สนทนาภาษาดอกไม้กับ ‘ครูโอ๋’ ธนินทร์ธร รักษาวงศ์ ครูช่างศิลปหัตถกรรม (ปี พ.ศ. 2556) ผู้ต่อยอดมรดกโรงงานย้อมผ้าโสร่งของคุณยาย ให้กลายเป็น ‘ดาหลาบาติก’ แบรนด์ผ้าบาติกระดับพรีเมี่ยม และศูนย์การเรียนรู้การทำผ้าบาติกแบบโบราณบ้านครูช่างธนินทร์ธร จ.กระบี่
ทำไมต้องเป็น ‘ดาหลา’
ครูโอ๋ – ธนินทร์ธร เล่าถึงที่มาของชื่อดาหลาบาติกที่คุณยายประมวล พูลภิญโญ ตั้งชื่อไว้ตั้งแต่แรกเริ่ม
“คุณยายบอกว่าเราเปรียบเสมือนกับดอกไม้ของทางใต้ที่มีความสวยงามและเข้มแข็ง ถ้าเราไปดูที่กลีบดอกจะเห็นว่ามีขอบเป็นเส้นสียาว ตรงนั้นเองที่คุณยายมองว่าเป็นเหมือนเส้นเทียน จึงนำชื่อของดอกดาหลามาใช้เป็นชื่อของโรงงาน และสอนว่าจงภูมิใจในความเป็นดาหลาของตัวเอง”
สวยงาม เข้มแข็ง รวมทั้งลายเส้นกลีบดอกที่คล้ายการวาดเทียนลงบนผืนผ้า เป็นทั้งที่มาและปรัชญาที่คุณยายส่งมอบให้กับครูโอ๋ รักษามรดกทางหัตถศิลป์ไว้จนถึงวันนี้
“โรงงานบาติกของคุณยายอยู่ที่จังหวัดนราธิวาส ช่วงปิดเทอมแม่จะส่งไปอยู่กับคุณยายเพราะว่าเราชอบวาดรูป คุณยายสอนให้ออกแบบลายผ้าจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเรา เช่น ลองไปดูต้นตำลึง เห็นใบตำลึงแล้วดูสิว่ามันมีลูกไหม แล้วก็สอนการวาดรูปลงบนโสร่งว่าจะมีหัวผ้า เชิงผ้า หน้าผ้า ขอบผ้า ไหนลองวาดดูสิ
ตอนนั้น 4 – 5 ขวบ ยังเอื้อมไม่ถึงเฟรมขึงผ้า พี่คนงานต้องไปต่อเก้าอี้มาให้นั่ง คราวนี้ก็ได้แต้มสีไปเรื่อยๆ มีความสุขมากเลย”
ครูโอ๋ เล่าถึงชีวิตวัยเด็กที่ไปอยู่กับคุณยายในช่วงปิดเทอมเสมอจนกระทั่งเรียนจบระดับปริญญา
ทางที่ต้องเลือก
รักศิลปะแต่เลือกเรียนบริหารธุรกิจตามความต้องการของครอบครัวที่วาดหวังให้เป็นข้าราชการเหมือนพ่อกับแม่
“สมัยก่อนถ้าได้ทำงานราชการถือว่าเป็นงานที่มั่นคง แต่เราไม่ชอบเลยไปทำงานรับเหมาก่อสร้างทำถนนกับลุง มีหน้าที่ทำบัญชีกับบริหารจัดการ บริษัทของลุงอยู่ใกล้กับโรงงานคุณยาย ว่างเมื่อไหร่ก็ไปหาคุณยาย จนวันหนึ่งรู้สึกเบื่อในการทำงานที่ต้องมีการแก่งแย่งกันประมูลงาน จึงตัดสินใจไปปฏิบัติธรรมกับคุณแม่สิริ กรินชัย เพื่อค้นหาตัวเองว่าอยากจะไปต่อทางไหน”
ตอนนั้นครูโอ๋อายุเพียง 21 ปี “คุณแม่ให้นั่งสมาธิและอธิษฐานจิต ถ้าเห็นอะไรก่อนให้เลือกสิ่งนั้น เราเห็นตัวเองทำผ้าบาติกอยู่จึงตัดสินใจกลับไปที่นราธิวาส ปีนั้นคุณยายเสียแล้ว ไม่มีใครทำโรงงานต่อแต่คุณยายฝากแม่พิมพ์ผ้าไว้กับคนสนิท สั่งไว้ว่ามีหลานคนหนึ่งท่าทางจะรับไม้ต่อได้”
เมื่อหลานคนที่ว่ามารับของฝากจากยาย โรงงาน “ดาหลาบาติก” จึงเปิดขึ้นอีกครั้ง โดยครูโอ๋ได้ไปรวบรวมคนงานที่เคยทำงานกับคุณยายให้กลับมาร่วมงานและเป็นพี่เลี้ยงให้กับครูโอ๋ไปพร้อมกัน
ทางที่เลือกแล้ว
เมื่อตั้งใจจะสืบทอดงานบาติกแบบโบราณของคุณยาย ครูโอ๋เดินหน้าไปเรียนรู้กระบวนการผลิตผ้าโสร่งปาเต๊ะแบบราชสำนักที่โรงงานของคนไทยในรัฐตรังกรานู ประเทศมาเลเซีย เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อนำมาพัฒนาต่อกับความรู้ที่เรียนมาจากคุณยาย
“ยิ่งทำยิ่งสนุก ยิ่งรักคุณยายมากขึ้นไปอีก สำหรับลายผ้าที่เป็นซิกเนเจอร์ของคุณยาย คือ ลายประแจจีน เป็นลายผ้ามงคล ใช้สำหรับงานขึ้นบ้านใหม่ งานแต่งงาน งานสงกรานต์ ส่วนงานที่เป็นอวมงคลจะใช้เป็นลายที่มีความหมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิคุ้มครอง เช่น ลายครุฑ” ครูโอ๋ยกตัวอย่าง
“สิ่งสำคัญที่สุด คือ สูตรน้ำเทียนที่คุณยายเก็บไว้ให้ เรานำมาพัฒนาต่อ ถ้าจะนับความเป็นดาหลาบาติกย้อนไปถึงสมัยคุณยาย เบ็ดเสร็จ 85 ปีแล้วค่ะ
คุณค่าของความพยายามมานะอดทนของคนโบราณที่ถ่ายทอดสิ่งเหล่านี้ให้เรา พอเราลงมือทำเราจะเห็นหัวใจ ของเขานะคะ สมัยนี้มีเครื่องมือสมัยใหม่ช่วยได้เยอะ สมัยก่อนเครื่องไม้เครื่องมือมีน้อยแต่เขาทำได้สวยมาก
ยิ่งทำก็ยิ่งรู้สึกผูกพัน พอคิดว่าได้ทำสิ่งที่รักสิ่งที่ชอบ ไม่ว่าเราจะเจอกับปัญหาอุปสรรคอะไรเราก็จะฝ่าฟันไปได้”
ศูนย์การเรียนรู้บ้านครูช่างธนินทร์ธร
หลังจากสร้างแบรนด์ดาหลาบาติกให้เป็นหนึ่งในสินค้าโอท็อปจ.นราธิวาส ในปี 2540 ครูโอ๋ตัดสินใจย้ายโรงงานมาอยู่ที่ จ.กระบี่ สืบเนื่องจากเกิดความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ประกอบกับมีลูกค้าในกระบี่และภูเก็ตค่อนข้างมาก
นอกจากโรงงานแล้ว ยังมีสตูดิโอจัดแสดงผลงานและผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงศูนย์การเรียนรู้ที่ครูโอ๋ตั้งใจเปิดขึ้นเพื่อถ่ายทอดภูมิปัญญาการทำผ้าบาติกให้กับผู้สนใจ
“มีความใฝ่ฝันแต่เล็กๆเลยว่าอยากทำโรงเรียนบาติกเพราะว่า อายุเริ่มเยอะ ไม่อยากเดินทางบ่อยๆ ประกอบกับสถานที่เราพร้อม เราเชื่อคำสอนของในหลวงและพระพันปีหลวงในการทำประโยชน์ให้กับแผ่นดิน แม้ทั้งสองพระองค์จะทรงสวรรคตไปแล้ว แต่คำสอนของท่านยังคงอยู่ในหัวใจของเรา หน้าที่ของเราคือการสืบทอดและส่งต่อองค์ความรู้ด้านบาติกให้คนรุ่นต่อไป”
ด้วยความภูมิใจในความเป็นดาหลาของ ‘ครูโอ๋’ ธนินทร์ธร รักษาวงศ์ ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นครูช่างศิลปหัตถกรรม (ปี พ.ศ. 2556) จากสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย
ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก ดาหลาบาติก
กางเกงเลผ้าบาติกที่สวมใส่ง่าย

