วันศุกร์ ที่ 5 มิถุนายน 2569

Login
Login

Future of Work = Future of Burnout? | Leading For Future

Future of Work = Future of Burnout? | Leading For Future

วันนี้การประชุมออนไลน์ได้รับ privilege พิเศษ สามารถแทรกเข้ามาได้ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะกำลังเรียน กำลังคิด กำลังพัก สิ่งที่น่ากังวลคือ หลายองค์กรยังมองว่านี่คือ productivity ทั้งที่ความจริงอาจตรงกันข้าม

ตั้งแต่หลังโควิดมา สิ่งหนึ่งที่ดิฉันพบแทบทุกครั้งในการทำ workshop คือ ผู้เข้าร่วมจะค่อย ๆ เดินเข้ามาขออนุญาตออกไปประชุมออนไลน์ แล้วกลับเข้ามาใหม่ บางคนถึงขั้นขอประชุมไปด้วย เรียนไปด้วย เพราะไม่อยากพลาดทั้งสองอย่าง

และเรื่องนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากว่า 6 ปี จนกลายเป็นเรื่องปกติ

น่าสนใจตรงที่ เมื่อดิฉันถามคนเหล่านี้ว่า “มีความสุขไหมกับวิธีทำงานแบบนี้” แทบไม่มีใครตอบว่า happy แต่ทุกคนกลับยอมรับมัน เหมือนเป็น New Way of Work ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

วันนี้การประชุมออนไลน์ได้รับ privilege พิเศษ สามารถแทรกเข้ามาได้ทุกเวลา ไม่ว่าคุณจะกำลังเรียน กำลังคิด กำลังพัก หรือแม้แต่กำลังคุยกับใครอยู่ตรงหน้า Calendar ถูกซ้อนทับจนแทบไม่มีพื้นที่ว่างให้สมองได้หยุดหายใจ

ลองนึกย้อนกลับไปสมัยที่เรายังไม่มีสิ่งเหล่านี้ เราก็ประชุมเยอะเหมือนกันและการประชุมออนไลน์ก็มีมานานมากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องประชุมกับต่างประเทศ หรือกลุ่มคนที่มีจากหลากหลายโลเคชัน แต่การประชุมในอดีตมีขอบเขตของมัน คุณต้องเดินเข้าห้องประชุม ต้องเดินออกมา ต้องจบหนึ่งเรื่องก่อนเริ่มอีกเรื่องหนึ่ง มันไม่สามารถแทรกซ้อนเข้ามาได้ทุกนาทีแบบวันนี้

แต่ตอนนี้ ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันหมด เราเรียนไปด้วย ประชุมไปด้วย ตอบไลน์ไปด้วย เช็กอีเมลไปด้วย และสุดท้ายสมองของเราก็ไม่เคยได้อยู่กับอะไรจริง ๆ เลย

สิ่งที่น่ากังวลคือ หลายองค์กรยังมองว่านี่คือ productivity ทั้งที่ความจริงอาจตรงกันข้าม

คุณกำลังเสียทั้งเงินและเวลา

ส่งคนมาเรียน แต่เขาไม่ได้เรียนเต็มที่

เรียกประชุม แต่คนในห้องประชุมก็ไม่ได้ฟังเต็มที่

ทุกคนเหมือนกำลังอยู่หลายที่พร้อมกัน แต่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นจริง ๆ ยุคที่ Calendar แน่นที่สุด อาจเป็นยุคที่ Productivity ต่ำที่สุด เพราะคนไม่ได้หมดไฟจากการทำงานหนักอย่างเดียว แต่หมดไฟจากการไม่มีจังหวะให้หายใจ

แม้เทคโนโลยีจะก้าวหน้า แต่การที่ทุกอย่างเข้าถึงเราได้ตลอดเวลา… มันดีจริงหรือ? หรือจริง ๆ แล้ว เรากำลังสร้างวัฒนธรรมที่ทำให้ทุกคนพร้อมตลอดเวลา แต่ไม่เคยพร้อมเต็มที่กับเรื่องที่เป็นสาระสำคัญจริง ๆ

บริษัทสลิงชอทกรุ๊ป ร่วมกับทีมที่ปรึกษาบริษัทฟิวเจอร์เทลส์แล็บ ทำงานวิจัยด้านอนาคตการทำงานในองค์กรไทย 2035 พบ องค์กรในอนาคตจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการทำงานที่เน้นความสมดุลชีวิต การดูแล wellbeing และการทำงานที่มีความหมาย

เพราะ wellbeing ไม่ใช่เรื่องใจดี ไม่ใช่สวัสดิการ และไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพจิตอีกต่อไป แต่มันคือ ศักยภาพของมนุษย์และผู้นำในการคิด ตัดสินใจ สร้างสรรค์ และทำงานระยะยาวโดยไม่หมดไฟ คนยังมีพลังเหลือพอที่จะคิดเรื่องสำคัญได้

ถึงเวลาที่ผู้นำองค์กรต้องลุกขึ้นมาปฏิรูปการทำงานที่สร้างจังหวะให้คนยังมีพลังไปได้ไกล จังหวะที่มีทั้งช่วงเร่ง และช่วงพัก ช่วง focus และช่วง reconnect ช่วงคิดลึก โดยไม่ถูก interrupt ตลอดเวลา

ผู้นำที่ดีในอนาคต นอกจากบริหารเวลาเก่ง ยังต้องออกแบบพลังงานของทีมเป็นด้วย เพื่อให้คน Busy and Happy