตามกาลเวลา จนกระทั่งกลายเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง จากการเป็นชื่อเพลงใหม่ของ “4EVE” (โฟร์อีฟ) วงเกิร์ลกรุ๊ป T-POP

4EVE” (โฟร์อีฟ) วงเกิร์ลกรุ๊ปแถวหน้าของวงการเพลงไทย พึ่งปล่อยเพลงใหม่ “Life Boy (พูดไปไลฟ์บอย)” เมื่อช่วงต้นเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา โดยเพลงนี้ได้ “แจ๊ป เดอะ ริชแมนทอย” มาเป็นโปรดิวเซอร์ให้ ซึ่งจากชื่อเพลง “พูดไปก็ไลฟ์บอย” ทำให้เด็กรุ่นใหม่งุนงงว่า คำนี้แปลว่าอะไร แต่ผู้ใหญ่กลับเข้าใจความหมายของคำนี้เป็นอย่างดี

 

  • พูดไปก็ไลฟ์บอยย์ นิ่งไว้ก็เซฟการ์ด

ในช่วงยุค 2500 มีสบู่ยี่ห้อหนึ่งจากประเทศอังกฤษเข้ามาขายในไทยในราคาเพียง 2.50 บาท มีชื่อว่า “ไลฟ์บอยย์” (Lifebouy) ด้วยราคาที่ย่อมเยาทำให้สบู่แบรนด์นี้เป็นที่นิยมอย่างมาก หลังจากไม่นานก็มีอีกบริษัทนำสบู่จากสหรัฐยี่ห้อ “เซฟการ์ด” (Safeguard) แม้จะมีราคาที่แพงกว่า แต่ก็มีกลิ่นที่หอมกว่า บรรจุภัณฑ์ที่หรูหรากว่า และมีคุณสมบัติที่ดีกว่าไลฟ์บอยย์ เข้ามาจำหน่ายในไทย

‘พูดไปก็ไลฟ์บอย’ วลีฮิตจาก ‘สบู่’ ยุค 2500 สู่เพลงใหม่เกิร์ลกรุ๊ป ‘4EVE’ สบู่ไลฟ์บอยย์ยุคแรกในไทย

และด้วยจุดนี้เองทำให้เกิดเป็นวลีฮิตที่เปรียบเทียบสบู่ทั้ง 2 แบรนด์ขึ้นว่า “พูดไปก็ไลฟ์บอยย์ นิ่งไว้ก็เซฟการ์ด” ซึ่งเป็นการเลียนแบบรูปแบบของสำนวน “พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง” โดยยังคงความหมายเดิมที่มีแปลว่า ‘พูดไปไม่มีประโยชน์ นิ่งเสียดีกว่า’ เอาไว้ จะเห็นได้ว่าการเปรียบเทียบลักษณะนี้ เป็นการให้คุณค่ากับสินค้าที่มี “ราคาแพง” มากกว่าสินค้าราคาถูก 

เนื่องจากทั้งสบู่ไลฟ์บอยและเซฟการ์ดต่างเป็นที่นิยมและรู้จักในวงกว้าง ทำให้วลีนี้จึงกลายเป็นวลีฮิตใช้กันทั้งประเทศ ต่อมาวลีนี้ได้ถูกตัดทอนให้สั้นลงเหลือเพียง “พูดไปก็ไลฟ์บอย” เป็นที่รู้กันว่ามีความหมายว่า พูดไปก็ไม่มีประโยชน์

ก่อนหน้านี้ ในช่วงที่ไลฟ์บอยย์เป็นสินค้าติดตลาดในประเทศไทย และวลีฮิตนี้เป็นที่รู้จักไปทั่ว “ไพจิตร อักษรณรงค์” นักร้อง นักแสดงยุค 80 เคยออกเพลงชื่อ “พูดไปก็ไลฟ์บอย” มาแล้ว

  • สบู่เก่าแก่จากอังกฤษ

ไลฟ์บอยย์ เป็นแบรนด์สบู่ที่มีอายุเก่าแก่ถึง 128 ปี ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 1895 โดยโรงงาน Lever Brothers ในอังกฤษ (ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น Unilever และกลายเป็นบริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคยักษ์ใหญ่ของโลก) ช่วงปีนั้นอหิวาตกโรคแพร่ระบาดอย่างหนักในอังกฤษ ทำให้บริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์สบู่กำจัดแบคทีเรีย เพราะการล้างมือด้วยสบู่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการกำจัดเชื้อโรค นอกจากนี้ยังมีสารพูราลินเป็นส่วนประกอบ ทำให้มีสรรพคุณป้องกันเหงื่อไคลได้นาน 

บริษัทต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่าย จึงขายสินค้าในราคาถูก จนกลายเป็นสินค้าขายดีทั้งในอังกฤษและสหรัฐ และวางจำหน่ายอีกหลายประเทศทั่วโลก ทั้งในยุโรป ละตินอเมริกา อเมริกาใต้ เอเชีย รวมถึงประเทศไทย

‘พูดไปก็ไลฟ์บอย’ วลีฮิตจาก ‘สบู่’ ยุค 2500 สู่เพลงใหม่เกิร์ลกรุ๊ป ‘4EVE’ ใบโฆษณาสบู่ไลฟ์บอยย์

ในระยะหลังตลาดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกายมีการแข่งขันกันสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด มีแบรนด์ต่าง ๆ เข้ามาร่วมแย่งชิงยอดขายจำนวนมาก อีกทั้งมีการแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ ตลอดจนสบู่สูตรและกลิ่นใหม่ ๆ อยู่เสมอ 

เพื่อให้แข่งขันกับแบรนด์อื่น ๆ ได้ Unilever จึงได้ใช้กลยุทธ์มัลติแบรนด์ โดยออกแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดใหม่ ๆ เพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคให้ครบทุกกลุ่ม เช่น ลักส์ (Lux) โดฟ (Dove) วาสลีน (Vasline) แม้ว่าแบรนด์เหล่านี้จะออกมาเพื่อกันการแย่งชิงลูกค้าของบริษัทอื่น แต่ก็ต้องยอมรับว่าแบรนด์ในเครือ Unilever เองก็ทำให้ยอดขายของ ไลฟ์บอยย์ ลดลงด้วยเช่นกัน จนส่วนแบ่งทางการตลาดน้อยลงไปเรื่อย ๆ และค่อย ๆ หายไปจากชั้นวางสินค้าในหลายประเทศ หนึ่งในนั้นคือประเทศไทย

  • หวนคืนสู่สนาม

หลังจากห่างหายจากตลาดในประเทศไทยไปกว่า 40 ปี ไลฟ์บอย กลับมาทำการตลาดในประเทศไทยอีกครั้งในช่วงปี 2563 ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังมาแรงสุด ๆ โดยการกลับมาในครั้งนี้ไลฟ์บอยกลับมาพร้อมกับภาพลักษณ์โฉมใหม่ที่ดูทันสมัยมากยิ่งขึ้น (และชื่อไทยตัด ย์ ออก) พร้อมชูจุดเด่นลดการสะสมของแบคทีเรียได้ 99.9% ซึ่งเป็นคุณสมบัติเด่นของผลิตภัณฑ์แต่ไหนแต่ไร

นอกจากนี้ไลฟ์บอยยังมีแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ไม่ได้มีเพียงสบู่ก้อนเพียงอย่างเดียว ยังมีครีมอาบน้ำ สบู่เหลวล้างมือ และเจลแอลกอฮอล์ พร้อมได้ “ชมพู่ - อารยา เอ ฮาร์เก็ต” และลูกชายฝาแฝด “สายฟ้า-พายุ” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังคนรุ่นใหม่ และ ครอบครัว

‘พูดไปก็ไลฟ์บอย’ วลีฮิตจาก ‘สบู่’ ยุค 2500 สู่เพลงใหม่เกิร์ลกรุ๊ป ‘4EVE’

แต่ทว่าการห่างหายไปจากตลาดกว่า 40 ปี ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายด้วยเช่นกัน คนรุ่นใหม่แทบจะไม่รู้จักแบรนด์เลย และคนรุ่นเก่าหลายคนก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแบรนด์ได้กลับมาแล้ว จึงอาจจะพูดได้ว่าไลฟ์บอยอาจต้องทำการตลาดใหม่หมด เพื่อทำให้สร้างการรับรู้ให้แก่ผู้บริโภค เพราะตอนนี้ความทรงจำของหลาย ๆ คนมีเพียงแค่วลีฮิต “พูดไปก็ไลฟ์บอย” เท่านั้น และอาจจะได้อานิสงส์จากเพลงใหม่ของ 4EVE ทำให้คนรุ่นใหม่รู้จักมากขึ้นไม่มากก็น้อย


ที่มา: Marketing OopsSpacebarThe People