'ครีมกันแดด' ควรเลือกใช้อย่างไรให้ตอบโจทย์กับผิวที่สุด ?

'ครีมกันแดด' ควรเลือกใช้อย่างไรให้ตอบโจทย์กับผิวที่สุด ?

ครีมกันแดด เป็นหนึ่งสกินแคร์ชิ้นสำคัญสำหรับคนรักผิว หากเลือกใช้อย่างถูกวิธีและเลือกให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ก็จะช่วยตอบโจทย์กับสภาพผิวได้อย่างมาก

ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนประกอบกับปัจจัยมลภาวะที่มีอยู่มากในอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องพบเจอในแต่ละวัน การทา ครีมกันแดด ทุกวันถือเป็นหนึ่งในสกินแคร์ชิ้นสำคัญ เพราะในแสงแดดนั้นมี รังสีอัลตราไวโอเลต หรือ UV อยู่มาก ที่เป็นสาเหตุของการเกิดผิวไหม้ และมะเร็งผิวหนัง หากไม่ได้รับการป้องกันจะทำให้ผิวหน้าและผิวกายเสื่อมเร็วก่อนวัย ครีมกันแดดจึงจำเป็น ยิ่งถ้าเลือกครีมอย่างถูกวิธีและทาอย่างถูกต้องทุกๆ วัน ก็จะสามารถช่วยป้องกัน UV ได้

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ ได้อธิบายถึงเรื่องอันตรายของแสงแดด ไว้ที่เพจเฟซบุ๊กกรมการแพทย์ ว่าแสงแดดที่ส่องมาถึงพื้นผิวโลกประกอบด้วยแสงที่มองเห็นได้ รังสีอินฟราเรด และรังสียูวี ก่อนจะมาถึงผิวโลกจะถูกกรองออกบางส่วนโดยชั้นโอโซนในชั้นบรรยากาศ ปัจจุบันปัญหามลภาวะ ทำให้ชั้นโอโซนบางลง มนุษย์จึงมีโอกาสรับรังสียูวีมากขึ้น ถ้าผิวหนังได้รับยูวีบีมากเกินไปจะทำให้ผิวไหม้ ดำคล้ำ และเป็นกระ ฝ้า ส่วนยูวีเอ ทำให้เกิดริ้วรอย ผิวหนังเหี่ยวย่น แก่ก่อนวัย และอาจเป็นมะเร็งผิวหนังได้ 

\'ครีมกันแดด\' ควรเลือกใช้อย่างไรให้ตอบโจทย์กับผิวที่สุด ?

ดังนั้น "ครีมกันแดด" จึงเป็นตัวช่วยสำคัญของการดูแลผิวของผู้คนในยุคปัจจุบัน เนื่องจากสามารถช่วยป้องกันรังสีจากเเสงอาทิตย์ได้ ซึ่งสิ่งสำคัญที่ควรมีในครีมกันแดดคือ ค่า SPF และ PA โดยทั้งสองนี้มีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

  • ค่า SPF หรือ Sun Protection Factor คือ ค่าที่เอาไว้วัดประสิทธิภาพว่าครีมกันแดดสามารถป้องกันรังสี UVB ได้เท่าไหร่ ซึ่งถ้าค่า SPF ยิ่งสูงก็จะปกป้องได้นานมากขึ้น
  • ค่า PA หรือ Protection Grade of UVA คือ ระบบที่ใช้ในการวัดระดับการป้องกันรังสี UVA ซึ่งสามารถทำลายผิวในระยะยาว เช่น แก่ก่อนวัย และมะเร็งผิวหนัง ค่า PA มีตั้งแต่ PA+ ถึง PA++++ โดยค่าที่สูงกว่าจะแสดงถึงการป้องกันรังสี UVA ได้ดี

ครีมกันแดด มี 3 ประเภท ดังนี้

1. กันแดดประเภทสะท้อนรังสี หรือ Physical Sunscreen
 
ครีมกันแดดแบบสะท้อนรังสี เป็นการสะท้อนรังสี UV ให้ออกไปจากชั้นผิวหนัง และปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ผิวไม่มีตกค้าง ไม่อุดตัน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย เด็ก และสตรีมีครรภ์สามารถใช้ได้
 
2. กันแดดประเภทดูดซับรังสี หรือ Chemical Sunscreen
 
ครีมกันแดดแบบซับรังสี เป็นการดูดซับรังสี UV ไม่ให้ผ่านเข้าสู่ผิวหนัง มีเนื้อสัมผัสบางเบา ไม่ต้องใช้ปริมาณที่เยอะก็ปกป้องได้ ใช้งานง่าย สามารถใช้คู่กับสกินแคร์ได้เป็นอย่างดี
 
3. กันแดดประเภทผสม หรือ Hybrid Sunscreen
 
ครีมกันแดดแบบผสม ครีมกันแดดประเภทนี้ จะมีการรวมคุณสมบัติของสะท้อนรังสีกับดูดซับรังสีเอาไว้ ให้เข้าใจได้ง่ายก็คือ รวมจุดเด่นของทั้งสองประเภทเข้าด้วยกัน เป็นประเภทที่เป็นนิยมใช้ในปัจจุบัน

\'ครีมกันแดด\' ควรเลือกใช้อย่างไรให้ตอบโจทย์กับผิวที่สุด ?

ทาครีมกันแดดอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

พญ. พีรธิดา รัตตกุล สาขาตจวิทยา (เป็นสาขาหนึ่งในวิชาแพทยศาสตร์ที่เกี่ยวกับผิวหนัง) โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เคยให้ข้อมูลในบทความ ครีมกันแดด จำเป็นแค่ไหนแม้ไม่ได้ออกจากบ้าน เกี่ยวกับการทาครีมกันแดดให้ได้ผลลัพธ์ไว้ว่า ถ้าอยากใช้ ครีมกันแดด ให้เกิดผลลัพธ์ตามที่ต้องการเราต้องทาครีมซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือปริมาณเท่าเหรียญบาท หรือเมล็ดข้าวโพด และควรเลือกครีมที่มีค่า SPF หรือ PA และถ้าครีมกันแดดเป็นรูปแบบน้ำหรือสเปรย์ ควรใช้ในปริมาณที่มากกว่าแบบครีม และที่สำคัญทาครีมที่หน้าแล้วยังต้องทาที่คอ ใบหูด้วย

วิธีเลือกครีมกันแดดที่ถูกต้อง

การเลือกครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพ และปกป้องแสง UVB และ UVA ได้นั้น ควรมีค่า SPF และ PA ในเลือกระดับ SPF 30 ขึ้นไป และระดับ PA 3+ และควรรู้ก่อนว่าจะทำกิจกรรมอะไร เพื่อจะได้เลือกค่า SPF ที่เหมาะสมกับกิจกรรมนั้นๆ ที่สำคัญควรเลือกลักษณะของครีมที่มีเนื้อบางเบา ไม่หนักหน้าจนเกินไป และไม่ก่อให้เกิดสิว ที่สำคัญหากใช้แล้วมีอาการแพ้ มีผื่นขึ้น ควรหยุดใช้ทันที

"สภาพผิวแต่ละแบบ" ควรเลือกครีมกันแดดอย่างไร

  • การเลือกครีมกันแดด สำหรับผิวผสม

หากใครที่มีลักษณะผิวแห้งช่วงแก้ม มีอาการหน้าลอก เป็นขุยง่าย รวมถึงช่วงทีโซนมีความมันด้วยนั้น สำหรับผิวแบบนี้เรียกว่า "ผิวผสม" โดยการจะเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิวตัวครีมจะต้องเป็นแบบ Hybrid ที่ดึงเอาจุดเด่นของ Physical และ Chemical มารวมกันไว้ในตัวเดียว ซึ่งมีลักษณะเป็นเนื้อครีมบางเบา สามารถดูดซับและสะท้อนรังสี UV ได้ ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด และไม่ทำให้ผิวอุดตัน

  • การเลือกครีมกันแดด สำหรับผิวบอบบาง

ใครที่มีปัญหาผิวบอบบาง แพ้ง่าย มักจะรู้ว่าการเลือกครีมแต่ละครั้งมันยากมาก แนะนำให้เลือกครีมที่เน้นความอ่อนโยนเป็นหลัก เนื่องจากผิวบอบบางมีความไวต้องการสัมผัส เป็นผื่น ระคลายเคืองง่ายกว่าผิวแบบอื่นๆ ก่อนจะซื้อครีมสักตัวควรอ่านส่วนประกอบด้านหลังขวดทุกครั้ง โดยการเลือกครีมกันแดดแบบปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ และน้ำมัน หรือที่ระบุว่าเด็กสามารถใช้ได้ ส่วนเนื้อสัมผัส ควรเป็นแบบน้ำนม ที่มีเนื้อบางเบา ไม่หนักหน้าจนเกินไป น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี

  • การเลือกครีมกันแดด สำหรับผิวมัน

ส่วนใครที่มีปัญหาหน้ามัน รูขุมขนกว้าง ควรเลือกครีมที่มีลักษณะเนื้อเจล หรือมีมอยเจอร์ไรเซอร์ผสม เพราะมีการซึมง่าย ไม่ไหล และทำให้หน้าชุ่มชื้นขึ้น ที่สำคัญคนหน้ามันไม่ควรกลัวการใช้มอยเจอร์ไรเซอร์ เพราะการทาสม่ำเสมอจะช่วยปรับให้ผิวมีสภาพที่ดีขึ้นได้

  • การเลือกครีมกันแดด สำหรับผิวแห้ง

สุดท้ายนี้ ผู้ที่มีปัญหาผิวเเห้ง ผิวลอก ส่วนใหญ่เกิดจากการขาดความชุ่มชื้น ทั้งนี้แนะนำให้เลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมมอยเจอร์ไรเซอร์ เพื่อจะได้เติมเต็มผิวให้ดีขึ้น

สิ่งสำคัญในการเลือก ครีมกันแดด คือการเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว และควรมีค่า SPF และ PA ในระดับ SPF 30 ขึ้นไป รวมถึงควรทาครีมในปริมาณที่เหมาะสม อีกทั้งควรใช้ครีมตามลักษณะที่ระบุอย่างถูกต้อง เช่น ครีมกันแดดหน้าควรเอามาทาหน้า ส่วนครีมกันแดดตัวก็ควรเอาไว้ทาตัว เพราะส่วนผสมบางอย่างอาจจะไม่ถูกกับการใช้บนผิวหน้าเนื่องจากมีความบอบบางกว่า

แหล่งอ้างอิง

กรมการแพทย์บทความโรงพยาบาลสมิติเวช

\'ครีมกันแดด\' ควรเลือกใช้อย่างไรให้ตอบโจทย์กับผิวที่สุด ?