ในโลกที่การท่องเที่ยวและอัตลักษณ์ของประเทศไม่ได้ถูกนิยามด้วยสถานที่เพียงอย่างเดียว แต่คือ “ประสบการณ์” ที่ผู้คนได้สัมผัสผ่านทุกมิติของการรับรู้ ศิลปะและวัฒนธรรมจึงทำหน้าที่เป็นภาษาสากลที่เชื่อมโยงผู้คน ความคิด และแรงบันดาลใจเข้าหากัน พร้อมจุดประกายการเดินทางข้ามพรมแดน ด้วยความเชื่อมั่นในพลังของศิลปะภายใต้บริบท “พลังของการเชื่อมโยง” กลุ่มเซ็นทรัลและบริษัทในเครือจึงมุ่งทำหน้าที่เป็น “แพลตฟอร์ม” ที่เชื่อมโลก วัฒนธรรม และโอกาสเข้าด้วยกัน
โดยใช้ศักยภาพของธุรกิจในเครือทั้งศูนย์การค้า ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และเครือข่ายพันธมิตรระดับนานาชาติ ถ่ายทอดเสน่ห์ของความเป็นไทยและความคิดสร้างสรรค์ในรูปแบบที่สร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางจริง และต่อยอดสู่การใช้จ่ายและเศรษฐกิจของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม โดยบทบาทดังกล่าวขับเคลื่อนผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การเชื่อมเสน่ห์ไทยสู่เวทีโลก การเชื่อมผู้คนผ่านประสบการณ์ และการเปิดโอกาสสู่การเติบโต
เชื่อมเสน่ห์ไทยสู่เวทีโลก: ยกระดับหัตถศิลป์ไทยไปสู่ระดับสากล
กลุ่มเซ็นทรัลเดินหน้าขยาย “เสน่ห์ไทย” สู่สายตาชาวโลกอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายธุรกิจและความร่วมมือกับพันธมิตรระดับนานาชาติ โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อนำเสนอศักยภาพของประเทศไทยในมิติต่างๆ ทั้งวัฒนธรรม อาหาร และไลฟ์สไตล์ ในงาน Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste Of Thai) ณ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว (KaDeWe) กรุงเบอร์ลิน หนึ่งในห้างสรรพสินค้าลักชูรี่ระดับโลกของกลุ่มเซ็นทรัล
โดยพื้นที่ทั้งหมดถูกแปลงเป็น Immersive Experience ผ่าน Brand Takeover ตั้งแต่แบนเนอร์ขนาดยักษ์บน Façade ไปจนถึง Window Display ที่ถ่ายทอดเรื่องราว “อาหารไทย 5 ภาค” เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยว สถาปัตยกรรม และงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย ทำให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสผ่านการแสดงศิลปวัฒนธรรม การสาธิตการปรุงอาหาร และได้ลิ้มลองเมนูไทยที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน เพื่อถ่ายทอดศักยภาพของไทยในมิติ Gastronomy และ Wellness แปลงรสชาติให้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการเดินทาง กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวจริงในประเทศไทย
ขณะเดียวกัน กลุ่มเซ็นทรัลยังเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ศิลปะระดับโลก “KAWS: HOLIDAY THAILAND” โดยความร่วมมือระหว่าง KAWS, Allrightsreserved และศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี นำผลงานศิลปะระดับสากลมาจัดแสดง ณ ท้องสนามหลวง พื้นที่ประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าของกรุงเทพมหานคร
โดยไฮไลต์สำคัญ คือ ประติมากรรม COMPANION สูง 18 เมตร ในอิริยาบถนั่งโอบอุ้มดวงจันทร์อย่างอ่อนโยน ณ พื้นที่ที่มีรากฐานจากคติความเชื่อเรื่องศูนย์กลางจักรวาล สะท้อนเชิงสัญลักษณ์ถึงการส่งต่อความรู้ คุณค่า และความใส่ใจจากรุ่นสู่รุ่น การผสานโลกศิลปะร่วมสมัยเข้ากับบริบทไทยในครั้งนี้ไม่เพียงดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกให้เดินทางมาสัมผัส แต่ยังตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ Cultural Destination ที่สามารถเชื่อมโยงศิลปะระดับโลกเข้ากับอัตลักษณ์ไทยได้อย่างลงตัว
เชื่อมผู้คนผ่านประสบการณ์: ยกระดับวัฒนธรรมผ่าน Flagship Festival
การสร้าง “ประสบการณ์” เป็นสิ่งที่กลุ่มเซ็นทรัลให้ความสำคัญเพื่อให้ผู้คนอยากมาเยือนและกลับมาอีกครั้ง โดยยกระดับศูนย์การค้าให้เป็น “Tourism Magnet” ผ่านการออกแบบ World-Class Experiences ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ กิจกรรม Summer Fest 2026: Sound Of Summer โดยเซ็นทรัลพัฒนา ทุ่มงบกว่า 600 ล้านบาท จัดกิจกรรมมากกว่า 1,000 อีเวนต์ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับเทศกาลสงกรานต์สู่ Global Summer Festival
ผ่านการผสานดนตรี ศิลปะ และวัฒนธรรมเข้ากับพลังของ Fandom ภายใต้แนวคิด “Creative Economy” และ “Fandom Empowerment” สร้าง Engagement ที่ต่อยอดสู่การเดินทางและการใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 13 มีนาคม-10 พฤษภาคม 2569
นอกจากนี้ สำหรับเดือนแห่งความภาคภูมิใจอย่าง Pride Month ศูนย์การค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศได้เปลี่ยนพื้นที่ให้เปิดกว้างสำหรับผู้คนทุกเพศ โดยขยายพื้นที่จัดงานเทศกาลไพรด์จาก 9 สาขาในปี 2023 สู่ 39 สาขาในปี 2025 มีผู้เข้าร่วมกว่า 1.3 ล้านคน สะท้อนบทบาทประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางที่เปิดกว้างและเท่าเทียม จนก้าวสู่การมีกฎหมายสมรสเท่าเทียมเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อันดับที่ 3 ในเอเชีย และอันดับที่ 38 ของโลก
นอกจากนี้ในแคมเปญ Central 78th Anniversary 2025: Fall In Love With Every Visit ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ยังได้เปลี่ยนการช้อปปิ้งให้เป็นประสบการณ์เชิงศิลปะผ่านเทศกาล “The Art Of Flowers” ที่นำดอกไม้จากทั่วโลกและพืชพื้นถิ่นไทยมาสร้างเป็น Installation ขนาดใหญ่ ณ ห้างเซ็นทรัลชิดลม และตอกย้ำภาพลักษณ์ระดับสากลผ่านบิลบอร์ดขนาดยักษ์ ณ Times Square นครนิวยอร์ก
ไม่เพียงเท่านั้น ในส่วนของกิจกรรมอีเวนต์ กลุ่มเซ็นทรัลยังออกแบบพื้นที่ให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะกลุ่มโรงแรมเซ็นทาราที่นำอัตลักษณ์ท้องถิ่นมาถ่ายทอดผ่านงานออกแบบภายใน ทั้งวัสดุ ลวดลาย และองค์ประกอบศิลป์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด เช่น โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์บีชรีสอร์ทและวิลล่าหัวหิน, โรงแรมเซ็นทาราอยุธยา, โรงแรมเซ็นทาราอุบล, โรงแรมเซ็นทาราอุดร และโรงแรมเซ็นทาราโคราช
เปิดโอกาสสู่การเติบโต: ผลักดันระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์จากฐานรากสู่สากล
นอกเหนือจากการสร้างการรับรู้และประสบการณ์ กลุ่มเซ็นทรัลยังมุ่งสร้าง “โอกาส” ให้แก่ศิลปิน ชุมชน และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านหลากหลายโครงการ เริ่มจากโครงการ “จริงใจ มาหา…นคร” อีเวนต์ประจำปีที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากเข้ากับผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเปิดพื้นที่ให้ชุมชนนำเสนอสินค้าเกษตร งานหัตถกรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบร่วมสมัย เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน
ในด้านศิลปะร่วมสมัย มีโครงการ “Decentral” ซึ่งเป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ตั้งใจสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อให้ศิลปินได้ทดลองและเติบโต ผ่านโปรแกรมพัฒนาทักษะ และการมอบ “ทุนสนับสนุนการผลิตผลงานศิลปะ” (Production Grant) ที่เปิดโอกาสให้ศิลปินไทยทั้งรุ่นใหม่และรุ่นที่มีประสบการณ์ได้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ที่สะท้อนแนวคิดร่วมสมัย นอกจากนี้ยังมีโครงการ “Travel Grants for Writers” ที่เปิดโอกาสให้นักเขียนรุ่นใหม่ได้ลงพื้นที่เพื่อถ่ายทอดมุมมองต่อศิลปะร่วมสมัยออกสู่สังคมในวงกว้าง
ทางด้านการสนับสนุนผู้ประกอบการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ได้ช่วยผลักดัน GDP ประเทศผ่าน คอร์ส LEAD หลักสูตรรีเทลที่ใช้โมเดล “เรียนจริง-ทำจริง-โตจริง” โดยทำหน้าที่เป็น Business Incubator สนับสนุนแบรนด์ไปแล้วถึง 240 แบรนด์ รวมเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจมากกว่า 3,800 ล้านบาท และมีการขยายหน้าร้านไปกว่า 600 ร้านค้า ขณะที่ โรงแรมเซ็นทารา ได้จัดสรรพื้นที่รวมกว่า 2,368.5 ตารางเมตร ในโรงแรม 18 แห่ง สำหรับตลาดชุมชนในปี 2025 เพื่อให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นนำเสนอสินค้าสู่ผู้มาเยือน
นอกจากนี้ ยังมีการผสานเทคโนโลยีเพื่อสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมผ่านความร่วมมือของ เพาเวอร์บาย x Artstory x มูลนิธิออทิสติกไทย ในนิทรรศการ “Power Of Art By Power Buy X Artstory” ที่เปลี่ยนหน้าจอทีวีกว่า 100 เครื่องให้กลายเป็นแกลเลอรีดิจิทัล จัดแสดงผลงานของศิลปินออทิสติก 19 คน รวม 100 ชิ้น ภายใต้แนวคิด “Power Of Love - Technology For All” ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 2
และที่ขาดไม่ได้อีกอย่าง ก็คือ การอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมผ่านแบรนด์ Good Goods ภายใต้วิสาหกิจเพื่อสังคม เซ็นทรัล ทำ ที่สนับสนุนงานหัตถกรรมไทยหลากหลายรูปแบบ อาทิ ผ้าทอนาหมื่นศรี จาก จ.ตรัง, ผ้าครามสกลนคร จาก จ.สกลนคร, กระเป๋าถักราฟเฟียจากกลุ่มแม่บ้านสันมะเกลือ จ.ลำปาง, กระเป๋าโท้ตผ้าม่อฮ่อมพื้นเมือง จาก จ.เชียงใหม่ และกระเป๋ากระจูด จาก จ.พัทลุง พร้อมเชื่อมโยงสู่การท่องเที่ยวชุมชนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน
กลุ่มเซ็นทรัลเชื่อมั่นว่าศิลปวัฒนธรรมคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในระยะยาว ดังนั้น “แพลตฟอร์มแห่งการเชื่อมโยง” ดังกล่าว จะยังคงเดินหน้านับสนุนศิลปิน ชุมชน และพันธมิตรทุกภาคส่วน ผ่านการสร้างโอกาส การเชื่อมโยงเครือข่าย และการต่อยอดองค์ความรู้สู่การใช้ประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อให้วัฒนธรรมไทยและความคิดสร้างสรรค์เติบโตอย่างมีคุณค่า เข้าถึงผู้คนในวงกว้าง และก้าวสู่เวทีโลกได้อย่างมั่นคง มุ่งขับเคลื่อนประเทศไทยให้กลายเป็นพลังแห่งการเติบโตอย่างยั่งยืน ทั้งในมิติของเศรษฐกิจ สังคม และภาพลักษณ์ของประเทศในระดับสากล





