“จิตใจของคนเราบางครั้งก็เหมือนเสือ บางครั้งก็เหมือนดอกไม้” ไซ จื้อซง กล่าวถึงผลงานในนิทรรศการ Spring Light ที่มีทั้งประติมากรรมสแตนเลสรูปเสือในอากัปกิริยาน่าเกรงขาม ควบคู่ไปกับประติมากรรมรูปดอกกุหลาบหลากสีที่กำลังผลิบาน
ศิลปิน เล่าต่อถึงผลงานที่นำมาจัดแสดงในเมืองไทยเป็นครั้งแรกว่าเป็นการนำผลงานในชุด Homegarden ที่สร้างขึ้นในปี 2559 ว่าด้วยเรื่องราวของชีวิตมนุษย์และสัตว์ที่อยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัยและให้ความเคารพต่อธรรมชาติ และผลงานชุด Rose ที่เริ่มต้นในปี 2551 เรื่องราวของความรักที่เติบโตไปพร้อมกับกาลเวลา มาจัดแสดงไว้ด้วยกัน
Spring Light ถ่ายทอดความงามของฤดูใบไม้ผลิอันแฝงไปด้วยปรัชญาตะวันออก ผ่านประติมากรรมสแตนเลสขนาดใหญ่ น้ำหนักตั้งแต่ 300 กิโลกรัม ไปจนถึง600 กิโลกรัม
“เหตุที่เลือกใช้สแตนเลส นอกจากความคงทนแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดสีสันสดใสก็ได้ เช่น ผีเสื้อหลากสี หรือสร้างความรู้สึกเคร่งขรึมก็ได้ เช่น ผลงานรูปภูเขาที่ถ่ายทอดมาจากบทกวีจีน นกยูงเกาะกิ่งเหมยที่สื่อถึงความสง่างามของนกยูงและความแข็งแกร่งของดอกเหมายที่สามารถผลิบานได้แม้ในเวลาที่หนาวที่สุด”
ศิลปินกล่าวถึงการเลือกใช้วัสดุในการทำงาน โดยใช้เทคนิคการหล่อเป็นชิ้นเดียว เช่น เสือ นกยูง และภูเขา และหล่อเป็นชิ้นส่วนต่างๆแล้วนำมาประกอบกัน เช่น ผีเสื้อ
ในขณะที่ผลงานชุด Rose ขึ้นรูปด้วยตะกั่วเป็นวัสดุหลัก เพื่อสะท้อนภาวะความหนักหน่วง และความตึงเครียดในอารมณ์
“เมื่อก่อนดอกกุหลาบของผมแทบไม่ได้ใช้สีเลย” ศิลปินย้อนถึงวันวานที่ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกภายในออกมาในผลงานศิลปะ “เดิมเคยเป็นคนโกรธง่าย พอได้เจอคนที่เป็นเหมือนกันทำให้เห็นภาพสะท้อนของตัวเอง เลยมาสำรวจตัวเองใหม่ เปลี่ยนตัวเองเมื่อใจสงบผลงานจึงสะท้อนถึงความสงบที่อยู่ภายใจ”
จากนั้นดอกกุหลาบของเขาจึงเริ่มมีสีสันสดใส ส่งต่อความมีชีวิตชีวาของ “ดอกกุหลาบ” ในบริบทของความรักที่เติบโตอย่างหนักแน่นไม่หนักหน่วง เบาสบายไม่ตึงเครียดอย่างที่เคยเป็นมา
Spring Light ยังพาเราไปสัมผัสกับ “เสือ” สัญลักษณ์แห่งอำนาจ บารมี และความน่าเกรงขาม ผ่านประติมากรรมรูปเสือไซบีเรีย ที่มีน้ำหนักถึง 600 กิโลกรัม
“ผลงานชิ้นนี้ทำยากที่สุด ใช้เวลามากที่สุด (6 เดือน) รายละเอียดทุกจุดผ่านความคิดอย่างรอบคอบโดยเฉพาะแววตา และแสงที่กระทบลงบนประติมากรรม คนจีนเปรียบเทียบคนที่มีความสามารถว่าเปรียบเสมือนกับ ‘เสือ’ ดังนั้นในวันที่เรารู้สึกเจ็บปวด อยากให้นำความดุร้ายและน่าเกรงขามแบบเสือมากลืนกินความความเจ็บปวดนั้นให้หมดไป” คือ ความหมายที่ศิลปินซ่อนไว้ในผลงานไฮไลท์ชิ้นนี้
ในขณะที่ประติมากรรมผีเสื้อหลากสีหลายขนาด บ่งบอกถึงวงจรของชีวิตที่เขาหยิบยกช่วงเวลาที่สวยที่สุดของผีเสื้อมาเป็นตัวแทนของสวนในบ้านที่อยู่ท่ามกลางเมืองใหญ่
นอกจากนี้ยังมีกวาง กบ และปลามังกรทองคู่สัญลักษณ์ของความร่ำรวยคูณสองที่เชิญชวนให้เราได้สัมผัสถึงความงาม และความหมายของชีวิต ในนิทรรศการ Spring Light โดย ไช จื้อซง (Cai Zhisong) ประติมากรชาวจีนผู้สร้างสรรค์เนื้อโลหะให้เกิดความพลิ้วไหวได้อย่างน่าอัศจรรย์
หมายเหตุ : Spring Light โดยไซ จื้อซง จัดแสดง ที่ชั้น M สยามพารากอน วันนี้ – 10 มิถุนายนศกนี้
เกี่ยวกับ : ไช จื้อซง (Cai Zhisong)
-
จบการศึกษาสาขาประติมากรรมจากวิทยาลัยวิจิตรศิลป์แห่งชาติจีน (Central Academy of Fine Arts) ปี 2540
-
ปี 2541–2551 ดำรงตำแหน่งอาจารย์ประจำภาควิชาประติมากรรมของสถาบันเดียวกัน
-
ได้รับรางวัลสำคัญในเวทีนานาชาติ อาทิเช่น Taylor Prize ประจำปี 2544 จาก Paris Autumn Salon รางวัล Rockfeller Chinese Outstanding Young Artist Prize รางวัล President’s Prize จาก Central Academy of Fine Arts และรางวัล Global 100 Art Leaders เป็นต้น
-
มีผลงานอยู่ในชุดสะสมของพิพิธภัณฑ์ แกลเลอรี และสถาบันศิลปะชั้นนำทั่วโลก
-
ผลงานของเขายังสร้างสถิติราคาประมูลสูงสุดในตลาดศิลปะนานาชาติในบรรดาประติมากรชาวจีนมาแล้วถึงสามครั้ง

