นับเป็นครั้งแรกสำหรับการมาพบกันระหว่าง เทศกาลสงกรานต์ 2569, สวนลุมพินี และประติมากรรมคาแรคเตอร์ อาร์ตทอยขนาดยักษ์ โดยศิลปินไทยรุ่นใหม่ กับงานที่มีชื่อว่า Saneh Art by Songkran Festival 2026 (เสน่ห์ อาร์ต บาย สงกรานต์ เฟสติวัล)
งานนี้ Trendy Gallery ผู้เชื้อเชิญศิลปิน และโครงการ Amazing Thailand ของ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกันเนรมิต ‘สวนลุมพินี’ ให้กลายเป็น Art Destination แห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯ ด้วยประติมากรรมอาร์ตทอยสูงตระหง่าน ขณะเดียวกันก็ยกระดับ ‘เทศกาลสงกรานต์’ ให้สมเป็นเทศกาลระดับโลกด้วย ‘ลานเล่นสาดน้ำสงกรานต์ Crybaby’ อาร์ตทอยไทยชื่อดังระดับสากล
เบื้องหลังการจัดงาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ที่สนุกและมีเสน่ห์แบบนี้มีแนวคิดที่ซ่อนอยู่
Soft Power กับ “เสน่ห์ไทยแบบไม่ตะโกน”
ไม่เพียงแต่ 5F ที่ประกอบด้วย Food (อาหาร) Film (ภาพยนตร์และวีดิทัศน์) Fashion (การออกแบบแฟชั่นไทย) Fighting (ศิลปะการป้องกันตัวแบบไทย) และ Festival (เทศกาลประเพณีไทย) ที่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐให้เป็น Soft power
แต่ ศิลปะ เป็นอีกหนึ่ง Soft Power ของไทยที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและคุณค่าทางสังคมช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวให้เติบโตได้แบบก้าวกระโดด
“สาม-สี่ปีที่ผ่านมา เราเห็นเทรนด์ของคาแรคเตอร์ต่างๆ หรือ ‘อาร์ตทอย’ คาแรคเตอร์ต่างๆ เหล่านี้เป็นคาแรคเตอร์ที่จุดประกายให้หลายๆ คนอยากมาประเทศไทย เพราะคาแรคเตอร์เหล่านี้มีเสน่ห์บางอย่างซึ่งถือเป็น ‘สารตั้งต้น’ ที่ดีในการสร้างเสน่ห์ผ่านการเล่าเรื่องที่แตกต่างกันของแต่ละคาแรคเตอร์” ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวถึงเหตุใดจึงใช้ชื่องานว่า Saneh Art (เสน่ห์อาร์ต) หรือ ‘เสน่ห์ศิลปะ’
ฐาปนีย์กล่าวว่า นิยามของ Soft Power ในที่นี้ของ ททท. คือการขาย เสน่ห์ไทยแบบไม่ตะโกน คือเสน่ห์ไทยที่น่าค้นหาและมีความละเมียดละไมผ่าน แนวคิด 5 Must ได้แก่
- Must Taste พบเมนูเด็ดต้องลองชิม
- Must Try กิจกรรมต้องลองลุย
- Must Buy สินค้าท้องถิ่น ไอเทมอาร์ตๆ ต้องลองช้อป
- Must Seek วิวสวยต้องลองหา
- Must See ไลฟ์สไตล์แบบคนท้องถิ่นต้องลอง
“ซึ่งอาร์ตทอยในงาน เสน่ห์ อาร์ต บาย สงกรานต์ เฟสติวัล 2026 จัดอยู่ในกลุ่มที่ตอบโจทย์ทั้งการต้องลองลุยและลองช้อป” ผู้ว่าการ ททท. กล่าว
นอกจากนี้ยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น Hub 365 หรือศูนย์กลางการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี 365 วัน ที่เน้นมูลค่าสูง (High Value), ความปลอดภัย (Safety) และความยั่งยืน (Sustainability) ซึ่งงานนี้มีงาน ศิลปะ จากศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงระดับโลกเป็นส่วนประกอบสำคัญ
กิจกรรมนี้ยังสอดรับกับ แนวคิด Subculture Economy (เศรษฐกิจวัฒนธรรมย่อย) ที่เชื่อมโยงกลุ่มคนที่มีความชอบเฉพาะทางเข้าด้วยกัน คือ ‘กลุ่มคนรักอาร์ตทอย’ ผ่านโลกออนไลน์เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจใหม่ๆ
ผู้ว่าการ ททท. ยังชูประเด็นเรื่อง Healing Economy (เศรษฐกิจแห่งการเยียวยา) เป็นส่วนหนึ่งของ Life Economy เน้นการสร้างเรื่องราวเพื่อสร้างความสุขและเยียวยาจิตใจของผู้คนในสภาวะที่โลกมีความสับสน โดยมองว่า Art Toy เป็นเครื่องมือที่ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงความจริงใจและได้รับการปลอบประโลม
เมื่อประเพณีไทยแปลงร่างเป็นอาร์ตทอย
5 ศิลปินอาร์ตทอยไทยที่เข้าร่วมงาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ร่วมกันนำเสนองานศิลปะสมัยใหม่ โดยนำผลงานคาแรคเตอร์อาร์ตทอยของตนเองผสานกับประเพณีสงกรานต์ เพื่อสร้างความสุขให้กับทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวที่มาเยือนสวนลุมพินี
Crybaby (ครายเบบี้) นำเสนอคอนเซปต์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกที่ตึงเครียด อยากให้ผู้เข้าชมได้ปลดปล่อยความทุกข์และความกังวลผ่านเทศกาลนี้ เปรียบเสมือนการใช้น้ำช่วยชะล้างน้ำตา เพื่อให้เกิดความสุขและสนุกไปกับงาน
“สถานการณ์โลกตอนนี้มันเจ็บปวด คือไม่ว่าจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ หรือปัญหาหลายๆ อย่าง อยากให้ทุกคนปลดปล่อยความทุกข์ความกังวลที่เคยมี แล้วพยายามปล่อยใจให้สนุกกับเทศกาลครั้งนี้ พูดง่ายๆ คือให้น้ำชะล้างน้ำตาค่ะ” นิสา ศรีคำดี ศิลปินผู้ออกแบบคาแรคเตอร์ Crybaby กล่าว
Crybaby คาแรคเตอร์เด็กน้อยน้ำตาคลอเบ้าตลอดเวลา เป็นที่รู้จักและนิยมในระดับสากล ขึ้นแท่น Top5 อาร์ตทอยทำเงินสูงสุดของ Pop Mart ปี 2568
วิศุทธิ์ พรนิมิต เจ้าของคาแรคเตอร์ Mamuang (น้องมะม่วง) ออกแบบตัวการ์ตูน ‘น้องมะม่วง’ ขนาดใหญ่ ในอิริยาบถที่ดูสนุกสนานและกลมกลืนกับผู้คน โดยมี 2 เวอร์ชั่น คือ เวอร์ชั่นวัยรุ่น ความสูง 6 เมตร ถือปืนฉีดน้ำ ดูแฮปปี้กับการปลดปล่อย และเวอร์ชั่นชุดไทยที่นอนยิ้มหนุนหมอนสามเหลี่ยมงานหัตถกรรมพื้นถิ่น เพื่อสื่อถึงความสุขแบบค่อยเป็นค่อยไปในบรรยากาศพักผ่อน
“ครั้งนี้ก็ทำไปตามสถานการณ์ คิดภาพว่าเรายืนอยู่แล้วเงยหน้าขึ้นไปเจอปืนฉีดน้ำอยู่ตรงหน้าพอดีก็น่าจะสนุกดี เลยออกแบบตัวการ์ตูนให้อยู่กับคนและอยู่ในบรรยากาศเดียวกันได้” วิศุทธิ์กล่าวและว่า ส่วนประติมากรรมอีกตัวพยายามทำให้ดูแตกต่าง ดูนิ่งๆ นอนยิ้มเฉยๆ ก็มีความสุขแล้ว
วิศุทธิ์ เป็นนักวาดการ์ตูนชาวไทย สำเร็จการศึกษาคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่เขียนผลงานเรื่อง hesheit (ฮีชีอิท) ซึ่งตีพิมพ์เป็นภาษาญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น ปี 2541 ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก
Mamuang เป็นคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนเด็กหญิงรูปร่างกะทัดรัด ผมสีน้ำตาล สวมชุดกระโปรงสีเหลืองสดใส วิศุทธิ์วาดคาแรคเตอร์น้องมะม่วงเพื่อเขียนซีรีส์การ์ตูนในญี่ปุ่นเรื่อง Everybodyeverything ปี 2548 คนไทยเรียก ‘น้องมะม่วง’ ส่วนแฟนผลงานชาวญี่ปุ่นเรียก ‘มะม่วงจัง’
เชิดศักดิ์ เม้ยขันหมาก ฉายา 2CHOEY (ทูเชย) สร้างสรรค์ตัวละครสุนัขชื่อ น้องประแป้ง มีที่มาจากวัฒนธรรมการเล่นแป้งในวันสงกรานต์สมัยก่อนที่มีการประแป้งเล็กๆ น้อยๆ และรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่
ปกติคาแรคเตอร์ประจำตัว 2CHOEY คือ ‘หน้านิ้วมือ’ แต่งานนี้เขาออกแบบให้ตัวละครหน้านิ้วมือมีรูปร่างเป็นสุนัข ผิวและเสื้อลายดอกเป็นสีขาวโพลนทั้งตัว เพราะโดนแป้งสาดจนขาว เพิ่มความสนุกให้มีถังแป้งคว่ำบนหัว เพื่อนำเสนอเอกลักษณ์ของสงกรานต์ในแบบที่ “ไม่ตะโกน” จนเกินไป
เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ เจ้าของคาแรคเตอร์ Poorboy (พัวร์บอย) สิ่งมีชีวิตขนปุยสีขาว ปกติอาศัยอยู่ในป่า แต่ต้องย้ายออกมาในเมืองเพื่อหลบภัยจากมนุษย์ที่บุกรุกป่าทำลายล้างธรรมชาติ
ครั้งนี้เกษมวิทย์สร้างสรรค์ผลงานชื่อ Splash Buddy ประติมากรรม Poorboy มีผ้าขาวม้าผูกเอว กำลังทำท่าสาดน้ำออกจากขันเงินดุนลายที่มักเห็นในการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ เพิ่มคาแรคเตอร์แมวเข้ามาเพื่อให้ดูไม่เหงา และสื่อถึงความสดชื่นแจ่มใส
เกษมวิทย์กล่าวว่า ผลงานชิ้นนี้ได้แรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมการสาดน้ำของทางภาคอีสาน ซึ่งมีความเชื่อว่าเป็นการชำระล้างสิ่งไม่ดีเพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่ และยังนำเหตุการณ์ข้างเคียงที่มักเห็นได้เฉพาะเทศกาลสงกรานต์มาใส่ไว้ในประติมากรรมด้วย นั่นก็คือเท้าข้างหนึ่งของ Poorboy ถูก ‘รองเท้ากินขา’
ขณะที่ สิรินาถ สายประสาท ศิลปินเจ้าของคาแรคเตอร์ Tomato Twins หรือ ‘มะเขือเทศแฝด’ สร้างสรรค์ประติมากรรมมะเขือเทศแฝดตัวติดกันแบบ ‘แฝดสยาม’ ที่โด่งดังไปทั่วโลก กำลังเล่น ‘ขี่ม้าก้านกล้วย’ การละเล่นที่ทำให้คิดถึงความสนุกของวัยเด็กแบบไทยๆ
ประติมากรรมอาร์ตทอยในงาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ยังคงเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้ถึง 30 เมษายน 2569 เวลา 10.00 - 20.00 น. (ใกล้ประตู 1)
ผู้ว่าการ ททท. กล่าวด้วยว่า การผสมผสานระหว่างประเพณีสงกรานต์กับงานอาร์ตทำให้คนรุ่นใหม่และชาวต่างชาติเข้าถึงวัฒนธรรมไทยได้ง่ายขึ้น เมื่อผลงานมีความร่วมสมัยและมีขนาดใหญ่โตน่าตื่นตาตื่นใจ ก็ช่วยสร้างกระแสให้คนอยากออกมาทำกิจกรรมและใช้จ่ายในพื้นที่จัดงานมากขึ้น
หลังจากวันที่ 30 เมษายน 2569 ประติมากรรมอาร์ตทอยขนาดใหญ่เหล่านี้อาจได้รับการหมุนเวียนนำไปจัดแสดงในพื้นที่สำนักงานสาขาของ ททท. ในแต่ละภูมิภาคต่อไป
เพื่อให้เกิดการ ‘เช็กอิน’ ทั่วประเทศ





