วันอังคาร ที่ 26 พฤษภาคม 2569

Login
Login

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก

ในยุคที่โลกกำลังคลั่งไคล้ความอัจฉริยะของ AI (Artificial Intelligence) หรือ “ปัญญาประดิษฐ์” และทุกอย่างถูกบีบให้ก้าวไปสู่มาตรฐานดิจิทัลที่เหมือนกันไปหมด มีศิลปินรุ่นใหญ่ในวัย 66 ปีคนหนึ่ง สาธิต กาลวันตวานิช เลือกที่จะเดินสวนทางด้วยการประกาศตัวว่าเป็น ‘AI Free’

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก สาธิต กาลวันตวานิช อายุ 66 ปี

ศิลปินไม่ได้ต่อต้านเทคโนโลยี แต่เลือกที่จะกลับไปฝึกฝน Human Skill และการสัมผัสแบบมนุษย์ (Human Touch) ให้ถึงขีดสุด เพราะเชื่อว่าสมองมนุษย์มีความวิเศษในการแก้ปัญหาแบบไม่เป็นเส้นตรง (Non-linear) ซึ่งไม่มีวันพ่ายแพ้ให้กับชุดข้อมูลมหาศาลของคอมพิวเตอร์

"ผู้คนในปัจจุบันถูกบังคับให้มีลักษณะที่เหมือนๆ กัน (Digital Native) เช่น พฤติกรรมการไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟ หรือการ Work from home ผมยอมรับว่าไม่ได้อยากเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยีเท่าใดนัก มองว่าตัวเองเป็นคนตกยุคไปแล้ว แม้จะรู้สึกตกยุค แต่ถ้าเราสามารถทำความเข้าใจหรือควบคุมเทคโนโลยีได้ เราก็จะสามารถใช้ชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ได้ เอไอช่วยให้ชีวิตสนุกขึ้น เพียงแค่เราต้องทำความเข้าใจกับมันใหม่ว่าควรจะให้เอไอมีบทบาทอย่างไร"

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก นิทรรศการศิลปะ โง่ศาสตร์ (The Wisdom of Stupidity)

สาธิต กาลวันตวานิช คือหนึ่งในผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ดีไซน์ Propaganda และคาแรคเตอร์ระดับไอคอน Mr. P (มิสเตอร์พี) สวิตช์ไฟสุดทะเล้นที่เคยวางจำหน่ายในร้านระดับโลก Paul Smith ลอนดอน และส่งออกไปใน 40 ประเทศ อาทิ เดนมาร์ก ญี่ปุ่น เยอรมนี สหรัฐอเมริกา

ในวัย 66 ปี สาธิต นักสร้างสรรค์ระดับตำนานของไทยเริ่มต้นใหม่ในวัยเกษียณ จัดนิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรกภายใต้ชื่อ โง่ศาสตร์ (The Wisdom of Stupidity) เปิดพื้นที่ให้ความคิดสร้างสรรค์เติบโตอีกครั้ง

โง่ศาสตร์ คืออย่างไร 

แนวคิด Wisdom of Stupidity หรือที่ศิลปินเรียกว่า ‘โง่ศาสตร์’ คือ การเอาชนะความกลัวที่จะไม่ฉลาด หมายถึงการกล้าที่จะ ‘โง่’ หรือ ‘ไม่ฉลาด’ เพื่อเปิดประตูสู่ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมใหม่ๆ

“เราทุกคนมีนกเอี้ยง (สัญลักษณ์ความโง่) เกาะที่ไหล่ทุกคน แต่เราพยายามที่จะลบมันออกไป ไล่มันออกไป เพราะกลัวดูไม่ฉลาดในสายตาคนอื่น แต่ในความเป็นจริง ถ้าคุณไม่โง่นิดหน่อย ถ้าคุณฉลาดเกินไป คุณจะไม่กล้าก้าวไปในพื้นที่เสี่ยงสูงหรือดินแดนที่คนไม่เคยเข้าไป แต่นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์เปลี่ยนโลกหลายอย่าง ล้วนเกิดจากความผิดพลาด ความมั่ว หรือ ‘ความโง่’ ในตอนแรก ที่ทำให้กล้าลองทำในสิ่งที่ต่างออกไป” สาธิตกล่าว

สาธิตยกตัวอย่างข้อผิดพลาดที่ทำให้เกิดเชื้อราบนจานเพาะเลี้ยง ทำให้โลกค้นพบเพนิซิลิน จากที่คั่นหน้าหนังสือร้องเพลงสวดมนต์ในโบสถ์หล่นบ่อยๆ ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่โพสต์-อิท และโค้กที่เกิดจากความผิดพลาดร้านข้างๆ เผลออัดแก๊สเข้าไปในเครื่องดื่มจากเมล็ดโกโก้ผสมไซรัปที่เคยขายถูกๆ ระเบิดกลายเป็นอุตสาหกรรมน้ำอัดลมระดับโลกมูลค่ามหาศาล

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก สาธิต กาลวันตวานิช กับภาพวาด Adventurous No.1 สีอะคริลิคบนผ้าใบ ขนาด 160 x 200 เซนติเมตร

สาธิตกล่าวด้วยว่า ‘โง่ศาสตร์’ เป็นการทำงานศิลปะโดยไม่ยึดติดกับผลลัพธ์หรือชัยชนะ (Play to Win) แต่เน้นที่กระบวนการเล่นที่ไร้สาระและเป็นอิสระเหมือนเด็ก ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการค้นพบสิ่งใหม่ เปิดโอกาสให้ตนเองได้ลองผิดลองถูกและสร้างสรรค์ผลงานที่ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ

ศิลปินถ่ายทอดแนวคิด โง่ศาสตร์ (The Wisdom of Stupidity) ผ่านผลงานศิลปะในรูปแบบต่างๆ ที่ชวนตั้งคำถามกับกรอบความคิดเดิม ที่ทั้งสนุก ลึก และจริงใจ

ในนิทรรศการนี้ สาธิตยกระดับ คาแรคเตอร์ Mr. P จากสินค้าไลฟ์สไตล์โปรดักต์ดีไซน์มาเป็นงานศิลปะเชิงประติมากรรมและจิตรกรรมที่เล่าเรื่องราวได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น พร้อมกับเปิดตัว 3 คาแรคเตอร์ใหม่ สะท้อนลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ของเขา

 

Mr. P ประติมากรรม – จิตรกรรม

สาธิตนำพา Mr. P ก้าวข้ามจากความสนุกสนานในอดีตสู่การตกผลึกทางความคิดในวัย 66 ปี ผ่านผลงาน ประติมากรรม Mr. P ชุดพิเศษ ภายใต้แนวคิด ‘5 ทำ’ ในอิริยาบถหลากหลาย

โดยต่อยอดมาจากโจทย์เดิมของลูกค้าที่ครั้งหนึ่งต้องการเปลี่ยนบรรยากาศใน ‘อาคารสำนักงาน’ สร้างใหม่ ให้ดูอารมณ์ดี สนุกสนาน และกระชากอารมณ์ผู้ใช้งานพื้นที่ให้รู้สึกสะดุดตาและประทับใจ

เขาและทีมงานจึงสร้างประติมากรรมมิสเตอร์พี ขนาดสูง 8 เมตร วางไว้ที่ล็อบบี้ของอาคารแห่งนั้น ซึ่งเจ้าของอาคารให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและสุขภาวะที่ดีของผู้ใช้อาคารด้วยแนวคิด ‘3 ทำ’ คือ ทำงาน (Work) ทำบุญ (Merit) ทำใจ (Mind)

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก ประติมากรรม Mr. P Merit และ Mr. P Meditation

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก ประติมากรรม Mr. P Charity

สำหรับนิทรรศการโง่ศาสตร์ สาธิตขยาย ‘3 ทำ’ ดั้งเดิมของลูกค้า (ทำงาน ทำบุญ ทำใจ) เพิ่มเข้าไปอีก ‘2 ทำ’ คือ ทำทาน (Charity) และ ทำสมาธิ (Meditation) เพื่อให้ครบองค์ประกอบที่ช่วยสร้างความสุขและแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับชีวิต

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก  Mr. P ในรูปแบบงานจิตรกรรม

ในรูปแบบจิตรกรรม Mr. P ได้รับการนำมาเล่าเรื่องราวผ่านแนวคิด New Chapter หรือ Power of P เปลี่ยนบทบาทจากสินค้าไลฟ์สไตล์มาเป็นงานศิลปะที่สะท้อนอารมณ์และความรู้สึกของมนุษย์ในสังคมปัจจุบัน

ประเด็นหลักที่ศิลปินเล่าผ่านภาพวาดมีตั้งแต่ การประชดประชันนิสัยและพฤติกรรมมนุษย์ เช่น ภาพ ‘ปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอ’ ภาพวาด Mr. P ที่กำลังพูดจาดีแต่ซ่อนมีดไว้ที่ด้านหลัง, ภาพ ‘บลา บลา (Bla Bla)’ สะท้อนบรรยากาศในห้องประชุมที่มักมีคนพูดจาเรื่อยเปื่อยไม่มีสาระ

ไปจนถึง ความสัมพันธ์กับธรรมชาติ มีการใช้รูปทรงเรขาคณิต (Geometric form) เช่น เส้นตั้งและเส้นนอน เข้ามาประกอบในภาพเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทน ‘พลังของธรรมชาติ’ โดยนำมาผสมผสาน (Blend) เข้ากับความไร้สาระหรือ ‘ความโง่’ ที่เป็นแกนหลักของนิทรรศการ

ศิลปินเลือกสร้างสรรค์งานจิตรกรรมใช้สีสันฉูดฉาดสไตล์ป๊อปอาร์ต (Pop Art) ด้วยเทคนิคกึ่งกลางระหว่างความสมัยใหม่และความดั้งเดิม คือยังคงความละเอียดของฝีแปรง พู่กัน เกรียง และพื้นผิว(Texture) เพื่อหักเหอารมณ์ไม่ให้งานดูเรียบจนเกินไป กับเทคนิคที่รวดเร็วอย่างการพ่นสเปรย์แบบกราฟฟิตี้ (Graffiti) และแอร์บรัช (Airbrush) เพื่อให้งานสื่อสารข้อความได้อย่างฉับไวและมีพลัง

แม้จะเป็นเรื่องเดิมแต่เมื่อเล่าผ่านฝีแปรงและสไตล์ที่ต่างกัน ความรู้สึกที่ส่งไปถึงผู้เสพก็จะเปลี่ยนไปตามความรู้สึกของศิลปินในขณะนั้น

 

เมื่อความดื้อ ความรักธรรมชาติ และอิสรภาพ ถ่ายทอดผ่านคาแรคเตอร์

การเริ่มต้นเป็นศิลปินในวัย 66 ปี สาธิตยังเปิดตัว 3 คาแรคเตอร์ใหม่ ภายใต้แนวคิด Wisdom of Stupidity หรือ ‘โง่ศาสตร์’ ทั้งในรูปแบบประติมากรรมและจิตรกรรม

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก คาแรคเตอร์ B. Betty ในรูปแบบอาร์ตทอย

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก สาธิตอธิบายคาแรคเตอร์ B. Betty

B. Betty หรือ ‘น้องเบตตี้’ คาแรคเตอร์เด็กผู้หญิงดื้อรั้นและขืนไปหมดทุกอย่าง มักถืออุปกรณ์ที่ดูโหดร้ายหรือขัดกับรูปลักษณ์ที่น่ารัก เช่น บังตอ ค้อน ครก สาก

สะท้อนถึง Positive Negativity คือการนำกิจกรรมหรือสิ่งที่ดูติดลบ (Negative) มาพลิกมุมมองให้กลายเป็นบวกและน่ารักในอีกระดับหนึ่ง ความหมายที่แฝงอยู่คือเป็นตัวแทนการพูดอย่างตรงไปตรงมาและความจริงใจกับตัวเอง

นอกจากนี้ยังใช้เพื่อสะท้อนภาพความวุ่นวายของโลกปัจจุบัน หรือ Global Fragmentation โดย บี.เบตตี้ จะทำหน้าที่เหมือนผู้ทำลาย (Disruption) เพื่อให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก คาแรคเตอร์ Snail Kid

Snail Kid (สเนล คิด) คาแรคเตอร์หอยทากที่ผสมผสานระหว่างมนุษย์และสัตว์ (Animal Man) ใช้รูปทรงของเปลือกหอยทากซึ่งมีสัดส่วนสวยงามตามธรรมชาติ ศิลปินใช้คำว่า “สัดส่วนทองคำ” หรือ Fibonacci มาขยายความและเล่าเรื่อง

เป็นคาแรคเตอร์ที่ศิลปินใช้สะท้อนแนวคิด Biophilia หรือความรักในธรรมชาติและการโหยหาความสงบสุขท่ามกลางความขัดแย้งของโลก (Peace Paradox)

มักเห็นในอิริยาบถที่รักธรรมชาติและรักความสงบ เช่น การพายเรือแคนู ขี่ปลากระเบนโดยใช้ไม้พายในการบังคับทิศทาง

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก

คาแรคเตอร์ Space Dude

Space Dude (สเปซ ดู๊ด) คาแรคเตอร์ตัวแทนนักเดินทางที่ไปถึงขีดสุด (Extreme Traveller) สื่อถึงความปรารถนาในอิสรภาพที่จะท่องเที่ยวไปให้สุดทาง ไม่ว่าจะเป็นการปีนเขา กระโดดหน้าผา ไปจนถึงการท่องเที่ยวในระบบสุริยะ (Solar System)

ความหมายเชิงปรัชญาคือเป็นเมตาฟอร์ (Metaphor) ของมนุษย์ ที่พยายามต้านแรงดึงดูดของโลก ทั้งในเชิงกายภาพ (การพยายามลุกขึ้นยืนหรือความอยากบิน) และในเชิงความทะเยอทะยานของชีวิต

ทั้ง 3 คาแรคเตอร์ สร้างขึ้นจากการผสมผสานประสบการณ์ตลอดชีวิตของศิลปิน โดยเปลี่ยนเรื่องซีเรียสให้กลายเป็นความสนุกสนานและไร้สาระตามปรัชญา Play to play หรือ ‘การเล่นเพื่อที่จะได้เล่น’ อย่างแท้จริง

สาธิต กาลวันตวานิช 'โง่ศาสตร์' นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรก PLAY art house ถนนทรงวาด

เชิญไปร่วมกันมอง ‘อายุ’ และ ‘ความไม่รู้’ ในมุมใหม่…ในฐานะจุดเริ่มต้นของอิสรภาพทางความคิดกับ โง่ศาสตร์ (The Wisdom of Stupidity) นิทรรศการศิลปะเดี่ยวครั้งแรกของ สาธิต กาลวันตวานิช วันนี้ - 7 มิถุนายน 2569 ณ PLAY art house ถนนทรงวาด เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร - อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 10.00 - 18.00 น.