ชวนชม Nuanu Creative City เมืองสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ การดูแลสุขภาพ และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกัน ในเขตตาบานัน (Tabanan) บนเกาะบาหลี
KEY POINTS
- นูอานู ครีเอทีฟ ซิตี้ โครงการเมืองสร้างสรรค์แห่งใหม่บนเกาะบาหลี ที่ผสมผสานศิลปะ วัฒนธรรม และธรรมชาติเข้าไว้ด้วยกันอย่างยั่งยืน
- เป็นแหล่งรวมผลงานศิลปะและโซนสร้างสรรค์หลากหลาย เช่น หมู่บ้านศิลปิน, ประติมากรรม The Earth Sentinels, แกลเลอรีจัดแสดงงานศิลป์ สวนศิลปะอินเทอร์แอคทีฟยามค่ำคืน
- นอกเหนือจากงานศิลปะ ยังมีพื้นที่สำหรับสัมผัสธรรมชาติและสัตว์ เช่น Magic Garden ที่มีโดมผีเสื้อและกล้วยไม้ และ Alpha Wolf Lodge ศูนย์อนุรักษ์หมาป่า
(photo: Nuanu Creative City)
‘บาหลี’ ต้อนรับเราอย่างอบอุ่นแดดไม่ร้อนจัด ลมพัดเย็นสบาย รถยนต์ไฟฟ้าจาก Nuanu Creative City มารอรับนานแล้ว คนขับยิ้มอย่างเข้าใจที่เราออกมาช้าเพราะว่านักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาบาหลีมีจำนวนมากจริงๆ กว่าจะผ่านขั้นตอนการเข้าเมืองรวมรับกระเป๋าใช้เวลานานเป็นชั่วโมง
เขาบอกว่าจากสนามบินอาจต้องใช้เวลาอีกราวชั่วโมงครึ่งเนื่องจากเป็นช่วงเวลาโรงเรียนเลิกพอดี เราคิดว่าดีเหมือนกันจะได้หลับสักงีบแต่ก็เป็นได้แค่ความคิด เพราะสองฟากถนนล้วนดึงดูดสายตาด้วยร้านค้าที่อยู่เรียงราย โดยเฉพาะร้านจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่งที่ทำด้วยไม้และหวายที่ชวนให้มองจนเหลียวหลัง สลับกับบ้านเรือนสไตล์บาหลีที่มีเอกลักษณ์ ร้านค้าที่ตกแต่งหน้าร้านได้น่ามอง มารู้ตัวอีกทีก็มาถึง Ecoverse ที่พักที่อยู่เลยมาจาก Nuanu Creative City ไม่กี่ร้อยเมตร
ฟาบิโอลา เกรซ (Fabiola Grace) ประชาสัมพันธ์ของนูอานู (Nuanu Creative City) ส่งข้อความมาว่าจะมารับไปทัวร์เมืองนูอานูตอนห้าโมงเย็น มีเวลาพักผ่อนและเอ็นจอยกับอาหารกล่องสไตล์บาหลีที่วางรออยู่ในห้องพักเล็กน้อย ฟาบิโอลาก็ขับรถบั๊กกี้มารับ
การเดินทางภายในนูอานูจะใช้รถบั๊กกี้เป็นหลัก นักท่องเที่ยวสามารถจอดรถยนต์ไว้ที่บริเวณด้านหน้าแล้วใช้บริการรถบั๊กกี้ที่จัดไว้ให้ โดยในพื้นที่ของนูอานูแบ่งออกเป็นโซนหลักๆ ได้แก่ Discover Eat Stay
ฟาบิโอลา พาเราไป Discover นูอานูที่ Magic Garden เป็นลำดับแรก สวนแห่งนี้ประกอบไปด้วยห้องแล็บสำหรับศึกษาวงจรชีวิตของผีเสื้อและแมลง โดยมีกิจกรรมน่ารักสำหรับเด็กๆให้ทดลองมาเป็นนักกีฏวิทยาน้อย เรียนรู้ไปกับพี่ๆที่ทำงานในห้องแล็บ
นอกจากนี้ยังมีโดมผีเสื้อและโดมกล้วยไม้ที่ให้เราเข้าไปชื่นชมและถ่ายรูปได้อย่างใกล้ชิด
จากนั้นกระโดดขึ้นรถบั๊กกี้มุ่งหน้าไป Art Village หมู่บ้านศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะเพื่อนำมาติดตั้งภายในนูอานูกันต่อ ระหว่างทางมีน้องหมาวิ่งวนไปมา ฟาบิโอลา อธิบายว่าน้องหมาถือเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในนูอานู ทุกตัวได้รับการดูแลเป็นอย่างดีนักท่องเที่ยวสามารถเล่นกับน้องๆได้อย่างปลอดภัย
(photo: Nuanu Creative City)
ทั้งนี้มีโค้ดเล็กๆบ่งบอกถึงบุคลิกของน้องๆด้วย เช่น ปลอกคอสีเขียวบ่งบอกว่าเป็นน้องใจดียินดีให้จับตัวได้ ปลอกคอสีเหลือง น้องชอบให้เข้าหาอย่างค่อยเป็นค่อยไป ส่วนปลอกคอสีแดงแนะนำให้มองอยู่ห่างๆเพราะน้องต้องการพื้นที่ส่วนตัว
เรามาถึง Art Village ในช่วงเย็นแล้วศิลปินหลายคนแยกย้ายไปพักผ่อน แต่ยังเปิดสตูดิโอให้เข้าชม มีทั้งสตูดิโองานประติมากรรมไม้ คอนกรีต งานแกะสลัก และงานวาดรูป กล่าวได้ว่าเป็นสตูดิโอศิลปินที่สวยงามน่าชม ถ้ามาในช่วงเวลากลางวันมีเวิร์กช็อปให้ผู้มาเยือนได้เข้าร่วมด้วย
จากทางเดินในหมู่บ้านศิลปินเดินต่อไปเรื่อยๆจะพบสนามเด็กเล่นกว้างใหญ่ มีประติมากรรมแม่และเด็ก พร้อมเครื่องเล่นให้เด็กปีนป่าย บรรยากาศยามเย็นที่นี่ชวนให้นึกอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง
เล่าเรื่องหมาน้อยในนูอานูแล้ว ฟาบิโอลาพาไปทำความรู้จักกับฝูงหมาป่าต่อที่ Alpha Wolf Lodge สถานที่พักผ่อนและศูนย์อนุรักษ์หมาป่าในนูอานู ได้ยินชื่อหมาป่าแล้วไม่ต้องกลัวเลย เพราะหมาป่าที่นี่ต้อนรับเราด้วยความเป็นมิตร มีทั้งหมาป่าที่อยู่ในกรงซึ่งภายในกรงนั้นมีทั้งบ้านไม้สไตล์รีสอร์ต สระว่ายน้ำ สนามวิ่งเล่นครบครัน และหมาป่าใจดียินดีให้ผู้มาเยือนจับมือทักทายในบริเวณโถงต้อนรับ
Alpha Wolf Lodge มีทั้งที่พักและคาเฟ่ให้นักท่องเที่ยวได้ใช้เวลาอยู่กับน้องๆหมาป่าได้อย่างใกล้ชิด
Discover กันมาพอสมควรคราวนี้ก็ได้เวลา Eat กันแล้ว ค่ำนี้เป็นอาหารอินโดนีเซียที่ นูซันตารา (Nusantara) ห้องอาหารที่รวบรวมอาหารจานเด็ดจากเกาะต่างๆ ได้แก่ ชวา สุมาตรา บาหลี ลอมบ็อก สุลาเวสี กาลิมันตัน ซุมบา ฟลอเรส และมาดูรา มาไว้ด้วยกัน
วันแรกยังไม่คุ้นเลยสั่งหมี่โกเรง หรือ ผัดหมี่สไตล์อินโดนีเซียเสิร์ฟพร้อมไข่ดาวและข้าวเกรียบมาชิม วันต่อมามีโอกาสได้แวะมากินอีกได้ลองก๋วยเตี๋ยวไก่ (Soto Ayam) มีมะนาวฝานมาให้บีบปรุงรสอย่างเดียว (ไม่มีเครื่องปรุงแบบบ้านเรา) รสชาติกลมกล่อมดีทีเดียว
ส่วนของหวานมีความคล้ายคลึงกับขนมไทย เช่น Dadar Gulung หรือ แพนเค้กสไตล์อินโดนีเซีย (เรามองว่าคล้ายแป้งโรตีสายไหมแบบนิ่ม)ข้างในมีไส้เป็นมะพร้าวผัดกับน้ำตาลปาล์ม Ongol-Ongol ขนมทำจากแป้งมันสำปะหลัง น้ำตาลทราย กะทิ น้ำใบเตย โรยด้วยมะพร้าวขูด ชวนให้คิดถึงขนมมันของบ้านเราเพียงแต่รสกลมกล่อมต่างกัน
อิ่มแล้วสามารถเดินไปชมนิทรรศการ Indonesian Vision โดย ปาสคาล โมราบิโต (Pascal Morabito) จัดแสดงโบราณวัตถุชนเผ่าอินโดนีเซียประมาณ 1,000 ชิ้น ในแกลเลอรีที่อยู่ติดกับร้านอาหารได้เลย
ฟ้ามืดเต็มที่แล้ว คราวนี้ก็ได้เวลา Discover กันต่อไปชม The Earth Sentinels ประติมากรรมที่ถือได้ว่าเป็นไอคอนของนูอานูก็ว่าได้ สร้างเป็นรูปบุคคลครึ่งตัว 2 ชิ้นหันหน้าเข้าหากัน ความสูงประมาณ 14 เมตร เป็นผลงานขนาดใหญ่ที่สุดของ Daniel Popper ศิลปินชาวแอฟริกาใต้ที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ
ประติมากรรม The Earth Sentinels
The Earth Sentinels ทำหน้าที่เป็นดั่งผู้พิทักษ์ผืนโลก มีต้นไม้และเถาวัลย์งอกขึ้นที่ส่วนศีรษะสื่อถึงสายใยที่เชื่อมโยงระหว่างผู้คน สิ่งมีชีวิต และธรรมชาติที่ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ถ้าเราชมผลงานชุดนี้ในเวลากลางวันจะให้ความรู้สึกที่ต่างไปจากตอนกลางคืน ซึ่งจะเพิ่มความขรึมขลังน่าค้นหาไปกับกลุ่ม Collab ที่นำเทคนิค Projection Mapping มาฉายภาพเคลื่อนไหวลงไปบนประติมากรรม ทำให้ดูลึกลับ แปลกตา และต่อเติมจินตนาการให้ผู้ชมได้อย่างกว้างไกล
ใกล้กันเป็นที่ตั้งของ Labyrinth Art Gallery สถานที่จัดเทศกาล Art & Bali 2026 ภายในจัดแสดงนิทรรศการ What the Body Remembers รวบรวมผลงานจากดีไซเนอร์ ศิลปิน และสตูดิโอชั้นนำ 26 รายจากอินเดียและอินโดนีเซีย (เปิดให้ชมแล้วตั้งแต่ 11 กันยายน ไปจนถึง 29 พฤศจิกายน 2569)
คืนนี้ยังอีกยาวไกล ไปกันต่อที่ Aurora Media Park ไปชมผลงานศิลปะ Interactive Installations จัดวางอยู่ภายในสวนบนพื้นที่ 5,000 ตารางเมตร แสง สี ที่ปรากฏท่ามกลางความมืดมิดทำให้เราต้องคอยมองหาเพื่อนร่วมทางอยู่บ่อยๆเพื่อไม่ให้หลุดไปจากกลุ่ม ความงามแปลกตาที่มาพร้อมกับความตื่นเต้นเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและอยากดูใกล้ๆกับเพื่อน
ภายในพื้นที่จัดแสดงผลงาน Interactive Installations 8 ชิ้น โดยมีผลงานศิลปะจากช่างฝีมือในหมู่บ้านศิลปินมาร่วมสร้างสรรค์ให้การชมสวนยามค่ำคืนน่าตื่นตาได้มากยิ่งขึ้น
Discover แล้ว Eat แล้ว เห็นทีต้องไป Stay กันแล้ว คืนนี้เราพักที่ Ecoverse หนึ่งในที่พักของ Nuanu Creative City ที่อยู่ห่างจากพื้นที่โครงการมาไม่กี่ร้อยเมตร เนื่องจากเป็นช่วงที่จัดเทศกาล Art & Bali 2026 ที่มีศิลปินและคนรักศิลปะเดินทางมาร่วมงานจากทั่วโลกทำให้ที่พักในโครงการได้รับการจับจองจนเต็ม
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Nuanu Creative City ที่นำความหมายของ Nuanu ในภาษาบาหลี หมายถึง the in-between มาสะท้อนแนวทางการเดินหน้าพัฒนา สร้างสรรค์และเชื่อมโยงการศึกษา ศิลปวัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ การดูแลสุขภาพ และธรรมชาติ ให้อยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
The Earth Sentinels ตอนกลางวัน
(photo: Nuanu Creative City)
รายละเอียดเพิ่มเติม www.nuanu.com



