วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน 2569

Login
Login

เด็กอินเตอร์ (1) | เส้นทางแห่งผู้นำ

เด็กอินเตอร์ (1) | เส้นทางแห่งผู้นำ

ช่วงนี้ไปไหนก็มีแต่คนพูดถึง Future Leaders ทำอย่างไรให้ผู้นำพร้อมสำหรับโลกในอนาคต แจ็ค หม่า บอกว่า The future is already here; you just have to know where to look หากอยากรู้ว่าภายภาคหน้าจะเป็นอย่างไร จงดูที่เด็ก เพราะอีกไม่ถึงยี่สิบปี พวกเขานั่นแหละคือสิ่งที่เราเรียกว่า ‘อนาคต’

ตอนผมย้ายไปทำงานต่างประเทศ ลูกๆ ก็ย้ายโรงเรียนตามมาด้วย การเป็นเด็กต่างชาติย่อมหมายถึงการเรียนหนังสือในโรงเรียนนานาชาติ หรือ International School ลูกผมทั้งคู่เรียนที่ International School of Kuala Lumpur (ISKL) ว่ากันตามจริงผมก็ไม่รู้หรอกครับว่ามันดีหรือเปล่า แต่เมื่อเลือกไปทางนั้นแล้วก็ต้องลอง

เรื่องตื่นเต้นเรื่องแรกคือเด็กในห้องอินเตอร์น่าอัศจรรย์มาก (เมียใช้ให้) ผมไปขอถ่ายรายชื่อนักเรียนในห้องเจ้าธีร์มา ทั้งหมด 18 คน มี 14 สัญชาติ! แม่เจ้า อะไรจะหลากหลายขนาดนั้น ตั้งแต่อเมริกา แคนาดา ยุโรป เอเชียกลาง เอเชียใต้ เอเชียตะวันออก แปซิฟิก แอฟริกา ครบทุกทวีป เว้นแต่หมีขาวกะเพนกวินเท่านั้นที่ไม่มี ถ่ายรูปมาฟีลลิ่งประมาณ United Nations ยังไงยังงั้น

และโรงเรียนเน้นเรื่องการทำงานควบคู่กันระหว่างครูและครอบครัวอย่างมาก ช่องทางการสื่อสารเยอะแยะมากมาย ครูใหญ่เขียนวารสารประจำสัปดาห์ ครูประจำชั้นอัพรูป ครูผู้ช่วยอัพเดตปฏิทิน ครูน้อยเขียนบล็อก ครูพิเศษเขียนผลการเรียนการสอน ครูพละเขียนตารางแข่งกีฬา นี่ยังไม่นับครูจิ๊บครูจ๊อยและบรรดาโค้ชทั้งหลายที่ขยันส่งอีเมล ทั้งผมทั้งเพชรต้องคอยเตือนกันให้อ่านจะได้ไม่พลาด ใช้พลังผู้ปกครองเยอะกว่าสมัยก่อนแยะ

แถมเผลอเป็นไม่ได้ โรงเรียนจะมีเชิญไปร่วมงานโน่นงานนี่ตลอด ครั้งหนึ่งไปงานของเจ้าพิน ไอ้เราเข้าใจว่าจะถูกเรียกเข้าห้องประชุมฟังอาจารย์ใหญ่กล่าวสุนทรพจน์ ที่ไหนได้เค้าแจกตารางสอนให้พ่อแม่ทุกคนเดินตามวิชาต่างๆ ของเด็ก จงลองใช้ชีวิตประหนึ่งนักเรียน ซึ้งเลยว่าชีวิตลูกสาวต้องพบกันอะไรบ้างในแต่ละวัน

ตัวเด็กเองก็ต้องเขียนบล็อกเพื่อแชร์สิ่งที่ตัวเองเรียนรู้กับพ่อแม่ ทุกคนมี Mac Book ของตัวเอง เข้า Google Drive เพื่ออัพโหลดเรื่องใหม่ๆ ทุกสัปดาห์ นั่นคือสิ่งที่โรงเรียนนี้เรียกว่าการบ้าน มีเครื่องมือส่งเสริมความรู้ให้เด็กค้นหาอีกมากมายเช่น Typing Club และ Khan Academy ครูบอกว่าไม่เข้าใจอะไรให้พ่อแม่ช่วยลูกเสิร์ชหาคำตอบ เฮ้ย! สมัยผมครูห้ามลอกการบ้านเพื่อน ไหงสมัยนี้ครูให้ลอกการบ้านจากโลก?

อีกเรื่องที่น่าตะลึงตึงตึงสำหรับผมคือกิจกรรมหลังเลิกเรียน สมัยก่อนมีแต่เรียนพิเศษเพื่อทำการบ้าน แต่ที่ ISKL กิจกรรมมากมายตาลายไปหมด แค่ตอนนั้นของนายธีร์ ป.4 ตัวเลือกก็ปาเข้าไปกว่า 60 รายการ 3D Printing, Robotix, Gamelan, Forensic Science, Sewing, Sign Language มีกระทั่ง Aussie Rules Football คงต้องซ้ำชั้นสักสองปีกว่าจะเก็บได้ครบทุกรายการ

เสาร์อาทิตย์ยังมีลูกต่อเนื่องอีก ทั้ง Basketball Baseball Soccer Tennis หรือเป็นพวก Green Earth ออกไปเก็บขยะก็มี ตื่นไปเล่นไปทำกันทุกสัปดาห์ คนจัดโดยมากก็พวกครูนั่นแหละ ผมคิดว่าคงเป็นเพราะต่างเมืองมาเหมือนกัน เลยหาเรื่องอะไรเล่นไม่ให้ว่างตลอดๆ

ส่วนของพิน ไฮไลท์คือ Band และ Musical ละครเวที มีซ้อมทุกวันตั้งแต่สามโมงถึงสี่โมงกว่า กติกาคือไม่มีตัดตัว ใครอยากเล่นได้เล่น ส่วนจะเป็นก้อนหินหรือนางเอกก็แล้วแต่พรสวรรค์ ความสนใจ และความตั้งใจของเด็ก ใครซ้อมเยอะก็ได้บทเยอะ ปีที่แล้วผมกับเพชรดูเรื่อง Beauty and the Beast แล้วยังอึ้งว่านี่นักเรียนแสดงจริงหรือ อารมณ์ไม่ต่างจากเวลาเราซื้อบัตรดูใบละหลายๆ พัน

หน้ากระดาษจะหมดแล้วยังไม่ได้คุยเรื่องเรียนเลย เดี๋ยวคุณผู้อ่านจะสงสัยว่านี่โรงเรียนหรือโรงเล่น

ต่อตอนหน้านะครับ