วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม 2569

Login
Login

40 ปี “Thriller” ของ “ไมเคิล แจ็คสัน” เพลงประจำเทศกาล “ฮาโลวีน”

40 ปี “Thriller” ของ “ไมเคิล แจ็คสัน” เพลงประจำเทศกาล “ฮาโลวีน”

เปิดตำนานเพลง “Thriller” เพลงฮิตของ “ไมเคิล แจ็คสัน” ราชาเพลงป๊อป ที่ได้รับความนิยมในเทศกาล “ฮาโลวีน” ของทุกปี รวมถึงยังเป็นเพลงที่ปฏิวัติการทำมิวสิควีดีโอ และเป็นอัลบั้มที่มียอดขายมากที่สุดในโลก

31 ต.ค. “ฮาโลวีน” เวียนกลับมาอีกครั้ง ผู้คนทั่วทุกมุมโลกต่างร่วมใจกันออกมาแต่งตัวในชุดแฟนซีที่ครีเอทกันแบบสุดพลัง ทั้งเป็นผีหลากหลายประเภท ตัวละครที่ชื่นชอบ สัตว์ต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งสิ่งของ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในเทศกาลนี้ นอกจากฟักทอง โครงกระดูก ชุดแฟนซี และ การละเล่น Trick or Treat แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในช่วงวันฮาโลวีนก็คือเพลง “Thriller” ของ “ไมเคิล แจ็คสัน” ราชาเพลงป๊อปตลอดกาล

กรุงเทพธุรกิจ ชวนค้นหามนต์เสน่ห์ของ Thriller เพลงที่มีอายุครบ 40 ปีในปีนี้ แต่เพลงกลับอยู่เหนือกาลเวลาและยังคงถูกเปิดอยู่ในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเทศกาลฮาโลวีน อีกทั้งยังเป็นเพลงที่เปลี่ยนรูปแแบบการทำมิวสิควิดีโอไปตลอดกาล

40 ปี “Thriller” ของ “ไมเคิล แจ็คสัน” เพลงประจำเทศกาล “ฮาโลวีน”

ไมเคิล แจ็คสันและฝูงซอมบี้ในเอ็มวีเพลง Thriller

 

  • Thriller เพลงประจำเทศกาลฮาโลวีน

หาก “All I Want For Christmas Is You” ของ นักร้องดีว่าสาวตัวแม่อย่าง “มารายห์ แคร์รี” เป็นเพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสฉันใด “Thriller” ของ “ไมเคิล แจ็คสัน” ราชาเพลงป๊อป ก็เป็นเพลงประจำเทศกาล “ฮาโลวีน” ฉันนั้น เพราะ 2 เพลงนี้สามารถกลับขึ้นสู่ชาร์ต Billboard Hot 100 ได้ในทุก ๆ ปี ส่งผลให้แจ็คสันเป็นศิลปินเพียงคนเดียวที่มีเพลงติดชาร์ตติดต่อกันถึง 7 ทศวรรษ (1960-2020) 

Thriller” เป็นซิงเกิลลำดับที่ 7 จากอัลบั้มชื่อเดียวกันของไมเคิล แจ็คสัน โดยติดชาร์ต Billboard Hot 100 ครั้งแรกในปี 2525 สามารถขึ้นสูงสุดได้ที่อันดับ 4 หลังจากนั้นปี 2552 ที่แจ็คสันเสียชีวิตเพลงนี้ก็กลับมาติดชาร์ตอีกครั้งและเป็นเพลงของแจ็คสันทำยอดขายสูงสุดในสหรัฐช่วงนั้น 

ขณะที่ช่วงฮาโลวีนปี 2556 เพลงนี้กลับเข้าสู่ชาร์ตอีกครั้ง และกลับเข้าสู่ชาร์ต Billboard Hot 100 ในทุก ๆ ปี ทำให้ในปัจจุบัน เพลง Thriller มียอดดาวน์โหลดในสหรัฐมากกว่า 10 ล้านครั้งแล้ว อีกทั้งยังได้รับการรับรองจาก สมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของสหรัฐ หรือ อาร์ไอเอเอ (RIAA: The Recording Industry Association of America) ว่ามียอดขายผ่านระดับ “แพลทินัม” หรือมากกว่า 1 ล้านชุด

เนื่องด้วยตัวเพลงที่มีทั้งเสียงสุนัขหอน เสียงเปิดประตูเอี๊ยดอ๊าด ดนตรีที่ให้อารมณ์หนังสยองขวัญ รวมไปถึงท่อนพูดเสียงทุ้มต่ำในท่อนบริดจ์และเสียงหัวเราะชวนขนลุกช่วงท้ายเพลงที่เป็นเสียงของ “วินเซนต์ ไพรซ์” นักแสดงผู้มีชื่อเสียงจากการเล่นภาพยนตร์สยองขวัญหลายเรื่อง รวมไปถึงมิวสิควิดีโอของเพลงนี้ที่มาในธีมหนังสยองขวัญยิ่งทำให้เพลงนี้เหมาะสมกับช่วงฮาโลวีนเข้าไปอีก

40 ปี “Thriller” ของ “ไมเคิล แจ็คสัน” เพลงประจำเทศกาล “ฮาโลวีน”

ไมเคิล แจ็คสันขณะถ่ายทำเอ็มวีเพลง Thriller

 

  • มิวสิควิดีโอที่พลิกโฉมวงการเพลง

เดิมทีในช่วงยุค 80 นั้น MTV ไม่เปิดมิวสิควิดีโอของศิลปินผิวสี จนกระทั่งเพลง “Beat It” อีกหนึ่งเพลงฮิตของแจ็คสันนั้น เป็นมิวสิควิดีโอของศิลปินผิวสีตัวแรกที่ได้ออกอากาศทาง MTV (ซึ่งที่ยอมเปิดเอ็มวีเพลงนี้ก็เพราะกลัวว่าช่องจะมีภาพลักษณ์เหยียดสีผิว)

ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะผู้ชมต่างชื่นชอบและขอให้เปิดเพลงนี้นับครั้งไม่ถ้วน และกลายเป็นหนึ่งในเพลงฮิตแห่งปี เมื่อได้รับความนิยมดังนี้ ค่ายจึงต้องการเข็นมิวสิควิดีโอตัวใหม่ออกมาสานต่อกระแส สุดท้ายมาลงตัวที่เพลง Thriller ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกแจ็คสันไม่ได้มีแผนจะทำมิวสิควิดีโอเพลงนี้

มิวสิควิดีโอเพลง Thriller มีความยาวถึง 13 นาที 42 วินาที ซึ่งมาจากความต้องการของจอห์น แลนดิส ผู้กำกับภาพยนตร์และนักแสดง ที่เสนอกับแจ็คสันว่า ถ้าจะให้เขากำกับต้องเป็นหนังสั้นเท่านั้น โดยมิวสิควิดีโอนี้ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์สยองขวัญหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น The Phantom of the Opera (2468) และ Night of the Living Dead (2511) รวมถึงล้อเลียนหนังเกรดบียุค 1950 อีกด้วย

สำหรับเนื้อเรื่องในมิวสิควิดีโอตัวนี้นั้นเป็นเรื่องของแจ็คสันที่ไปพาคนรักเดินทางกลับบ้านหลังจากไปดูหนังผีด้วยกัน ระหว่างทางกลับบ้านได้เจอกับฝูงซอมบี้ และแจ็คสันก็กลายเป็นซอมบี้ด้วย เขาและฝูงซอมบี้ได้ไล่ตามหญิงสาวไปในบ้านร้าง สุดท้ายเธอสะดุ้งตื่นและพบว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นเพียงความฝัน แจ็คสันเข้าไปปลอบเธอ ก่อนจะหันมายิ้มให้กล้องและตาของเขากลับเปลี่ยนไปเป็นสัตว์ประหลาดที่เรียกว่า Werecat (คล้าย ๆ เสือสมิงของบ้านเรา) เหมือนในต้นเรื่อง

 

ด้วยเนื้อเรื่องที่มีหลายองก์ อีกทั้งยังต้องกองทัพซอมบี้ สัตว์ประหลาด เครื่องสร้างควัน บ้านร้าง โรงภาพยนตร์ การแต่งสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ ทำให้ใช้งบในการถ่ายทำไปกว่า 900,000 ดอลลาร์ ซึ่งไม่เคยมีใครลงทุนกับมิวสิควิดีโอมากขนาดนี้มาก่อน แน่นอนว่าค่ายไม่ได้มีงบขนาดนั้น แจ็คสันจึงได้ระดมทุนจากสถานีโทรทัศน์ต่าง ๆ เพื่อแลกกับลิขสิทธิ์การเผยแพร่ “The Making of Thriller” สารคดีเบื้องหลังการถ่ายทำเอ็มวีตัวนี้ โดย MTV สมทบทุนมา 250,000 ดอลลาร์ ส่วน SHOWTIME ร่วมด้วย 300,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ยังออกมาจำหน่ายในรูปแบบวิดีโอเทปในราคา 29.95 ดอลลาร์ ซึ่งขายไปได้กว่า 1 ล้านชุด

 

  • อัลบั้มที่ทำให้ แจ็คสัน กลายเป็นราชาเพลงป๊อป

Thriller” เป็นอัลบั้มเดี่ยวชุดที่ 6 ที่ใช้ชื่อเดียวกัน ของ “ไมเคิล แจ็คสัน” ศิลปินขวัญใจคนทั้งโลก วางจำหน่ายครั้งแรกในปี 2525 โดยสามารถครองอันดับ 1 บน Billboard Hot 200 ชาร์ตจัดอันดับยอดขายอัลบั้มของสหรัฐได้นานถึง 37 สัปดาห์ จนถึงปัจจุบันอัลบั้ม “Thriller” สามารถทำยอดขายไปราว 70 ล้านชุด กลายเป็นอัลบั้มที่มียอดขายสูงสุดตลอดกาล รับรองโดย Guinness Book of World Records

เพลงในอัลบั้มนี้ถูกนำมาตัดเป็นซิงเกิลทั้งสิ้น 7 เพลง โดยทุกเพลงนั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สามารถเข้า Top 10 Billboard Hot 100 ชาร์ตจัดอันดับเพลงที่ได้รับความนิยมในสหรัฐและน่าเชื่อถือที่สุดในโลก และล้วนเป็นเพลงที่คุ้นหูจนถึงปัจจุบัน อัลบั้มนี้เปิดตัวด้วยเพลง “The Girl Is Mine” ซึ่งได้ พอล แม็คคาร์ตนีย์ สมาชิกวง The Beatles มาร่วมขับร้องด้วย 

ขณะที่ “Beat It” และ “Billie Jean” สามารถขึ้นอันดับ 1 ของ Billboard Hot 100 ได้สำเร็จ อีกทั้งกลายเป็นหนึ่งในเพลงอันดับแรก ๆ ที่คนจะรู้จักว่าเป็นเพลงของแจ็คสัน ส่วน "Wanna Be Startin' Somethin'" "P.Y.T. (Pretty Young Thing)" และ "Human Nature" ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

นอกจากยอดขายและชาร์ตเพลงจะการันตีความนิยมของอัลบั้มนี้แล้ว Thriller ยังทำให้แจ็คสันคว้ารางวัลใหญ่ในการประกาศรางวัลได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการประกาศรางวัลแกรมมี อวอร์ด ครั้งที่ 26 ที่คว้าไปชนะถึง 8 รางวัล รวมถึงในสาขาใหญ่อย่างอัลบั้มแห่งปี และบันทึกเสียงแห่งปี จากเพลง Beat It และทำให้แจ็คสันเป็นเจ้าของสถิติผู้ชนะรางวัลแกรมมี่มากที่สุดในปีเดียวอีกด้วย

40 ปี “Thriller” ของ “ไมเคิล แจ็คสัน” เพลงประจำเทศกาล “ฮาโลวีน”

ปกอัลบั้ม Thriller เวอร์ชันแรก


ความสำเร็จของอัลบั้ม Thriller ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่การันตีว่าแจ็คสันได้ทำลายกำแพงทางดนตรีเท่านั้น แต่แจ็คสันได้ทำลายกำแพงทางเชื้อชาติและความเชื่อทางสังคมอีกด้วย เพราะไม่เคยมีศิลปินผิวสีในวงการดนตรีประสบความสำเร็จมากเช่นนี้ เพลงกลายเป็นที่นิยมในหมู่คนขาว และแพร่ขยายไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่แจ็คสันจะถูกขนานนามให้เป็น “ราชาเพลงป๊อป” (King Of Pop) นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

อีกทั้งไฟล์ GIF ที่เป็นภาพแจ็คสันกินป๊อปคอร์นจากในเอ็มวี Thriller ยังถูกนำมาใช้เป็นมีมจนถึงปัจจุบัน ซึ่งใช้ในกรณีที่กำลังรับชมอะไรบางอย่างด้วยความบันเทิง (ส่วนมากมักจะเป็นการตีกันหรือการทะเลาะกันของ 2 ฝ่าย) อีกด้วย

40 ปี “Thriller” ของ “ไมเคิล แจ็คสัน” เพลงประจำเทศกาล “ฮาโลวีน” ไมเคิล แจ็กสัน กินป๊อปคอร์น หนึ่งในมีมฮิตตลอดกาล

 

นอกจากนี้ Thriller ยังถูกนำไปใช้เต้นแฟลชม็อบประจำทุกปี เรียกว่า “Thrill the World” โดยผู้เข้าร่วมเต้นนั้นจะแต่งตัวให้เหมือนกับซอมบี้ในมิวสิควิดีโอ ในปี 2552 ปีที่แจ็คสันเสียชีวิตมีการบันทึกว่าเป็นปีที่มีคนร่วมเต้นแฟลชม็อบมากที่สุดในโลกกว่า 22,923 คน จาก 264 เมือง ใน 33 ประเทศทั่วโลก

เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของอัลบั้มที่ขายดีที่สุดในโลกในเดือน พ.ย.นี้ Sony Music Entertainment และบริษัทผู้ดูแลมรดกทรัพย์สินของแจ็คสันจึงร่วมกันผลิตสารคดีเกี่ยวกับอัลบั้ม Thriller โดยรวบรวมฟุตเทจและการสัมภาษณ์ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อน รวมทั้งยังพูดถึงอิทธิพลของอัลบั้ม Thriller ที่มีต่อวงการเพลงและเปลี่ยนรูปแปลงการสร้างสรรค์มิวสิควิดีโอไปตลอดกาล

Thriller จึงเป็นหนึ่งในมรดกล้ำค่าที่ไมเคิล แจ็คสัน ทิ้งไว้ให้กับวงการเพลงป๊อปและคนรุ่นหลัง ในทุก ๆ ปีเพลง Thriller จะกลับมาตอกย้ำความเป็นราชาเพลงป๊อปของเขาชนิดที่ไม่มีใครแทนที่ได้ และยังคงเป็นตัวอย่างให้กับศิลปินรุ่นหลังได้ดีเสมอ แม้ว่าแจ็คสันจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้มานานกว่าสิบปีแล้วก็ตาม



ที่มา: BillboardFungjaiGeniusNew York Daily NewsThe Daily AztecVox