ในห้องที่ปิดม่านมืดสนิทเพื่อหลบหนีจากความล้มเหลว แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านช่องว่างเล็กๆ กลับเผยให้เห็นความมหัศจรรย์ที่เปลี่ยนชีวิตศิลปินคนหนึ่งไปตลอดกาล เมื่อ 'ดอกไม้' ที่เขาปลูกไว้พยายามโน้มตัวเข้าหาแสงเพื่อเอาตัวรอด
วินาทีนั้นเองที่ความหวังถูกจุดประกายขึ้นใหม่ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Hope หรือ น้องโฮป คาแรคเตอร์ดอกไม้ 7 กลีบ ที่มีดวงตาเป็นเครื่องหมาย X ซึ่งไม่ได้แทนความตาย แต่แทนร่องรอยของอุปสรรคที่หล่อหลอมให้ชีวิตงดงาม
นั่นคือเรื่องราวของ วัชรพงศ์ บูรณะกิจเจริญ (บุ๋น) ศิลปินซึ่งใช้นามในการสร้างงานศิลปะว่า Vachboy (วัชบอย) และที่มาของคาแรคเตอร์ ‘น้องโฮป’
วัชรพงศ์ บูรณะกิจเจริญ หรือ Vachboy
กับคาแรคเตอร์ Hope ดอกไม้เพื่อส่งต่อความหวัง
บุ๋น วัชรพงศ์ หลังสำเร็จการศึกษาวิชาเอกจิตรกรรม (Fine Arts) จากคณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เขาเริ่มต้นอาชีพด้วยการเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ให้กับเอเจนซี่โฆษณาต่างๆ
แต่พบว่างานในสายโฆษณาไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริง เนื่องจากเขามีความต้องการที่จะแสดงออก (Express) ซึ่งผลงานศิลปะของตัวเองในฐานะศิลปินมากกว่า ช่วงนี้เองที่รู้สึกท้อแท้สิ้นหวัง
“เหมือนเราพยายามจะเป็นศิลปินที่อยากประสบความสำเร็จ แต่เส้นทางมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น คือเราต้องมีการค้นหาตัวตน หรือบางทีเราทำงานออกไปแล้วไม่ได้สวยงามอย่างที่เราคิดไว้ ก็เลยต้องมานั่งถามตัวเองว่าจริงๆ แล้วเรามีจุดเด่นอะไรในงานของเราหรือตัวตนที่อยากจะบอกกับคนอื่นๆ มันคืออะไร ทำไมถึงต้องมีเราบนโลกใบนี้” บุ๋น วัชรพงศ์ กล่าวถึงสิ่งที่ทำให้รู้สึกท้อแท้ในตอนนั้น
วัชรพงศ์เปิดตัวคาแรคเตอร์ น้องโฮป เป็นทางการครั้งแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้วในงาน Bangkok Illustration Fair ผลตอบรับดีมาก จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เขาเติบโตในเส้นทางอาชีพศิลปินอย่างเต็มตัว
ดีไซน์ที่แฝงความหมายของ "ความล้มเหลวที่งดงาม"
รูปลักษณ์ของ น้องโฮป ไม่ได้มีเพียงความน่ารัก แต่ทุกรายละเอียดมีที่มา ดวงตาที่เป็นรูปกากบาท (X) ศิลปินจงใจให้ตาข้างหนึ่งเปิดกว้างและอีกข้างเป็นตัว X เพื่อสื่อถึง อุปสรรคและความล้มเหลวในชีวิต
ศิลปินไม่ต้องการด้อยค่าความผิดพลาดเหล่านั้น เพราะมองว่าทั้งความสุขและความทุกข์ล้วนเป็นสิ่งที่หล่อหลอม (Shape) ให้เรากลายเป็นดอกไม้ที่สวยงาม
แรงบันดาลใจแรกเริ่มมาจาก ดอกเดซี่ โดยคาแรคเตอร์ออริจินัลจะมี 7 กลีบ เป็นจำนวนที่ศิลปินรู้สึกว่าไม่มากไม่น้อยเกินไป อย่างไรก็ตาม ‘น้องโฮป’ สามารถเปลี่ยนเป็นดอกไม้ชนิดอื่นหรือสีอื่นได้ตามกาลเทศะและเรื่องราวที่ต้องการสื่อสาร
จากคาแรคเตอร์สู่พื้นที่ "ฮีลใจ" คนเมือง
น้องโฮป ไม่ได้อยู่เพียงบนผืนผ้าใบ แต่ได้ออกไปโลดแล่นในพื้นที่ต่างๆ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้คน เช่น โปรเจกต์ที่ ‘พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Sea Life Bangkok Ocean World’ น้องโฮปถูกเล่าเรื่องผ่านการผจญภัยในโลกใต้น้ำที่ต้องลองผิดลองถูกในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย (Comfort Zone) จนเติบโตเป็นดอกไม้ดอกใหม่ที่มีประสบการณ์มากขึ้น
โปรเจกต์ล่าสุดขณะนี้อยู่ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ในงาน The Living Ground "Hope's Garden" Enjoy Art & Feel Alive, Together และเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกระหว่าง Vachboy และทีม Eyedropper Fill กลุ่มศิลปิน Interactive ที่จะชวนทุกคนมาเติมพลังใจให้กลับมารู้สึกมีชีวิตชีวาอีกครั้ง เปลี่ยนพื้นที่ศูนย์การค้าให้กลายเป็นสวนปิกนิกสุดอาร์ต
วัชรพงศ์ กล่าวว่าโปรเจกต์นี้เกิดจากแรงบันดาลใจที่ต้องการสื่อสารกับคนในเมืองที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบจนอาจ "หลงลืมตัวตน" หรือทำความฝันหล่นหายไป
เป้าหมายของสวนนี้ไม่ใช่แค่ความสวยงาม แต่คือการสร้างพื้นที่ให้ผู้คนได้ "ช้าลง" เพื่อตระหนักว่าเรายังมีตัวตนอยู่ท่ามกลางความวุ่นวาย โดยใช้ศิลปะเป็นฟังก์ชันในการ "ฮีลใจ" และเปลี่ยนวันหม่นๆ ให้กลายเป็นวันที่ยิ้มได้
“งานนี้ผมไม่อยากให้เป็นแค่อินสตอลเลชั่นธรรมดา ผมอยากผลักให้มันไปเหนือกว่านั้น อยากให้เป็นเรื่องของอารมณ์และประสบการณ์ คนดูงานแล้วรู้สึกได้ ซึ่งโปรเจกต์นี้ผมดีใจมากที่ได้อายดร็อปเปอร์ฟิลล์มาช่วยร่วมทำงานกับผม เพราะเขาก็เป็นศิลปิน Interactive แนวหน้าของเมืองไทย ซึ่งเนรมิตให้คอนเซปต์ของผมออกมาชัดเจนยิ่งขึ้นครับ” วัชรพงศ์ กล่าว
ประสบการณ์ Interactive
สิ่งที่ทำให้ The Living Ground "Hope's Garden" Enjoy Art & Feel Alive, Together พิเศษ คือการออกแบบ ประสบการณ์ Interactive หรือ ‘การโต้ตอบกับงานศิลปะ’ ผ่านคาแรคเตอร์ น้องโฮป ในหลากหลายรูปแบบ
ซึ่งงานนี้เน้นทั้ง รูป รส กลิ่น เสียง และการสัมผัส เพื่อให้เข้าถึงอารมณ์ของผู้ดูได้อย่างแท้จริง สร้างสรรค์การโต้ตอบโดยกลุ่มศิลปิน Eyedropper Fill
การโต้ตอบแรกคือ การสัมผัสและการโอบกอด ผู้เข้าชมสามารถเข้าไปกอดประติมากรรมน้องโฮปตัวใหญ่ สูง 4 เมตร ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ภายใน Hope's Garden เพื่อปลดปล่อยอารมณ์ (Spread Emotion)
“ตีความจากขนาดของพื้นที่งานและตัวน้องโฮป พอรู้ชื่อคาแรคเตอร์ก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับวิธีการ ‘อินเตอร์แอ็ค’ ของคนได้เยอะมากเลยครับ พอเป็นเรื่อง ‘ความหวัง’ และเป็น ‘ดอกไม้’ สวนแห่งนี้จึงได้รับการออกแบบให้สิ่งที่เคยดูเล็กเช่นดอกไม้ กลายเป็นสิ่งใหญ่ และทำให้ตัวเราที่เคยแบกภาระหนักอึ้งดูเล็กลงเมื่อก้าวเข้ามา เพื่อให้เราได้ยินเสียงความรู้สึกภายในใจได้ชัดเจนขึ้น” นันทวัฒน์ จรัสเรืองนิล หนึ่งในกลุ่มศิลปิน Eyedropper Fill กล่าวถึงการสร้างประสบการณ์อินเตอร์แอ็คทีฟในโซนแรก
การเล่นสนุกโต้ตอบอีกโซน เราคือพระอาทิตย์ของน้องโฮป เมื่อเราเดินผ่านโซนนี้ของ Hope's Garden จะถูกออกแบบให้ ‘น้องโฮป’ หันมองตามเราตลอดเวลา
เพื่อสื่อว่าเรามีความสำคัญ เปรียบเสมือนเป็นพระอาทิตย์ที่คอยส่องแสงให้ดอกไม้เติบโต ทำให้ผู้เข้าชมรู้สึกว่า "เราเองก็สำคัญเหมือนกันนะ"
ฟัง ‘เสียงจิ๋วๆ ในชีวิต’ ผ่านคาแรคเตอร์น้องโฮป
โซนถัดมาคือ Life Soundtrack (เสียงจิ๋วๆ ในชีวิต) ตัวน้องโฮปทำหน้าที่เป็นลำโพงให้เราเข้าไปแนบหูฟังเสียงเล็กๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น เสียงเด็กหัวเราะ หรือเสียงจักรยานผ่านในสวน ซึ่งเป็นโมเมนต์ที่คนมักมองข้ามไป เพราะความรีบเร่ง ศิลปินต้องการให้เราหยุดฟังเพื่อสร้างความผ่อนคลาย
“Eyedropper Fill มองว่า เทคโนโลยีคือ ‘พู่กัน’ หรือเครื่องมือในการสร้างอารมณ์ร่วม พวกเราพยายามผสมผสานความล้ำสมัยเข้ากับความรู้สึกที่สัมผัสได้จริง (Manual) เพื่อให้คนเข้าถึงได้ง่ายและมีอารมณ์ร่วมไปกับงาน” นันทวัฒน์ กล่าว
พาใจไปรับพลังบวกกับ ‘น้องโฮป’ ดอกไม้แห่งความหวัง
Eyedropper Fill เริ่มต้นจากการรวมตัวกันของกลุ่มเพื่อนที่เป็นผู้ก่อตั้ง 4 คน สำเร็จการศึกษาจาก School of Architecture and Design คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (วิทยาเขตบางมด) สาขา Communication Design หรือการออกแบบนิเทศ
เริ่มต้นฟอร์มกลุ่มในชื่อ “Eyedropper Fill” มาตั้งแต่ตอนเรียนอยู่ชั้น ปีที่ 2 ด้วยความพยายามหาแนวทางการสร้างสรรค์งานที่ผสมผสานระหว่างศิลปะและการออกแบบเพื่อใช้ในการเลี้ยงชีพ จนกลายมาเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานสาย Visual Artist และงาน Interactive ในเวลาต่อมา
"ชื่อ Eyedropper Fill สื่อถึงความต้องการที่จะเป็นเหมือน ‘ยาหยอดตา’ ที่หยดบางสิ่งบางอย่างลงไปในตาของผู้คน เพื่อให้ผู้ดูได้เห็นหรือสัมผัสประสบการณ์ในมุมมองที่ต่างออกไปจากเดิม ชื่อนี้ยังล้อไปกับเครื่องมือ Eyedropper (ที่ดูดสี) ในโปรแกรมออกแบบที่ใช้ดูดสีไปใส่ในที่ต่างๆ" นันทวัฒน์ กล่าวและว่า ปัจจุบันกลุ่ม Eyedropper Fill เหลือสมาชิก 2 คน คือเขากับ วรรจธนภูมิ ลายสุวรรณชัย ที่ร่วมสร้างสรรค์ Hope's Garden
ภายในบริเวณ Hope's Garden ยังมีกิจกรรมอื่นๆ อีกที่เหมาะสำหรับการปิกนิก เช่น อิ่มอร่อยไปกับ โซน Garden in a Cup ชวนสายสุขภาพอร่อยกับ Greek Frozen Yogurt by ADAM n EVE สูตร 0% Sugar Added สนุกกับการเลือกเติม Crafted Toppings ได้ตามใจ
เลือกช้อปไอเทมศิลปะมีเฉพาะในงานนี้ได้ที่ โซน Garden Goods หรือปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ไปกับ กิจกรรม Garden To Go การระบายสีออกแบบคาแรคเตอร์น้องโฮป
งาน The Living Ground "Hope's Garden" Enjoy Art & Feel Alive, Together จัดที่บริเวณทางเดิน ชั้น G เซ็นทรัล เอ็มบาสซี วันนี้ – 7 มิ.ย.2569
เปลี่ยนทางเดินห้างสรรพสินค้าปกติให้กลายเป็นสถานีพักใจที่จะคอยย้ำเตือนให้เรากลับมา "รักตัวเอง"
และเห็นคุณค่าของช่วงเวลาเล็กๆ ในชีวิต

