ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี MAMA KAKA (มาม่า กาก้า) สตรีสูงวัยสวมแว่นตากรอบกลมที่มีดอกไม้เต็มศีรษะก็กลายเป็นคาแรคเตอร์อันเป็นที่รักในหมู่ผู้ชื่นชอบงานศิลปะประเภท อาร์ตทอย (art toy)
คาแรคเตอร์นี้สร้างสรรค์โดยศิลปินสองคนซึ่งมีพื้นฐานด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะ เบน - วิศรุต สืบประสิทธิ์ อายุ 39 ปี สำเร็จการศึกษาจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปริญญาโท Interior & Living Design จาก Domus Academy สถาบันในเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี และ เอก - เอกสิทธิ์ จันทร์คง อายุ 40 ปี สำเร็จการศึกษาด้านศิลปะจากคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ ทั้งสองร่วมกันก่อตั้ง Bennovo Studio เพื่อทำงานด้านอาร์ตทอย
ความนิยมของคาแรคเตอร์ที่เปล่งประกายไปด้วยความรักและความรู้สึกอบอุ่นทางใจสะท้อนถึงความสำเร็จจากการเปิดแสดงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก MAMA KAKA Solo Exhibition: The Beauty of Growing Old ซึ่งดึงดูดความสนใจให้มีผู้เข้ามาเยี่ยมชมเป็นจำนวนมาก รวมถึงการมีโอกาสร่วมงาน (collaboration) กับคนทำงานศิลปะซึ่งมีชื่อเสียงและแบรนด์สินค้า
อาทิ ผลงานชิ้นพิเศษ XENO : Flower of Hope Blooming ตัวสุนัขจิ้งจอกที่มีดอกไม้บานอยู่บนหัว ขณะที่ดอกไม้ดอกนั้นก็โอบกอด MAMA KAKA ไว้ข้างใน
ผลงานชิ้นนี้วิศรุตและเอกสิทธิ์คอลแล็บส์กับ Pftoys Studio ศิลปินจีนเจ้าของคาแรคเตอร์ XENO (ซีโน่) น้องสุนัขจิ้งจอกตัวเล็กซึ่งออกเดินทางโดยไม่มีจุดหมายแน่นอน เพื่อเข้าร่วมงานประมูลที่จัดโดย Toyholic เพื่อนำรายได้ทั้งหมดไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใหญ่ภาคใต้เมื่อปี 2568
คาแรคเตอร์ XENO : Flower of Hope Blooming สูง 100 เซนติเมตร มีสีขาวมุกตลอดทั้งชิ้น สื่อถึงความบริสุทธิ์ ความหวังและการเริ่มต้นใหม่ ดอกไม้ที่บานอยู่บนหัวซีโน่สื่อถึงการฟื้นฟู ความงอกงามและกำลังใจ การโอบกอดของดอกไม้เป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องคนที่รัก ความรักและความอบอุ่น มีผู้ประมูลงานชิ้นนี้ไปในราคา 100,000 บาท
ยังมีผลงานชิ้นพิเศษอื่นๆ ที่ได้รับการประมูลในราคาสูง เช่น เวอร์ชันเค้ก (Cake) ประมูลไปในราคา 245,000 บาท ในงานวันเกิดของศิลปินท่านหนึ่ง ซึ่งทางสตูดิโอได้ขอยืมชิ้นงานนี้กลับมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ด้วย
เราแก่ได้ และเราก็มีความสุขได้
วิศรุตเล่าว่า รู้จักเอกสิทธิ์มานานกว่า 10 ปี โดยเพื่อนของเอกสิทธิ์เป็นคนถ่ายรูปรับปริญญาให้กับตน ต่อมาก็ได้งานในบริษัทดีไซน์สตูดิโอด้านอินทีเรีย (Interior Design Studio) ที่เดียวกัน
ด้วยความที่ชอบสะสมอาร์ตทอยและมีแนวคิดศิลปะเหมือนกัน จึงคิดที่จะร่วมกันสร้างสรรค์อาร์ตทอยเป็นงานอดิเรก ในที่สุดก็เกิดเป็นคาแรคเตอร์ MAMA KAKA โดยมีแรงบันดาลใจหลักมาจาก ความรักที่มีต่อคุณแม่ และความต้องการที่จะสื่อถึง ความสุขในการใช้ชีวิตของผู้สูงวัย แม้ต้องเผชิญกับความเจ็บป่วยหรือความร่วงโรยตามกาลเวลา
“จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้ว เมื่อคุณแม่ของผมป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) และต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ในช่วงที่เฝ้าไข้ ผมสัมผัสได้ถึงความทุกข์ที่ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับความเจ็บป่วย” วิศรุต กล่าว
หลังจากคุณแม่หายป่วยและกลับมามีชีวิตชีวา วิศรุตจึงอยากสร้างคาแรคเตอร์ที่เป็นสัญลักษณ์ว่า "ทุกคนสามารถหาความสุขได้ไม่ว่าวัยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน" และสามารถเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของชีวิตได้อย่างมีความสุข
“สำหรับผม ชอบอยู่กับผู้ใหญ่ อยู่แล้วมีความสุข เป็นมวลความสุขที่เรานำมาใส่ไว้ในคาแรคเตอร์” เอกสิทธิ์กล่าวถึง ‘คุณยาย’ ซึ่งเป็นคนภาคเหนือมีความสุขกับการนั่งอยู่ใต้ถุนบ้านแล้วทำกับข้าว
ชื่อ MAMA หมายถึง ‘แม่’ ส่วนคำว่า KAKA เป็นจินตนาการที่เติมเข้ามา คือ ตุ๊กตาในวัยเด็กของคุณแม่ ที่ท่านยังเก็บไว้จนถึงวัยชรา
“ในแง่ของความสัมพันธ์ กาก้ายังเป็นตัวแทนของพี่สาว (ลูกสาวของคุณแม่) ที่มีลักษณะเหมือนมอนสเตอร์และมักจะทะเลาะกันตามประสาแม่ลูก แต่ลึกๆ แล้วรักกันมาก” วิศรุตกล่าว
MAMA KAKA เวอร์ชันแรก ออกแบบให้เป็นคุณยายถือไม้เท้าและสะพายถังออกซิเจนอยู่ข้างหลัง สื่อว่าเป็นคุณยายที่ยัง “เฟี้ยว” และยังอยากออกไปท่องโลกกว้างแม้ร่างกายจะไม่เอื้ออำนวย
เวอร์ชันที่สอง ศิลปินต้องการนำองค์ประกอบที่ผู้สูงอายุชื่นชอบมาใช้ โดยเลือก ดอกไม้ มาพัฒนาเป็นส่วนประดับศีรษะของตัวละคร
รวมทั้งพัฒนาเป็น เวอร์ชัน Baby ที่ไม่มีแว่นตาและมีฟอร์มที่ดูง่ายขึ้นเพื่อดึงดูดกลุ่มวัยรุ่น และ เวอร์ชัน Mushroom ประดับศีรษะด้วยรูปดอกเห็ด สื่อถึงวัยสาวซึ่งมีการแต่งตัวที่เป็นแฟชั่นมากขึ้น
โดยสรุป อาร์ตทอย MAMA KAKA คือตัวแทนที่บอกว่า “เราแก่ได้ และเราก็มีความสุขได้” โดยการปรับทัศนคติให้มองเห็นความสวยงามในทุกช่วงวัยของชีวิต
นิยามนี้ยังครอบคลุมถึงการเรียนรู้ที่จะ อยู่กับตัวเองอย่างมีความสุขในวัยชรา แม้ในวันที่ลูกหลานอาจไม่ได้มาเยี่ยมหรือต้องอยู่ลำพัง ก็ยังสามารถสร้างความสุขเล็กๆ จากกิจวัตรประจำวันหรือความทรงจำในอดีตได้
คาแรคเตอร์แห่งความผูกพัน
เทคนิคการผลิตงาน Art Toy ของ ‘เบนโนโว สตูดิโอ’ มีความแตกต่างจากงานในระบบอุตสาหกรรม (Mass Production) อย่างชัดเจนในหลายด้าน
เริ่มจากการใช้เทคโนโลยี 3D Printing ขึ้นรูปชิ้นงาน ช่วยให้ผลิตงานได้ในจำนวนน้อย เช่น 1-2 ชิ้น โดยไม่ต้องพึ่งพาโรงงานหล่อหรือทำแม่พิมพ์ขนาดใหญ่เหมือนงาน Mass
วิศรุตกล่าวว่า เทคนิคนี้นอกจากช่วยเรื่องความรวดเร็วในการทำตัวต้นแบบแล้ว ยังช่วยให้ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานได้หลายเวอร์ชัน (Multiple models) โดยไม่ถูกจำกัดด้วยแม่พิมพ์ตัวเดียว
มีการ ผสมผสานงาน Digital และงาน Hand-Craft ความพิเศษคือการนำ เทคโนโลยี 3D Printing มาผสมผสานกับการ Hand Paint ด้วยสีน้ำมัน ซึ่งงาน Mass ทั่วไปมักใช้การพ่นสีจากโรงงาน
แต่ที่นี่ ศิลปินโดยเฉพาะ ‘เอก’ มีความเชี่ยวชาญจิตรกรรม จะลงสีด้วยมือทีละชิ้น ทำให้งานมี “เสน่ห์” และมีความละมุนเหมือนภาพวาดสีน้ำมันบนวัสดุที่มีความแข็ง
การเลือกใช้ เรซิน เป็นวัสดุหลัก ยังให้ความรู้สึกมีน้ำหนัก (Weight) เต็มไม้เต็มมือมากกว่างานซอฟต์ไวนิล (Soft Vinyl) ที่มักใช้ในงาน Mass ซึ่งมักจะมีน้ำหนักเบากว่าและผลิตได้ทีละจำนวนมาก
เนื่องจากไม่ใช่การผลิตแบบ Mass Production สตูดิโอจึงสามารถปรับเปลี่ยนรายละเอียดงานได้ตามฟีดแบ็คของลูกค้า หรือทำชิ้นงานพิเศษ (Custom/Special Edition) ขึ้นมา เพื่องานนิทรรศการโดยเฉพาะได้ เช่น การทำสีพิเศษหรือการเพนต์ลวดลายเฉพาะตัวลงบนโมเดล
ครั้งนี้ ศิลปินเปิดตัวคาแรคเตอร์เวอร์ชันพิเศษที่สร้างสรรค์ขึ้นเฉพาะสำหรับ ‘ไอคอนสยาม’ สถานที่จัดนิทรรศการ มีลักษณะเป็น “คุณยายนักช้อป” ที่มีความเก๋ไก๋และแฟชั่นนิสต้า เพื่อให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของไอคอนสยาม
โดยตั้งชื่อคาแรคเตอร์นี้ว่า ICONIC MAMA KAKA เล่นคำให้คล้องกับชื่อสถานที่ มีด้วยกัน 2 เวอร์ชัน คือ คุณยายสีชมพูซึ่งเป็นสีดั้งเดิมของคาแรคเตอร์ ถือกระเป๋าสีฟ้า และเวอร์ชันคุณยายสีขาว/ดำ ดูมีความชิก (Chic) และมีความเป็น Iconic มากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าผู้ชายที่อาจจะชอบโทนสีขรึมๆ
ถามถึงกลุ่มแฟนคลับต่างชาติ วิศรุตกล่าวว่า คาแรคเตอร์ MAMA KAKA ได้รับความสนใจจากชาวต่างชาติ โดยเฉพาะคนจีนที่มีการเซ็นสัญญากับอาร์ตแกลเลอรีแห่งหนึ่งสามารถนำดีไซน์บางอย่างของมาม่ากาก้าไปจัดเป็นอีเวนต์ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในประเทศจีนได้
รวมถึงแฟนๆ ชาวตะวันตกที่รู้สึกว่าคาแรคเตอร์นี้เหมือนแม่หรือคุณยายของพวกเขา ทำให้เกิดความผูกพันและอยากเก็บสะสมผลงาน
"ส่วนคุณแม่ของผมชอบผลงานนี้มาก มักจะนำรูปภาพไปทำภาพ ‘สวัสดีวันจันทร์’ หรือวันต่างๆ ส่งในไลน์" วิศรุต กล่าว
ตรงตามความตั้งใจของ ‘เบน’ และ ‘เอก’ ที่มุ่งเน้นให้ MAMA KAKA เป็นสื่อกลางในการมอบความสุขและเป็นตัวแทนของความทรงจำที่ล้ำค่า มากกว่าการมุ่งเน้นเพียงกระแสตอบรับทางการค้าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
6 โซนหลักกับหัวใจที่ไม่เคยแก่
นิทรรศการ MAMA KAKA Solo Exhibition: The Beauty of Growing Old ประกอบด้วยพื้นที่จัดแสดง 6 โซนหลัก ได้แก่
โซนที่ 1-2 : ทำความรู้จัก MAMA KAKA ชมกองทัพอาร์ตทอย 80 เฉดสี และโมเดล Baby MAMA KAKA จำนวน 76 ตัว 76 เฉดสีไม่ซ้ำกัน (ตัวเลข 76 คืออายุคุณแม่ของวิศรุตในปีแรกที่เขาทำโมเดล MAMA KAKA)
โซนที่ 3-4 : ชมแอนิเมชันขนาดสั้นฝีมือคนไทย 5 เรื่อง และผลงานอาร์ตทอย “ผู้หญิงเปลี่ยนโลก” หญิงผู้เปลี่ยนโลกด้วยพลังที่ขับเคลื่อนสังคม ศิลปะ และวัฒนธรรม เล่าผ่านคาแรคเตอร์ MAMA KAKA ขนาด 300% จำนวน 8 ตัว ที่มีแรงบันดาลใจจาก สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2, คลีโอพัตรา, ยาโยอิ คุซามะ, The Red Queen ในนวนิยายเรื่อง Alice in Wonderland เป็นอาทิ
โซนที่ 5-6 : จัดแสดงผลงาน MAMA KAKA 300% ลิมิเต็ด, ชิ้นงาน Wall Sculpture MAMA KAKA และสัตว์เลี้ยงสีเหลือง, ถ่ายรูปกับบอลลูน MAMA KAKA Flower สูง 4.5 เมตร ชมผลงานการ Collaboration กับศิลปินมากฝีมือ 10 ท่าน เพื่อสร้างสรรค์และตีความคาแรคเตอร์ MAMA KAKA ในรูปลักษณ์ใหม่ที่แฟนๆ ไม่เคยเห็นมาก่อน, มุม Merchandise Shop คาแรคเตอร์จาก Bennovo Studio ให้เลือกในรูปแบบ Art Toy และของที่ระลึกมากมาย
นิทรรศการ MAMA KAKA Solo Exhibition: The Beauty of Growing Old จัดแสดงตั้งแต่วันนี้ – 6 พฤษภาคม 2569 ณ วัฒนา ฮอลล์ ชั้น 3 ไอคอนสยาม


