วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน 2569

Login
Login

คุยเฟื่องเรื่อง 'MOLLY' กับ 'Kenny Wong' ถอดรหัส 20 ปี จักรวาลศิลปะและอาร์ตทอย

เปิดใจ “Kenny Wong” ในวันที่ “MOLLY” อายุครบ 20 ปี จากภาพวาดเด็กหญิงตาสีฟ้าสู่ตำนานอาร์ตทอยระดับโลกในงาน “MOLLY 20th Anniversary Exhibition - Bangkok"

KEY POINTS

  • เคนนี่ หว่อง ศิลปินผู้สร้างสรรค์ MOLLY จัดนิทรรศการฉลองครบรอบ 20 ปี "MOLLY 20th Anniversary Exhibition - Bangkok" ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
  • ศิลปินเผยถึงแก่นแท้ของ MOLLY ที่ไม่เคยเปลี่ยนคือ ดวงตาที่เหม่อลอย ริมฝีปากที่มุ่ยเชิด และไฝใต้ตา ซึ่งสะท้อนบุคลิกที่ดื้อรั้นและอ่อนไหว
  • นิทรรศการในกรุงเทพฯ มีความพิเศษจากการร่วมงานกับศิลปินและช่างฝีมือไทยเป็นครั้งแรก เพื่อตีความ MOLLY ผ่านศิลปะไทยอย่างเครื่องเบญจรงค์และงานลงรัก

ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา MOLLY เด็กหญิงดวงตาสีฟ้าคู่โตและริมฝีปากเชิดรั้น ได้เติบโตจากปลายพู่กันของศิลปินชาวฮ่องกง เคนนี่ หว่อง (Kenny Wong) ก้าวสู่การเป็นไอคอนแห่งโลก Pop Culture ที่มีแฟนคลับหลงรักทั่วทุกมุมโลก

ล่าสุดในวาระครบรอบ 20 ปี POP MART Thailand ภายใต้การบริหารจัดการโดย POP MART INTERNATIONAL ได้ร่วมกับสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (PMCU) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เนรมิตนิทรรศการ MOLLY 20th Anniversary Exhibition - Bangkok ภายใต้ธีม The Little Galaxy - การเดินทางท่ามกลางจักรวาลแห่งกาลเวลา ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันนี้ถึง 25 ตุลาคม 2569 โดยในโอกาสนี้ เคนนี่ หว่อง ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับกรุงเทพธุรกิจแบบเจาะลึกถึงเบื้องหลังชีวิต จุดเปลี่ยนสำคัญ วันที่เกือบถอดใจ ไปจนถึงความผูกพันระหว่างเขากับเด็กหญิงที่ชื่อ MOLLY

คุยเฟื่องเรื่อง 'MOLLY' กับ 'Kenny Wong' ถอดรหัส 20 ปี จักรวาลศิลปะและอาร์ตทอย

วันที่ MOLLY มีชีวิตเป็นของตัวเอง

เมื่อย้อนกลับไปมองเส้นทางตลอด 20 ปี จากจุดเริ่มต้นที่ MOLLY เป็นเพียงคาแรกเตอร์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากจินตนาการของศิลปิน วันนี้เธอได้เดินทางไปไกลเกินกว่ากรอบภาพวาดและกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผู้คนมากมาย เมื่อถามถึงวินาทีแรกที่ทำให้ เคนน รู้สึกว่าคาแรกเตอร์ที่เขาสร้างขึ้นมามีชีวิตและจิตวิญญาณเป็นของตัวเอง รวมถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา ศิลปินผู้ให้กำเนิด MOLLY เล่าพร้อมรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีว่า

“ครั้งแรกที่ผมรู้สึกว่า MOLLY มีชีวิตเป็นของตัวเอง คือตอนที่ผมพบว่าเธอมีเพื่อนเยอะกว่าผมเสียอีกครับ แต่ก็ไม่เป็นไรนะ โอเคเลย และความเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุด ผมคิดว่าคือการที่ทั้ง MOLLY และตัวผมเองต่างก็กำลังเติบโตไปพร้อมๆ กัน”

แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 20 ปี และ MOLLY จะถูกนำไปต่อยอดผ่านสื่อ วัสดุ และเทคนิคที่หลากหลายเพียงใด แต่เขาก็ยังย้ำอย่างหนักแน่นว่ามีองค์ประกอบหลัก 3 ประการที่เป็นดั่งดีเอ็นเอและหัวใจของ MOLLY ซึ่งเปลี่ยนแปลงไม่ได้อย่างเด็ดขาด

“ผมคิดว่ามีองค์ประกอบหลัก 3 ส่วนของ MOLLY ที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย อย่างแรกคือแววตาที่ดูมีระยะห่าง หรือดวงตาที่ดูเหม่อมองออกไปไกลๆ ของเธอ อย่างที่สองคือความดื้อรั้นและความประหม่าที่แสดงออกมาผ่านริมฝีปากที่มุ่ยเชิด และอย่างสุดท้ายคือจุดสีดำเล็กๆ อันงดงาม หรือไฝใต้ตาซ้ายของเธอ ซึ่งสะท้อนถึงอารมณ์อันแสนอ่อนไหว ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะนั่นคือแก่นแท้ของ MOLLY ครับ”

คุยเฟื่องเรื่อง 'MOLLY' กับ 'Kenny Wong' ถอดรหัส 20 ปี จักรวาลศิลปะและอาร์ตทอย

เหตุผลที่คนไทยหลงรัก MOLLY

ในยุคที่อาร์ตทอยกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระแสวัฒนธรรมป๊อปที่ผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ และโดยเฉพาะในประเทศไทยที่แฟนคลับให้การต้อนรับ MOLLY อย่างอบอุ่นเสมอมา หลายคนอาจตั้งคำถามว่าเมื่อวันหนึ่งกระแสความนิยมเริ่มหมุนเปลี่ยนไป ศิลปินจะมีวิธีรักษาคาแรกเตอร์นี้ให้คงอยู่ในใจผู้คนได้ยาวนานอย่างไร ซึ่ง เคนนี่ หว่อง ได้สะท้อนวิธีคิดและปรัชญาการทำงานศิลปะของเขาไว้อย่างคมคายว่า

“กระแสไม่ใช่สิ่งที่ผมกังวลหรือให้ความสำคัญเลย เพราะสิ่งที่ผมกำลังทำอยู่คือความพยายามในการสร้างสรรค์สิ่งที่คลาสสิก มีเพียงสิ่งที่เป็นความคลาสสิกเท่านั้นที่จะไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา เหมือนกับผลงานระดับมาสเตอร์พีซมากมายบนโลกใบนี้ ผลงานเหล่านั้นต่างก็ต้องก้าวผ่านช่วงเวลาอายุ 20 ปีของตัวเอง จนกระทั่งกลายเป็นความคลาสสิกเหนือกาลเวลาในที่สุด และนี่คือสิ่งที่ผมต้องการทำอย่างแท้จริง”

ส่วนเหตุผลสำคัญที่ทำให้ MOLLY เข้าไปนั่งอยู่ในหัวใจของแฟนๆ ชาวไทยได้อย่างเหนียวแน่นนั้น ศิลปินคนนี้มองเห็นความเชื่อมโยงทางจิตวิญญาณบางอย่างที่คล้ายคลึงกันระหว่างคาแรกเตอร์ของเขากับผู้คนในเมืองไทย

“ผมคิดว่า MOLLY มีอุปนิสัยและบุคลิกแบบเดียวกับคนไทยครับ เพราะโลกภายในจิตใจของเธอนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยแพสชันและความหลงใหลอยู่เสมอ”

เมื่อถามต่อถึงก้าวต่อไปในอนาคตหลังจากผ่านหมุดหมายปีที่ 20 ว่าเขาวางแผนหรือคาดหวังสิ่งใดไว้บ้าง เขาตอบด้วยมุมมองของศิลปินที่ซื่อสัตย์ต่อหัวใจตัวเองว่า

“ผมคาดเดาถึงสิ่งที่ไม่คาดคิดล่วงหน้าไม่ได้หรอกครับ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างย่อมดำเนินไปตามครรลองของมัน แต่ในฐานะนักออกแบบและในฐานะศิลปิน สิ่งที่ผมต้องทำคือการรักษาหัวใจดั้งเดิมของการออกแบบเอาไว้ และนี่คือสิ่งที่ศิลปินทุกคนต้องทำ”

คุยเฟื่องเรื่อง 'MOLLY' กับ 'Kenny Wong' ถอดรหัส 20 ปี จักรวาลศิลปะและอาร์ตทอย

ย้อนวันวานสุดมืดมนในยุค “Boxing MOLLY”

กว่าที่ MOLLY จะกลายเป็นคาแรกเตอร์ระดับโลกอย่างในวันนี้ เส้นทางของ เคนนี่ หว่อง ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ดังข้อความสำคัญภายในนิทรรศการที่เขียนไว้ว่า “This is the beginning of a story in which even a stray cat can grow into a tiger.” หรือ “นี่คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว...แม้แต่แมวจรตัวเล็ก ๆ ก็เติบโตเป็นเสือได้” ซึ่งสะท้อนถึงช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของเขา นั่นคือช่วงที่เขากำลังสร้างสรรค์ผลงาน “Boxing MOLLY” ที่เกือบทำให้เขาถอดใจ

เมื่อย้อนถามถึงช่วงเวลาที่หนักหนาสาหัสในวันนั้นว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้เขาเกือบยอมแพ้ และอะไรคือแรงผลักดันที่ทำให้เขายังคงยืนหยัดสู้ต่อมาได้จนถึงทุกวันนี้

“ช่วงเวลาที่ผมกำลังทำ Boxing MOLLY เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยอุปสรรคจริงๆ ครับ เพราะตอนนั้นผมมีทรัพยากรน้อยมาก ไม่มีทั้งเงินทุน และไม่มีทั้งคอนเนกชัน ตลอดหลายปีนั้นมันยากลำบากมากจริงๆ แต่ผมเฝ้าบอกกับตัวเองเสมอว่า ตราบใดที่ยังมีระฆังยกต่อไปให้ชก ผมก็จะสู้ต่อไป และที่สำคัญคือภรรยาของผมคอยสนับสนุนและเคียงข้างผมมาโดยตลอด ดังนั้นเพื่อคนที่ผมรัก ผมจึงยอมแพ้ง่ายๆ ไม่ได้ครับ”

และหากวันนี้เขามีโอกาสได้กลับไปพบกับ “เด็กหญิงตัวจริง” ผู้เป็นแรงบันดาลใจต้นแบบของ MOLLY เมื่อ 20 ปีก่อนอีกครั้ง เขาอยากจะบอกอะไรกับเธอมากที่สุด เคนนี่ตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า

“ผมคิดว่าผมอยากจะพูดคุยกับเธอนะครับ เพราะในความเป็นจริงแล้ว ตอนนี้เราสองคนกำลังใช้ชีวิตอยู่ในจักรวาลคู่ขนานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เธอได้นำความงดงามและจินตนาการเข้ามาสู่โลกของผม ส่วนตัวเธอซึ่งเป็นเด็กหญิง MOLLY ในโลกแห่งความเป็นจริงนั้น สิ่งเดียวที่ผมหวังคือขอให้เธอได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกแห่งความจริงของเธออย่างมีความสุขและเปี่ยมด้วยความซาบซึ้งใจครับ”

คุยเฟื่องเรื่อง 'MOLLY' กับ 'Kenny Wong' ถอดรหัส 20 ปี จักรวาลศิลปะและอาร์ตทอย

การโคจรมาพบกัน เคนนี่และช่างฝีมือไทย

หนึ่งในความพิเศษที่สุดของนิทรรศการ “MOLLY 20th Anniversary Exhibition - Bangkok” คือการที่ เคนนี่ หว่อง ได้นำโลกของ MOLLY มาเปิดรับการตีความใหม่จากศิลปินและช่างฝีมือหลากหลายวัฒนธรรม ทั้งงานจิตรกรรม งานปักเสฉวน ศิลปะกระดาษตัด ผ้าย้อมเทียน เครื่องเงิน เซรามิก และงานลงรัก โดยเฉพาะการได้ร่วมงานกับศิลปินและช่างฝีมือชาวไทยเป็นครั้งแรก ซึ่งเขายอมรับว่าเขารอคอยเวลานี้มานาน

“ผมคิดว่าการได้ร่วมงานกับศิลปินที่หลากหลายเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากครับ และประเทศไทยก็เป็นสถานที่ที่ผมเดินทางมาทุกปีอยู่แล้ว ผมรักธรรมชาติ รักอาหารไทย และรักผู้คนที่นี่มาก แต่ที่ผ่านมาผมยังไม่เคยมีโอกาสร่วมงานกับศิลปินไทยเลย ครั้งนี้จึงเป็นจังหวะเวลาที่เหมาะสมและยอดเยี่ยมที่สุดที่ทำให้ผมได้ร่วมงานกับคนไทย ผมอยากเรียนรู้วิธีที่พวกเขาตีความคาแรกเตอร์ MOLLY และพยายามเรียนรู้เทคนิคเชิงช่างที่พวกเขานำมาสร้างสรรค์ลงในตัว MOLLY ด้วยครับ”

ความตั้งใจของเคนนี่สอดคล้องกับผลงานมาสเตอร์พีซทั้ง 3 ชิ้นของศิลปินและช่างฝีมือไทยที่จัดแสดงในงาน เริ่มจากผลงาน “ROYAL MOLLY PHANNAPAST 'Golden Dew'” โดย ยูน-ปัณพัท ศิลปินไทยระดับนานาชาติที่นำแรงบันดาลใจเรื่องความสงบและสมดุลภายในมาถ่ายทอดผ่านลิงสามตน ตัวแทนของการมุ่งหน้าสู่ความฝัน การเรียนรู้ผ่านการลงมือทำ และการเฝ้ารออย่างสงบ เคียงข้างด้วย “ช้างปลาทอง” สัตว์ในจินตนาการจากป่าหิมพานต์ โดยมี Golden Dew เปรียบดั่งหยดน้ำค้างสะท้อนแสงอาทิตย์ที่ชวนให้ผู้ชมโอบรับทุกด้านของตนเองอย่างสมดุล ตามมาด้วยผลงานความร่วมมือระหว่าง POP MART และสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT อีก 2 ชิ้น ได้แก่ เครื่องเคลือบเบญจรงค์เขียนมือ “MOLLY and Daisy – มอลลี่ในสวนเดซี่” โดย ทวี พันธ์ศรี ผู้ชนะโครงการ SACIT Craft Station 2026 ที่นำ “ลายจักรี” สมัยรัชกาลที่ 5 มาผสานกับสีชมพูและสัญลักษณ์ “พระเกี้ยว” ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งมีจุดเริ่มต้นจากโรงเรียนสำหรับฝึกหัดวิชาข้าราชการฝ่ายพลเรือนในปี พ.ศ. 2442 ก่อนสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัยในปี พ.ศ. 2459 และผลงาน “ร่องรอยของการโบยบิน” โดย เฉลิมเกียรติ สมดุลยาวาทย์ ผู้ชนะโครงการ SACIT Craft Station 2025 และผู้ร่วมก่อตั้ง COTH Studio ที่ใช้นก 20 ตัวบนมงกุฎและชุดแทนช่วงเวลา 20 ปีของ MOLLY ผ่านเทคนิคการลงรักดั้งเดิมผสานเปลือกไข่ เปลือกหอยเป๋าฮือ ทองคำเปลว และเงินเปลวที่เล่นกับแสงและมุมมองอย่างมีชีวิตชีวา

นอกจากนี้ การจัดแสดงในพื้นที่กึ่งกลางแจ้ง (Semi-outdoor) ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่มีแสงแดด สายลม และต้นไม้โอบล้อม ยังมอบมิติใหม่ที่ทำให้เคนนี่ประทับใจอย่างยิ่ง

“นี่เป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับผมที่ได้มาจัดนิทรรศการในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะภายในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ธรรมชาติช่วยให้ผลงานศิลปะดูแตกต่างออกไปจากเดิม และที่พิเศษมากๆ คือกำแพงช่องลม (Breeze Block Wall) ที่เปิดให้แสงธรรมชาติและสายลมพัดผ่านเข้ามาด้านในได้ ราวกับกำลังโบกมือทักทายและนำทางผู้คนจากภายนอกให้ก้าวเข้ามาสู่โลกภายในนิทรรศการ ผมคิดว่ามันวิเศษมากจริงๆ ครับ”

มิติของพื้นที่แห่งนี้ยังสอดคล้องกับมุมมองของ ศิริพร แผลงจันทึก Head of Southeast Asia, POP MART ที่ระบุว่าการจัดงานครั้งนี้ให้ความสำคัญกับการทำให้โลกของ MOLLY เชื่อมโยงกับความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และผู้คนในประเทศไทยได้อย่างมีความหมาย พร้อมเปิดพื้นที่ให้ศิลปินและช่างฝีมือไทยแสดงศักยภาพ และเชื่อมโยงศิลปะเข้ากับการศึกษา ชุมชน และการท่องเที่ยว ขณะที่ ผศ.ดร.จรัสพัฒน์ พฤกษารัตนวุฒิ ผู้ช่วยอธิการบดี ด้านการจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสริมว่าพื้นที่แห่งนี้ช่วยให้เยาวชนและประชาชนเข้าถึงศิลปะได้ง่ายขึ้น เปิดโอกาสให้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการทำงานจริงเบื้องหลังนิทรรศการระดับนานาชาติ และยังเปิดให้นักเรียน นิสิต นักศึกษาลงทะเบียนเข้าชมเป็นหมู่คณะโดยไม่มีค่าใช้จ่ายอีกด้วย

คุยเฟื่องเรื่อง 'MOLLY' กับ 'Kenny Wong' ถอดรหัส 20 ปี จักรวาลศิลปะและอาร์ตทอย

ประโยคซึ้งที่ MOLLY อยากกระซิบ “คุณพ่อเคนนี่”

แม้คนทั่วโลกจะรู้จัก MOLLY ในฐานะฟิกเกอร์ยอดฮิต แต่เมื่อถามว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมามีความเข้าใจผิดใดเกี่ยวกับ MOLLY ที่เขาอยากใช้โอกาสครบรอบ 20 ปีนี้บอกเล่าให้ทุกคนเข้าใจใหม่หรือไม่ เคนนี่ หว่อง ตอบอย่างจริงจังว่า

“ผมคิดว่าหลายคนอาจมองว่า MOLLY เป็นเพียงอาร์ตทอยที่สวยงามชิ้นหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับผม MOLLY คือเด็กผู้หญิงคนหนึ่งครับ เธอคือคาแรกเตอร์ที่แบกรับอารมณ์ความรู้สึกและจินตนาการของเธอเองเอาไว้ และนี่คือสิ่งที่ผมอยากให้เพื่อนๆ ทุกคนได้เรียนรู้และเข้าใจว่าแท้จริงแล้ว MOLLY คืออะไร”

และเมื่อถูกถามว่า หลังจากเดินเคียงข้างกันมาตลอด 20 ปี หากวันนี้ MOLLY พูดกับเขาได้หนึ่งประโยค เขาคิดว่าเด็กหญิงตาสีฟ้าคนนี้จะพูดอะไรกับเขา เคนนี่นิ่งคิดครู่หนึ่งก่อนจะถ่ายทอดภาพในจินตนาการที่ทำเอาผู้ฟังอบอุ่นหัวใจไปตามๆ กัน

“ผมคิดว่าเธอคงจะเดินเข้ามาหาผมอย่างแน่นอน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนมากๆ ว่า ‘คุณพ่อคะ หนูคิดว่าพ่อคงจะเหนื่อยนิดหน่อยแล้วใช่ไหม เราไปพักผ่อนกันให้เต็มที่เถอะนะ’ จากนั้นดวงตาที่ดูเหม่อลอยและริมฝีปากที่มุ่ยเชิดของเธอก็จะจ้องมองมาที่ผม แล้วโน้มตัวเข้ามากระซิบที่ข้างหูของผมว่า ‘หนูรักพ่อนะ ขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่สร้างหนูขึ้นมาบนโลกที่แสนวิเศษใบนี้’”

สุดท้าย คุณพ่อของ MOLLY ยังได้ฝากข้อความน่ารักๆ ที่เชื่อมโยงกับสภาพอากาศของเมืองไทยไว้ด้วยรอยยิ้มว่า

“ผมคิดว่าทุกคนรักไอศกรีมครับ โดยเฉพาะในประเทศไทย เพราะเมืองไทยอากาศร้อนมากตลอดทั้งปี สิ่งที่ผมหวังก็คือเมื่อไรก็ตามที่ผู้คนรู้สึกร้อน พวกเขาจะนึกถึงไอศกรีม นึกถึง MOLLY และนึกถึงผมครับ”

สำหรับงาน “MOLLY 20th Anniversary Exhibition - Bangkok” มีตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 25 ตุลาคม 2569 ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยซื้อ Exhibition Package ได้ทางเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน Trip.com เพียงค้นหาคำว่า “MOLLY 20th Anniversary Exhibition Bangkok” เพื่อเลือกวันที่และรอบเวลาเข้าชม และติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางโซเชียลมีเดียของ POP MART Thailand