ผลงานศิลปะที่เห็นแขวนอยู่บนผนังเหล่านี้...ส่วนตัวผู้เขียนดูแล้วเหมือนภาพหมู่มวลดอกไม้และทุ่งหญ้ากำลังพลิ้วยอดไปตามแรงลม ผลงานเหล่านี้ไม่ใช่งานจิตรกรรม
แต่เป็นลายเซ็นของ เปรม บัวชุม อายุ 27 ปี สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการออกแบบผลิตภัณฑ์ (วิชาเอกสิ่งทอ) คณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ศิลปินรุ่นใหม่ที่นำ ริมผ้า (Selvage) ซึ่งเป็นวัสดุเหลือใช้-เหลือทิ้งจากอุตสาหกรรมสิ่งทอที่สุดท้ายกลายเป็น ขยะ มาเชื่อมโยงกับ งานฝีมือ อันประณีต จัดแสดงให้ชมในนิทรรศการชื่อ The Garden in Motion ณ เจริญนคร ฮอลล์ ไอคอนสยาม
โดยมี 3 ภาพไฮไลต์ที่ศิลปินใช้เครื่องหอมกลิ่นดอกมิโมซ่า ดอกมะลิ และดอกบัว ของ ปัญญ์ปุริ (PAÑPURI) แบรนด์เครื่องหอมไทยที่ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักในระดับสากล มาเป็นแรงบันดาลใจ
จับคู่ศิลปินอิสระกับแบรนด์ไทยระดับ Global
“เราเน้นไปที่กลุ่มนักศึกษาและศิลปินคลื่นลูกใหม่ (Emerging Artists) ที่ยังไม่มีพื้นที่หรือแพลตฟอร์มในการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม” ณัฐวุฒิ เฉลิมวันเพ็ญ Head of Business Relations and Art Community บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวถึงการร่วมงานกับ เปรม บัวชุม ในการจัดนิทรรศการครั้งนี้
จากนั้นใช้วิธีการจับคู่ (Matching) ศิลปินกับแบรนด์ไทยระดับสากล (Global Thai Product) เพื่อใช้ชื่อเสียงของแบรนด์เป็น สปริงบอร์ด (Springboard) ในการสร้างคอนเทนต์และช่วยให้คนรู้จักผลงานของศิลปินมากขึ้น เนื่องจากแบรนด์เหล่านี้มีภาพลักษณ์สะท้อนความเป็นไทยที่ชัดเจนในระดับสากล ขณะเดียวกันก็เพิ่มการรับรู้ใหม่ๆ ให้กับแบรนด์ด้วยมุมมองจากงานศิลปะ
“มีการหารือกับผู้บริหารของปัญญ์ปุริเพื่อนำผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นไอความเป็นไทยหรือกลิ่นใหม่ๆ ที่จะออกในช่วงเทศกาลสงกรานต์มาเป็นโจทย์ให้ศิลปินออกแบบผลงานชิ้นใหม่ คุณเปรมก็ได้ออกแบบผลงานชิ้นใหม่รวม 3 ชิ้น”
นอกจากศิลปินได้ร่วมงานกับแบรนด์ไทยระดับสากล ไอคอนสยามยังมอบ ‘เจริญนคร ฮอลล์’ ให้เป็นพื้นที่แสดงงาน พื้นที่นี้มีความสำคัญ (High Prime Area) และมีผู้เข้าชม (Global Visitor) จำนวนมากถึงหลักแสนคนต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้ศิลปินมีโอกาสต่อยอดไปสู่การขายผลงานได้จริง
“เราหวังว่าพื้นที่ตรงนี้จะสนับสนุนให้ศิลปินอิสระสามารถผลิตผลงานและต่อยอดไปสู่การซื้อผลงานของเขาได้จริง นอกเหนือไปจากการจัดแสดงผลงานเพื่อความสวยงามเท่านั้น” ณัฐวุฒิ กล่าว
ศิลปะบรรจบกลิ่นหอม
ผลงานไฮไลต์ชิ้นแรกที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยแรงบันดาลใจสำคัญที่ล้อไปกับโลกแห่งเครื่องหอมจากกลิ่นดอกไม้ 3 ชนิดของแบรนด์ปัญญ์ปุริ ได้แก่ ละอองความทรงจำ : มนต์สะกดแห่งมิโมซ่า (Whispering Memory – Mimosa, 2026) ขนาด 165 x 105 เซนติเมตร
เปรมประทับใจในเสน่ห์เกสรเล็กๆ ของดอกมิโมซ่าที่เป็นพุ่ม และความโปร่งแสงของกลีบดอกสีเหลืองบอบบางเมื่อกระทบแสงแดด จึงเลือกใช้ริมผ้าโทนสีเหลืองที่มีความแวววาวหรือกากเพชร (Glitter) มาสร้างมิติให้ดูเหมือนดอกมิโมซ่าที่กำลังร่วงหล่นอย่างแผ่วเบา
ไฮไลต์ชิ้นที่สอง ลมหายใจเหนือน้ำนิ่ง : สัมผัสบริสุทธิ์แห่งมะลิ (Breath off Still Water – Jasmine, 2026) ขนาด 125 x 95 เซนติเมตร
ศิลปินจำลองภาพทุ่งดอกมะลิที่มีทั้งดอกบานและดอกตูม โดยใช้ริมผ้าสีขาวแทนสีดอกมะลิตัดกับริมผ้าสีเขียวแทนใบไม้ภายใต้แสงสว่าง ผลงานชิ้นนี้เน้นความรู้สึกที่เหมือนภาพหยุดนิ่ง (Still life) แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเคลื่อนไหวเมื่อมีลมพัดผ่านเส้นด้าย
ไฮไลต์ชิ้นที่สาม หลังลมพัดผ่าน : ลำนำบัวหลวงกลางความสงัด (After the Wind – Lotus, 2026) ขนาด 125 x 95 เซนติเมตร ได้แรงบันดาลใจจากกลิ่นดอกบัวและภาพวาดสไตล์ Impressionist ของ Claude Monet โดยถ่ายทอดเป็นภาพบึงบัวที่มีดอกบัวและดอกไม้เกิดขึ้นในบึงน้ำตามฤดูกาลต่างๆ
ที่น่าสนใจขึ้นไปอีกคือ เปรมบอกว่าเหตุที่วัสดุแต่ละภาพดูเหมือนลู่ไปกระแสลม เกิดจาก การปัดด้วยแปรง ด้วยมือของเขาเอง ดังนั้นผู้ซื้อผลงานไปสามารถใช้แปรงปัดได้เอง อยากให้ดอกไม้ลู่ไปในทิศทางแบบใดก็ปัดได้ตามใจชอบ
หรือถ้าติดตั้งผลงานไว้ในตำแหน่งที่มีลมธรรมชาติพัดผ่าน ภาพที่เห็นในแต่ละวันหรือแต่ละช่วงเวลาก็อาจไม่เหมือนเดิม
ในนิทรรศการThe Garden in Motion ยังมีผลงานน่าทึ่งอีกหลายชิ้นที่ศิลปินได้แรงบันดาลใจหลักจากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัว อาทิ ปฐมบทแห่งความอุดมสมบูรณ์ : ลำนำพฤกษา ขุนเขา และสายน้ำ (The Symphony of Abundance, 2026) ขนาด 105 x 325 เซนติเมตร
ศิลปินนำความทรงจำจากการไปเที่ยวดอยที่เชียงใหม่มาสร้างสรรค์ โดยใช้สีม่วงสื่อถึงดอกลาเวนเดอร์ และสีเหลืองสื่อถึงดอกทานตะวัน เพื่อจำลองภาพทุ่งดอกไม้หลากสีที่เบ่งบานอย่างทรงพลังท่ามกลางวงล้อมของขุนเขาอันสงบนิ่งและท้องฟ้าที่ทอประกาย
ริมผ้าอุตสาหกรรม x ฝีมือชาวบ้าน
บางที ‘ความบังเอิญ’ ก็นำมาซึ่งผลงานใหม่ เช่น ‘ศิลปะจัดวาง’ ในนิทรรศการนี้ที่เกิดจากการค้นพบเทคนิคใหม่โดยบังเอิญสำหรับเศษผ้าที่มีขนาดเล็กเกินกว่าจะนำมาใช้บนเฟรมผ้าใบ ศิลปินได้นำไปให้ชาวบ้านช่วยทอด้วยเทคนิคดั้งเดิมของชุมชน ทำให้เกิด “เอฟเฟกต์” ที่ไม่ได้ตั้งใจ
คือเมื่อชาวบ้านตัดเศษผ้าเพื่อให้พุ่งกระสวยได้ง่ายขึ้น จะเกิดริมผ้าที่ทิ้งตัวลงมาดูคล้ายกับ ดอกไม้ที่กำลังร่วงโรย หรือดูเป็น พวงมาลัย ก็ได้ เป็นรูปทรง (form) ใหม่ ที่ศิลปินนำมาต่อยอดเป็นงานศิลปะ โดยทำงานร่วมกับกลุ่มช่างทอในจังหวัดสุรินทร์ (บ้านเกิดของศิลปิน), ร้อยเอ็ด และ ขอนแก่น
การใช้ทักษะฝีมือการทอผ้าของชาวบ้านผสมผสานกับการออกแบบและการจัดลำดับสีของศิลปิน เกิดเป็นชิ้นงานที่มีผู้สนใจซื้อไปเป็นของประดับตกแต่งสถานที่ ช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากการสร้างสรรค์ผลงานที่ได้มาตรฐานตามที่ต้องการ
ผลงานศิลปะจัดวางอีกชิ้นคือการนำผลงานที่ศิลปินเคยได้รับรางวัลชนะเลิศระดับประเทศจากโครงการ RECO Young Designer การประกวดแฟชั่นดีไซน์อัพไซคลิ่ง ปี 2563 จัดโดยบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จำกัด (มหาชน) เป็นการออกแบบชุดโอกูตูร์ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลไม่น้อยกว่า 60 เปอร์เซ็นต์
ผลงานที่ชนะคือชุดในคอลเลกชัน The Origin of Reverse ‘เปรม’ ใช้แนวคิดเรื่องบิ๊กแบง (Big Bang) หรือการระเบิดจากภายในเพื่อสื่อถึงการเกิดใหม่ โดยออกแบบให้มีรูปทรงเหมือนดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่ง
ศิลปินนำชุดที่ได้รับรางวัลดังกล่าวซึ่งเป็นชุดแนว Conceptual ใส่ไม่ได้จริงในชีวิตประจำวัน มาปรับเปลี่ยนวิธีการจัดวางใหม่ (Installation) โดยจับวัสดุตั้งขึ้นเพื่อให้ดูสวยงามและเข้ากับพื้นที่จัดแสดง จนบางครั้งผู้ชมอาจดูไม่ออกว่าเคยเป็นชุดมาก่อน เรียกผลงานนี้ว่า The Dawn of Living Remnants, 2026
ทุ่งดอกไม้ในจินตนาการ
เปรมเล่าถึงแนวคิดการนำเศษผ้า (ริมผ้า) ที่ถูกเก็บไว้ในโกดังเพื่อรอการรีไซเคิลมาใช้ประโยชน์ว่า เนื่องจากกระบวนการรีไซเคิลปกติต้องใช้ปริมาณมหาศาลจึงจะคุ้มทุน ซึ่งเป็นการร่วมงานกันกับโรงงานทอผ้าเจ้าของแบรนด์ One More Thing ผลิตภัณฑ์จากผ้าทอที่ไม่เหมือนผ้าพิมพ์
การทำงานศิลปะลักษณะนี้ของเขาเริ่มจาก คัดแยกตามขนาด (สั้น-ยาว, เล็ก-ใหญ่) และ คัดแยกตามกลุ่มสี เพื่อประเมินว่ามีปริมาณวัสดุเพียงพอที่จะสร้างสรรค์ผลงานแต่ละชิ้นหรือไม่
"สิ่งที่เราทำคล้ายกับการ คัดแยกขยะ โดยนำริมผ้ามาจัดแบ่งเป็น กลุ่มโทนสีต่างๆ และแยกประเภทพิเศษไว้ต่างหาก เช่น กลุ่มที่มีความแวววาวหรือมีกากเพชร
ขั้นตอนสำคัญคือการตรวจสอบ สีแต่ละกลุ่มมีปริมาณมากน้อยแค่ไหน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีวัสดุเพียงพอสำหรับสร้างสรรค์ผลงานในขนาดที่ต้องการ จากนั้นเป็นการ จับคู่สีกับจินตนาการ เราจะเปรียบเทียบวัสดุที่มีอยู่ในมือกับภาพในหัวว่ามีความสอดคล้องกันหรือไม่ ก่อนตัดสินใจเลือกใช้"
เปรม กล่าวด้วยว่าความท้าทายของงานศิลปะลักษณะนี้คือ ความไม่แน่นอน เนื่องจากเป็นเศษวัสดุเหลือทิ้ง จึงไม่สามารถสั่งซื้อเหมือนสั่งซื้อสีวาดภาพทั่วไปที่ต้องการเมื่อใดก็ซื้อเพิ่มได้
เมื่อริมผ้าหมด ก็ต้องปรับเปลี่ยนและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปเรื่อยๆ เช่น นำสีอื่นมาแทรก ยอมให้พื้นที่ของสีนั้นน้อยลงกว่าที่ตั้งใจไว้แต่แรก ไปจนถึงสเก็ตช์ภาพขึ้นใหม่ในหัว
จากริมผ้าสู่ผืนศิลป์
ศิลปินมองว่าการนำ ริมผ้า ซึ่งเป็นเศษวัสดุหรือ “ขยะอุตสาหกรรมสิ่งทอ” มาทำเป็นงานศิลปะ ควรเป็นการสร้าง มูลค่าเพิ่ม ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากวัสดุเหล่านี้มักเป็นใยสังเคราะห์ที่ไม่ใช่ธรรมชาติ มีอายุการใช้งานนานและย่อยสลายยาก
“การนำมาทำเป็นงานศิลปะติดตั้งบนผนังจะช่วยให้วัสดุเหล่านี้มีชีวิตอยู่ต่อได้อีก 10-20 ปี แทนที่จะถูกทิ้งไว้ในกองขยะหรือรอการนำไปรีไซเคิลซึ่งต้องใช้ปริมาณมากและกระบวนการที่ซับซ้อน” เปรมกล่าวและว่า เหตุที่เขาเลือกถ่ายทอดผลงานเป็น ‘ภาพธรรมชาติ’ มีเหตุผลหลายประการ
- ความสอดคล้องของวัสดุ: เศษผ้าหรือ ‘ริมผ้า’ มีคุณสมบัติ 'เบาและพลิ้วไหว' จึงเห็นว่ามีความเหมาะสมที่จะนำมาถ่ายทอดเป็นสิ่งที่ดูเป็นธรรมชาติ เช่น เส้นด้ายที่เคลื่อนไหวได้เมื่อมีลมพัดจะให้ความรู้สึกเหมือนหญ้าที่เอนไหวตามลม
- เข้าใจง่ายและกระตุ้นจินตนาการ: ธรรมชาติเป็นสิ่งที่ผู้คนทั่วไป 'เข้าใจได้ง่าย' ศิลปินจึงใช้ภาพธรรมชาติเป็นเหมือนพื้นที่ว่าง (Space) ให้ผู้ชมได้เติมเต็มจินตนาการของตนเองว่าสิ่งที่เห็นคืออะไร ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ทิวทัศน์ หรือสัตว์ป่า โดยไม่ได้กำหนดตายตัว
- สร้างพื้นที่แห่งความสุขและการพักผ่อน: ศิลปินต้องการให้งานศิลปะช่วย จรรโลงใจ และเป็นพื้นที่ให้ผู้ชมได้ 'พักผ่อนจากความเครียด' โดยการดึงเอาความทรงจำจากการไปท่องเที่ยวธรรมชาติมาสร้างเป็นผลงานเพื่อให้ผู้ชมรู้สึกผ่อนคลายเมื่อได้มองภาพเหล่านี้ในบ้าน
- ธรรมชาติคือจุดเริ่มต้น: ในมุมมองของศิลปิน 'ธรรมชาติคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง' การนำเสนอจุดเริ่มต้นที่สวยงามผ่านแสง สี กลิ่น และการเคลื่อนไหว จะช่วยให้คนที่พบเห็นรู้สึกมีความสุข
“ที่สำคัญ หากเราไม่ใส่ใจกับธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม อนาคตเราอาจเห็นธรรมชาติจากเศษผ้าก็เป็นได้” เปรมอยากฝากไว้ให้ช่วยกันคิด
นิทรรศการ The Garden in Motion จัดแสดงวันนี้ถึง 30 เมษายน 2569 ตรวจสอบราคาภาพได้ที่จุดแสดงงาน





