background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

"แร็ปเปอร์ดัง" แจงปมยึดเงิน 4.5 แสน โต้กลั่นแกล้งร้าน ลั่นพร้อมสู้ตามกฎหมาย

"แร็ปเปอร์ดัง" แจงปมยึดเงิน 4.5 แสน โต้กลั่นแกล้งร้าน ลั่นพร้อมสู้ตามกฎหมาย

"อิลสลิก" แร็ปเปอร์ชื่อดัง ร่ายยาวแจงปมยึดเงินค่าจ้าง 4.5 แสน โต้กลั่นแกล้งร้าน ยันที่ชี้แจงไปเป็นความจริง ลั่นพร้อมสู้คดีตามกฎหมาย

จากกรณีดราม่า "อิลสลิก" Illslick แร็ปเปอร์ชื่อดัง ยกเลิกเล่นคอนเสิร์ตที่ร้าน Subscribe ร้านดังย่านนนทบุรี โดยให้เหตุว่าอุปกรณ์ที่ร้านไม่มีมาตรฐานเพียงพอ ต่อมาแร็ปเปอร์ดังได้ไปขึ้นแสดงอีกร้านที่ย่านรัชดา และได้กล่าวบนเวทีพาดพิงถึงร้านว่าถูกหนึ่งในหุ้นส่วนร้านเรียก ไอ้ , อี แถมยังทำเครื่องดนตรีของวงพัง และยังเปรียบเทียบตัวเองกับ ตูน บอดี้สแลม จนถูกวิพากษณ์วิจารณ์ไปอย่างกว้างขวางนั้น

 

 

แต่ดูท่าจะไม่จบง่าย ๆ เพราะเจ้าของร้าน Subscribe ได้เข้าร้อง "ทนายตั้ม" ษิทรา เบี้ยบังเกิด เพื่อเอาผิดกับแร็ปเปอร์ชื่อดัง โดยยืนยันว่าไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างที่ถูกกล่าวหา พร้อมขอเงินค่าตัวจำนวน 4.5 แสนคืน และให้ชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากร้านได้รับความเสียหายกว่าล้านบาท

 

ล่าสุดวันนี้(14 ตุลาคม 2565) ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด ได้เดินทางมาออกรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 พร้อมด้วยนายณัฐพล สุจริตศรีชัยกุล , นายเอก กรภัค มาประสพ (หุ้นส่วนร้าน Subscribe) และนายอาทิตย์ ยอดสถิต ผู้ดูแลระบบเสียงของร้าน เพื่อชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่าทางร้านไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา

 

"แร็ปเปอร์ดัง" แจงปมยึดเงิน 4.5 แสน โต้กลั่นแกล้งร้าน ลั่นพร้อมสู้ตามกฎหมาย

 

 

เมื่อเวลา 20.08 น.วันเดียวนี้ ทีมงานของแร็ปเปอร์ชื่อดัง "อิลสลิก" Illslick ก็ได้โพสต์ข้อความชี้แจงผ่านเพจเฟซบุ๊ก Illslick - Thikhumporn Whetthaisong โดยระบุว่า จากกรณีที่ทางร้านได้ให้สัมภาษณ์กับทางรายการหนึ่ง ทางทีมขอชี้แจงดังนี้

 

1. กรณีรับเงินค่าจ้างสำหรับการแสดงเต็มจำนวนแม้ไม่ได้แสดงเพราะมีการยกเลิกการแสดง เป็นการดำเนินการใช้สิทธิตามสัญญาโดยชอบด้วยกฎหมาย

 

ตามรายละเอียดที่เคยแจ้งไว้เมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ทีมมีการเดินทางไปจนถึงพื้นที่ตั้งแต่ก่อนทำการแสดง 1 วัน เพื่อเตรียมความพร้อม จัดการแผนงานทุกอย่าง และเข้าทำการซาวด์เช็คแล้วในวันแสดงจริงตั้งแต่เวลากลางวันอย่างเต็มที่ ใช้ทีมงานจำนวนหลายคน แต่ปรากฏว่าเกิดความผิดพลาดบกพร่องขึ้นเพราะทางร้านไม่ได้ทำตามข้อตกลงในสัญญา จนเป็นเหตุทำให้ทีมงานไม่สามารถแสดงต่อไปได้ ทางทีมงานจึงมีความจำเป็นต้องยึดเงินจำนวนดังกล่าวเอาไว้ ซึ่งเป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาที่ได้ตกลงกันไว้ตั้งแต่แรกก่อนตกลงว่าจ้าง ซึ่งทางร้านได้เซ็นสัญญาไว้แล้วด้วยความสมัครใจตั้งแต่วันที่ 14 กันยายน 2565 ทั้งนี้เพื่อเป็นค่าชดเชยค่าเหนื่อยค่าเสียเวลาของทีมงานทุกคน ชดเชยค่าเสียโอกาสของศิลปินสำหรับคิวแสดงในวันนั้น และค่าเสียหายอื่น ๆ การยึดเงินดังกล่าวจึงเป็นการใช้สิทธิตามข้อสัญญาโดยชอบด้วยกฎหมาย

 

ก่อนหน้านี้ทางร้านทราบเรื่องนี้เป็นอย่างดีและได้ขอโทษทีมงาน โดยทางร้านได้ส่งข้อความมาทางแอปพลิเคชั่นไลน์แจ้งทีมงาน เช่น

 

".....ผมเป็นเจ้าของร้าน ผมรับผิดทุกอย่าง ขอโทษที่ไม่สอนพนักงานให้ดีพอให้มากพอ....."

"ทางร้านทีมซาวด์ของร้านขอโทษด้วยนะครับ"

"เขาหวังดีครับพี่ ไม่ได้คิดจะเปรียบกับศิลปินอื่นเลยครับพี่"

".....เหตุเกิดจากคน ๆ เดียวคนทำให้ต้องเป็นแบบนี้ แต่ทางร้านเสียหายจนไม่เหลืออะไรเลยครับพี่ดอม"

"ซึ่งทางผมน้อมรับผิดที่ดูแลลูกน้องไม่ดี....." และบทสนทนาอื่น ๆ 

 

นอกจากนี้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2565 เวลาประมาณ 20.08 น. ทางร้านก็ออกมาโพสต์ข้อความทางเฟซบุ๊กยอมรับเองว่า "ทุกอย่างเป็นความจริงตามเพจ ILLSLICK โพสต์ทุกประการ ทางร้านกราบขอโทษอีกครั้งนะครับ"

 

สัญญาส่วนนี้ถูกเขียนขึ้นจากประสบการณ์การทำงานของเราที่เคยพบปัญหา เคยเสียหายและเสียเปรียบมาก่อนหน้าเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เรารู้ตัวดีว่าเราทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่มีค่ายดูแล ไม่มีคนช่วยเหลือ ใช้เพียงประสบการณ์เป็นบทเรียนแล้วหาทางแก้ไข สัญญาจึงระบุไว้เพื่อปกป้องตนเองและทีมงานทุกคนที่พี่อิลนับถือเป็นเพื่อน พี่น้อง และครอบครัวที่ร่วมลำบากด้วยกันมาอย่างเต็มที่จนอาจถูกมองว่าเอาเปรียบ ทางทีมเข้าใจความเสียหายที่เกิดขึ้นแต่ทีมก็ต้องรับผิดชอบในส่วนความเสียหายของทีมเช่นเดียวกัน การยกเลิกการแสดงมิใช่ความต้องการของเรา เราตั้งใจเตรียมพร้อมออกไปเพื่อพบแฟนเพลง เมื่อเราจำเป็นต้องยกเลิก เราเองก็มีความเสียหายเพราะย่อมถูกมองว่าไม่มีความเป็นมืออาชีพ ไม่มีสปิริต ซึ่งเป็นความเสียหายต่อชื่อเสียงที่ได้รับก็เป็นความเสียหายที่ประเมินค่าไม่ได้ ทั้งที่ไม่ใช่ความผิดพลาดของทีม ซึ่งในเวลานั้นพี่อิลเลือกจะแบกรับความเสียหายต่อชื่อเสียงนี้แทนการปล่อยให้คนฟังเสียเงินจำนวนมากเข้ามาดูโชว์ที่ไม่ได้คุณภาพ ทีมต้องขอโทษที่สัญญาของทีมระบุไว้เช่นนั้นและทีมยืนยันว่าจำเป็นต้องดำเนินการตามนั้นเพื่อเป็นมาตรฐานต่อไป

 

เราเคยตกลงงานกับร้านแห่งหนึ่งที่มัดจำและจ่ายส่วนที่เหลือแล้วเช่นกัน ซึ่งตอนนั้นร้านไม่สามารถจัดแสดงในวันเวลาที่กำหนดตามสัญญา ทางทีมยึดมัดจำตามสัญญา แต่คืนส่วนที่เหลือให้ 50% เพราะเรายังไม่ได้เดินทางไปในพื้นที่ ยังไม่ได้ใช้ทีมงานเข้าไปทำงาน ไม่ได้เข้าไปทำการซาวนด์เช็ค และการยกเลิกครั้งนั้นเราได้คิววันแสดงนั้นกลับคืน แม้ว่าเราจะไม่ได้รับงานอื่นทดแทนก็ตามแต่ก็ไม่ได้ยึดส่วนที่เหลือเป็นค่าชดเชย จึงอยากให้ทุกคนเข้าใจว่ารายละเอียดของสัญญาเป็นเช่นนี้ และได้เน้นย้ำทำข้อตกลงกับทางร้านก่อนแล้ว

 

ทีมงานได้พยายามเจรจาแก้ไขปัญหาทุกอย่างแล้วเพื่อจะให้โชว์สามารถเกิดขึ้นได้อย่างมีคุณภาพ ถ้ามีการเปิดคลิปกล้องวงจรปิดในร้านทั้งหมดทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงจะเห็นได้ว่าทีมงานพยายามทำทุกอย่างอย่างสุดความสามารถแล้วเท่าที่ศิลปินคนหนึ่งจะทำได้เพื่อต้องการให้โชว์ออกมาดีที่สุด ถ้าคลิปกล้องวงจรปิดทั้งหมดทุกช่วงเวลาไม่บังเอิญเสียทั้งภาพและเสียงเราจะเห็นความจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมด ซึ่งทางทีมจะขอให้ผู้ที่มีอำนาจเรียกหลักฐานส่วนนี้มาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของทีมงานตามกระบวนการกฎหมายต่อไป

 

2. กรณีที่สังคมมองว่าการยึดเงินค่าจ้าง ไม่ตรงกับคำกล่าวที่ว่า "ไม่ได้ออกมาแสดงเพื่อเงิน"

 

พี่อิลยังคงยืนยันคำเดิมว่า พี่อิลไม่ได้ออกมาทำการแสดงเพื่อเงิน และจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป พี่อิลทำเพลงหาเงินเลี้ยงชีพเป็นหลักด้วยการทำเพลงที่สตูดิโอส่วนตัวเผยแพร่ทางช่อง Youtube สามารถมีรายได้เพียงพอที่จะเลี้ยงชีพโดยไม่จำเป็นต้องออกแสดงคอนเสิร์ต ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ชอบ พี่อิลมีความสุขที่จะแต่งเพลงอยู่ที่บ้านมากกว่าด้วยซ้ำ สาเหตุที่ออกมารับงานแสดงเพราะอยากตอบแทนคนฟังที่เรียกร้องอยากฟังอยากเจอ อยากตอบแทนคนที่สนับสนุนเราให้มีอยู่มีกินมาโดยตลอดแม้ว่าเราจะไม่ได้ออกสื่อ ไม่ได้โพสต์รูปบ่อย ๆ พูดคุยกับทุกคนผ่านเพลงเท่านั้น เรายังคงยืนยันว่าคำกล่าวนั้นคือความจริง และการออกแสดงโดยรับค่าจ้างเพราะเป็นค่าเสียรายได้จากการทำเพลง ค่าเหนื่อยของเพื่อนๆพี่ๆที่ออกมาแสดงด้วยกัน ทุกคนต้องกินใช้และมีครอบครัวข้างหลังให้รับผิดชอบ ซึ่งเป็นความจำเป็นในการรับค่าจ้าง แต่มิใช่เหตุผลที่อยากออกมารับงานแสดง และจริง ๆ แล้วการออกทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ก็จะสิ้นสุดลงในช่วงเดือนธันวาคม ก่อนจะกลับไปทำเพลงแบบยังไม่มีกำหนดเช่นเดิม

 

3. กรณีรายละเอียดเงื่อนไขตามสัญญาและเงื่อนไขในการรับงานแสดง

 

ทีมไม่ได้มีเจตนาสร้างความลำบากให้แก่ร้านต่าง ๆ แต่ทุก ๆ รายละเอียดข้อกำหนดเกิดขึ้นจากประสบการณ์การทำงานที่เคยผิดพลาดมาก่อน และต้องการให้การแสดงออกมาดีที่สุดเท่าที่สามารถทำได้ เพลงคือชีวิตของพี่อิล และทุก ๆ อย่างที่เกี่ยวกับเพลงต้องดีที่สุดเสมอ ทีมยอมรับว่าไม่เคยอยากให้ร้านที่ไม่พร้อมลำบากกับเงื่อนไข จึงพยายามปฏิเสธเสมอหากดูแล้วอาจจะยุ่งยาก แต่เมื่อมีการตกลงยอมรับข้อตกลง ทีมจึงรับปากแสดง ทีมยืนยันว่าทุก ๆ รายละเอียดมีการแจ้งให้ทราบและไม่บังคับใด ๆ หากร้านไม่พร้อม ทางทีมไม่เคยไปขอให้ร้านต้องลำบากทำให้ เพราะรู้ดีว่าเรามีเงื่อนไขมากจริงๆ เพื่อคุณภาพของโชว์ ซึ่งรายละเอียดเงื่อนไขต่าง ๆ ทีมงานได้แจ้งกับทางร้านไปแล้วก่อนจะตกลงว่าจ้าง ซึ่งทางร้านก็ตกลงตามเงื่อนไขจึงได้มีการตกลงว่าจ้างกัน

 

สำหรับในรายละเอียดของเหตุการณ์ส่วนอื่น ๆ ที่ได้ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ ทางทีมขอยืนยันว่าเป็นความจริงทุกประการ ไม่มีเหตุจำเป็นใด ๆ ที่จะต้องโกหกหรือกลั่นแกล้งร้านทั้งสิ้น และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราพร้อมที่จะเผชิญหน้าและน้อมรับบนพื้นฐานของความจริง พี่อิลและทีมพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในทุก ๆ ขั้นตอนที่จะมีการดำเนินการตามกฎหมายด้วยความมั่นใจว่าไม่เคยมีสักครั้งที่ต้องการโจมตีให้ร้านเสียหาย มีเพียงแต่การชี้แจงในส่วนของตนเองและการแสดงความรู้สึกเท่านั้น

 

สุดท้ายนี้ เราขอขอบคุณเพื่อนๆทุกคนที่เข้าใจและสนับสนุนเรามาจนถึงวินาทีนี้ ขอบคุณจริงๆ

 

 

 

ทางด้าน "ทนายตั้ม" หรือ ษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ซึ่งเป็นทนายความของทางร้านคู่กรณี เมื่อได้เห็นโพสต์ดังกล่าวก็ได้เข้ามาคอมเม้นท์ถามทันทีว่า

 

"อยากฟังความ 2 ข้างครับ ช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมครับ ว่าอุปกรณ์ตัวไหนที่ทางร้านมีไม่ครบตามสัญญา? ลำโพง pa ทางร้านมี 6 ตัว ทำไมเพจ illslick ถึงลงข้อความเท็จว่าเค้ามีแค่ 2 ตัว? แล้วใครในร้านที่พูดเหยียดหยามศิลปิน? และถ้ามีเค้าพูดกับอิลว่าอย่างไรครับ"

 

"แร็ปเปอร์ดัง" แจงปมยึดเงิน 4.5 แสน โต้กลั่นแกล้งร้าน ลั่นพร้อมสู้ตามกฎหมาย