วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม 2569

Login
Login

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ

นอกจากให้บริการและส่งเสริมการอ่าน ศึกษา ค้นคว้าและวิจัยแก่ประชาชน หอสมุดแห่งชาติ หน่วยงานภายใต้การกำกับของ 'กรมศิลปากร' ยังมีหน้าที่หลักในการสะสมและจัดเก็บ มรดกภูมิปัญญาชาติ หรือทรัพย์สินทางปัญญาของชาติ

เนื่องในวาระ 120 ปี แห่งการสถาปนาหอสมุดแห่งชาติ ‘สำนักหอสมุดแห่งชาติ’ จัดนิทรรศการพิเศษ “12 ทศวรรษ หอสมุดแห่งชาติ บันทึกความทรงจำผ่านกาลเวลา” จัดแสดง วัตถุชิ้นเอก และ เอกสารล้ำค่าที่หาชมได้ยาก ณ สำนักหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2569

 

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ พนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร แถลงข่าว 120 ปี หอสมุดแห่งชาติ

 

ตู้ลายทองแห่งปัญญา

หนึ่งในวัตถุชิ้นเอกหรือมรดกภูมิปัญญาชาติที่จัดเก็บอยู่ใน ‘หอสมุดแห่งชาติ’ คือ ตู้พระธรรมลายรดน้ำ ตู้ไม้ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู สร้างขึ้นเพื่อใช้สำหรับเก็บรักษาพระคัมภีร์และหนังสือทางศาสนา เช่น คัมภีร์ใบลานที่จารึกพระไตรปิฎก และสมุดไทยที่บันทึกเรื่องพระมาลัยหรือคำสวดต่างๆ เป็นมรดกทางศิลปกรรมที่ทรงคุณค่าของไทย

“ตู้พระธรรมลายรดน้ำทรงสี่เหลี่ยมคางหมู เป็นลักษณะทางศิลปะและการออกแบบโดยเฉพาะของไทย ซึ่งเป็นภูมิปัญญาโบราณที่ช่วยในการกระจายน้ำหนัก เพื่อให้ตู้รับน้ำหนักได้ดี” ศิวพร เฉลิมศรี นักภาษาโบราณชำนาญการพิเศษ หอสมุดแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ ห้องจัดแสดงตู้พระธรรม

หอสมุดแห่งชาติเก็บรักษา ‘ตู้พระธรรมลายรดน้ำ’ จำนวน 406 ตู้ ครอบคลุมตั้งแต่สมัยอยุธยา ธนบุรี จนถึงรัตนโกสินทร์ ส่วนหนึ่งกำลังจัดแสดงอยู่ที่ ‘ตึกแดง’ ติดกับอาคารกรมศิลปากร

ลายรดน้ำ เป็นงานประณีตศิลป์ของไทยรูปแบบหนึ่ง จัดอยู่ในงานจิตรกรรมประเภทสีเอกรงค์ สันนิษฐานว่ามีมาตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย คือการเขียนลวดลายลงบนพื้นรัก ปิดด้วยทองคำเปลวแล้วรดด้วยน้ำให้ปรากฏเป็นลวดลาย ประหนึ่งลายทองที่รดด้วยน้ำ จึงเรียกกันลำลองอีกอย่างหนึ่งว่า ‘ตู้ลายทอง’

ศิวพรกล่าวว่า ศิลปะตู้ลายทองในแต่ละสมัยมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สามารถสังเกตได้จากทั้งลักษณะของลวดลาย การวางองค์ประกอบ และรูปแบบของขาตู้

“ลวดลายในสมัยอยุธยามีความอ่อนช้อยและพลิ้วไหวมากกว่าสมัยอื่น ช่างเขียนวาดภาพตามความรู้สึกอิสระ ทำให้ลวดลายในแต่ละจุดอาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งหมด พบการใช้ขาตู้ที่เลียนแบบธรรมชาติ เช่น ปากสิงห์ ซึ่งเป็นลักษณะที่นิยมมาตั้งแต่สมัยอยุธยา

สมัยรัตนโกสินทร์ ลวดลายมีความเป็นระเบียบและมีแบบแผนชัดเจนกว่า ช่างจะพยายามวาดลวดลายให้เต็มเนื้อที่มากที่สุดเพราะเสียดายพื้นที่ในการลงทอง ขาตู้มีความนิยมเฉพาะตัวคือ ‘เท้าคู้’ (ลักษณะขาโค้งเข้าหากัน) และ ‘เท้าสิงห์’ ซึ่งบางครั้งจะมีลักษณะเป็นเท้าสิงโตเหยียบบนลูกแก้ว”

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ ตู้พระธรรมลายรดน้ำยุคอยุธยา ลายกนกมีความพลิ้วไหวมากกว่ายุคอื่นๆ

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ ตู้พระธรรมลายรดน้ำยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ลวดลายกนกเคล้าภาพ เขียนลายเต็มพื้นที่

จุดร่วมที่เหมือนกันในทุกสมัยคือเรื่องราวของลวดลายที่ปรากฏบนตู้ลายทองมักเป็นเรื่องรามเกียรติ์, พุทธประวัติ, ทศชาติชาดก และเทพทวารบาล ซึ่งทำหน้าที่รักษาพระคัมภีร์ตามความเชื่อทางศาสนา

อีกส่วนหนึ่งเป็นแรงบันดาลใจจาก ‘ธรรมชาติ’ ลวดลายไทยมักเลียนแบบธรรมชาติ เช่น ลายกนกที่มีภาพนกหรือกระรอกแฝง เรียกลาย ‘กนกเคล้าภาพ’ หรือลายนาคคาบและครุฑคาบ

ภายในตู้มักแบ่งเป็น 3 ชั้น เพื่อวางพระธรรมตามลำดับความสำคัญ คือ ชั้นบนสุดวางพระอภิธรรม รองลงมาคือพระสุตตันตปิฎก และล่างสุดคือพระวินัย

การสร้างตู้พระธรรม แฝงไปด้วยคติความเชื่อเรื่องอานิสงส์ให้ชาติหน้าเกิดมาเป็นผู้มีสติปัญญา โดยเปรียบเปรยกับเรื่องราวของ พระสารีบุตร (อัครสาวกเบื้องขวาผู้เลิศทางปัญญา) ซึ่งในอดีตชาติเคยเป็นชายยากจนที่บริจาคเงินจำนวนน้อยเพื่อสร้างพระคัมภีร์ จนส่งผลให้ได้เป็นผู้ที่มีปัญญามากในชาติที่พบพระพุทธเจ้าสมณโคดม

ศิวพรกล่าวด้วยว่า ตู้ลายทองเหล่านี้มีที่มาจากสองแหล่งหลัก คือ สมบัติเดิมในพระบรมมหาราชวัง และจาก วัดต่างๆ

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ ตู้พระธรรม ‘เท้าคู้’

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ ตู้พระธรรม เท้าสิงห์

“การนำตู้ลายทองมาใช้เก็บหนังสือเริ่มขึ้นอย่างเป็นระบบในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีพระราชดำรัสกับ สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ให้ใช้ตู้เหล่านี้ใส่หนังสือของ ‘หอพระสมุดวชิรญาณสำหรับพระนคร’ เดิมตั้งอยู่ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในเขตพระบรมมหาราชวัง

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 7 เมื่อมีจำนวนหนังสือมากขึ้น จึงมีการจัดหาตู้มาเพิ่ม โดยสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงไปตรวจราชการที่จังหวัดธนบุรีและพบตู้ลายทองถูกทิ้งไว้ตามวัดต่างๆ จึงมีดำริให้นำมาซ่อมแซมและจัดแสดง

เมื่อพระภิกษุที่เข้ามาในพระบรมมหาราชวังได้เห็นว่าตู้เหล่านี้ได้รับการดูแลรักษาและทำความสะอาดอย่างดี จึงเริ่มมีวัดต่างๆ นำตู้มามอบให้หอพระสมุดฯ เพิ่มเติม”

 

จาก ‘บางกอกรีคอร์เดอร์’ ถึง ‘ดรุโณวาท’ จุดเริ่มต้นสื่อไทย

หนังสือพิมพ์ที่เก่าที่สุดที่ได้รับการเก็บรักษาไว้ใน ‘ห้องบริการวารสารและหนังสือพิมพ์ฉบับล่วงเวลา’ ขณะนี้ คือ หนังสือจดหมายเหตุบางกอก (Bangkok Recorder) Vol.1 เล่ม 1 ตีพิมพ์วันที่ 16 มีนาคม ค.ศ.1865 (หรือพ.ศ.2408) ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 4

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ Bangkok Recorder Vol.1 เล่ม 1 ตีพิมพ์วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ.2408

บางกอกรีคอร์เดอร์ ได้ชื่อว่าเป็นหนังสือพิมพ์ฉบับแรกของไทย เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2387 ตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 3 มีนายแพทย์แดน บีช บรัดเลย์ (Dr.Dan Beach Bradley) หรือ ‘หมอบรัดเลย์’ หมอสอนศาสนาชาวอเมริกันเป็นบรรณาธิการ

เนื้อหาเป็นการบันทึกข่าวสาร เหตุการณ์สำคัญทั้งในประเทศและต่างประเทศ ข้อมูลสิ่งประดิษฐ์ เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ การแพทย์และการสาธารณสุข เป็นต้น

แต่ยกเลิกไปในเดือนตุลาคม พ.ศ.2388 จากนั้นกลับมาฟื้นฟูในสมัยรัชกาลที่ 4 ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2408 เรื่อยมาจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2410

ยกตัวอย่างข้อความที่ตีพิมพ์ฉบับวันที่ 16 มีนาคม 1865 สำนวนและตัวสะกดจาก “เรื่องเมืองอะเมริกา” เป็นดังนี้

“เขาได้ว่าโลกย์นี้ไม่แบนเหมือนคนทั้งปวงได้คิดแต่ก่อน, แต่เขาได้ว่าโลกย์นี้เปนกลมเหมือนลูกส้ม. แลเขาได้ว่าโลกย์นี้ได้เดินเวียนรอบพระอาทิตย์, แลเมื่อโลกย์หมุนนั้น, เหตุที่จะสำแดงกลางวันแลกลางคืน. คำสอนนั้นครูสาศนาได้ติเตียนว่าหาถูกไม่, เขาสอนว่าได้เดินกำปั่นไปข้างตวันตก, แลภบเมืองช้างทิศตวันออกก็ได้...”

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ หัวหนังสือ ‘ดรุโณวาท’ เป็นอักษรประดิษฐ์ครั้งแรกบนหนังสือพิมพ์ของไทย

นอกจากนี้ยังมี หนังสือจดหมายเหตุฉบับแรกที่ดำเนินการโดยคนไทย นั่นก็คือ ดรุโณวาท เริ่มออกฉบับแรกเมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม พ.ศ.2417 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5

ชื่อหนังสือมีความหมายว่า “โอวาทหรือคำสอนของคนหนุ่ม” พระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าเกษมสันต์โสภาคย์ ทรงเป็นเจ้าของและบรรณาธิการ โดยมีคำขยายเกี่ยวกับสิ่งพิมพ์เป็นสำนวนและตัวสะกดดังนี้

“เปนหนังสือจดหมายเหตุรวบรวมข่าวในกรุงแลต่างประเทศ แลหนังสือวิชาการช่างต่างๆ ภอเปนที่ประดับปัญญาคนหนุ่ม ตีพิมพ์ออกอังคารละหน”

ตัวอักษรหัวหนังสือที่ปรากฎเป็นภาพลายเส้นการ์ตูนรูป เด็กผมจุก จำนวน 15 คน ในอิริยาบทต่างๆ ร้อยเรียงเป็นตัวอักษรภาษาไทย นับเป็น อักษรประดิษฐ์ ที่ปรากฏเป็นครั้งแรกบนหนังสือพิมพ์ของไทย

เนื้อหามีทั้งสารคดีและบันเทิงคดี มีสาระทันสมัย แสดงความสามารถและสติปัญญาของคนหนุ่มรุ่นใหม่ในยุคนั้น แต่ตีพิมพ์ได้เพียงปีเดียวก็เลิกกิจการ

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ วารสารฉบับปฐมฤกษ์

ภายในห้องบริการส่วนนี้ยังเก็บรักษาเอกสารเก่าแก่อีกมาก เช่น หนังสือพิมพ์ไทย (พ.ศ. 2453), วารสารดุสิตสมิต ในสมัยรัชกาลที่ 6 ซึ่งเป็นวารสารที่จำลองการปกครองในสมัยนั้น และ วารสารฉบับปฐมฤกษ์ อาทิ ภาพแฟชั่น, รจนา, ครูไทย, อนุสาร อ.ส.ท.

อรวรรณ เจริญกูล บรรณารักษ์ชำนาญการ ห้องบริการวารสารและหนังสือพิมพ์ฉบับล่วงเวลา หอสมุดแห่งชาติ กล่าวว่า เอกสารเหล่านี้มีการเย็บเล่มและเก็บรักษาไว้ในห้องควบคุมอุณหภูมิเพื่อป้องกันความเสียหาย พื้นที่จัดเก็บเป็นระบบชั้นปิด (Closed Stack) ผู้ใช้บริการสามารถเดินดูได้เฉพาะในส่วนจัดแสดงด้านหน้า หากต้องการศึกษาต้นฉบับต้องกรอกแบบฟอร์มเพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าไปหยิบออกมาให้

 

ส่อง ‘บรรณสิทธิ์’ และรสนิยมการอ่านเจ้านายไทยในอดีต

ที่ ‘ห้องหนังสือหายาก’ เน้นการจัดเก็บและอนุรักษ์ หนังสือหายาก รวมถึงคอลเลคชั่น หนังสือส่วนพระองค์ ของเจ้านายในอดีตทรงมอบให้แก่หอสมุดแห่งชาติ ย้อนไปตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในงานมีการจัดแสดง หนังสือส่วนพระองค์ในรัชกาลที่ 3 เป็นวรรณกรรมภาษาสันสกฤตปกสีแดงเล่มใหญ่ ตีพิมพ์ในกรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งเวลานั้นรุ่งเรืองด้านการพิมพ์, วรรณกรรม สกุนตลา ฉบับภาษาอังกฤษ พิมพ์ปี 1855 แปลจากภาษาสันสกฤตโดย Monier Williams, หนังสือที่พิมพ์ในยุคแรกจาก โรงพิมพ์หมอบรัดเลย์ เช่น คัมภีร์ครรภ์ทรักษา

การได้ชมหนังสือส่วนพระองค์ยังมีโอกาสให้เราได้เห็น บรรณสิทธิ์ (Bookplate) หรือตราประจำตัวเจ้าของหนังสือที่สวยงามประดับอยู่อีกด้วย

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ บรรณสิทธิ์ รัชกาลที่ 5

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ

บรรณสิทธิ์ รัชกาลที่ 6

บรรณสิทธิ์ของรัชกาลที่ 5 เป็นรูปตราแผ่นดิน บรรณสิทธิ์ของรัชกาลที่ 6 ประกอบด้วยรูปวชิราวุธเปล่งรัศมีประดิษฐานบนพานแว่นฟ้า มีฉัตรบริวารคู่ และอักษรการออกพระนาม ‘สมเด็จพระรามาธิบดีศรัสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฏเกล้าเจ้าแผ่นดินสยาม

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ บรรณสิทธิ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ (ถ้าอ่านไม่ออก ชมภาพถัดไป)

ขณะที่ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาถ ทรงออกแบบบรรณสิทธิ์ประจำพระองค์ไว้อย่างงดงาม มองเผินๆ คล้ายรูปร่างมนุษย์เขียนแบบการ์ตูน แต่สามารถอ่านได้ว่า “กิติยากรวรลักษณ์”

เนื่องจากพระนามเดิมของพระองค์คือ ‘พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ากิติยากรวรลักษณ์’ ต้นราชสกุลกิติยากร โดยทรงเป็นพระอัยกาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ วางหนังสือแนวนอนจะอ่านได้ว่า 'กิติยากรวรลักษณ์' อย่างชัดเจน

หนังสือที่กรมพระจันทบุรีนฤนาถทรงมอบให้ ‘หอสมุดแห่งชาติ’ ส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ สันสกฤต (อักษรเทวนาครี) และภาษามอญ มักเป็นคัมภีร์ทางศาสนาฮินดูและวรรณคดี เนื่องจากทรงเป็นนักภาษาศาสตร์

 

มัทนะพาธา ฉบับพิมพ์ครั้งแรก: ยอดวรรณคดี - ภาพประกอบล้ำค่าหาชมยาก

เก็บไว้ใน ‘ห้องหนังสือหายาก’  อีกเล่มคือ หนังสือบทละครพูดคำฉันท์เรื่อง มัทนะพาธา ที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชนิพนธ์ขึ้นในปี พ.ศ. 2466 

ฉบับที่ปรากฏในหอสมุดแห่งชาติเป็นฉบับ พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2467 ทรงระบุนามผู้ประพันธ์ไว้ในหน้าหนังสือว่า ‘สมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราวุธ ทรงพระราชนิพนธ์’

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ หน้าปก ‘มัทนะพาธา’ ฉบับพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2467

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ ลักษณะภายในเล่มฉบับพิมพ์ครั้งแรก พ.ศ.2467

หน้าปกเป็นลายเส้นรูปกุหลาบดอกใหญ่ เขียนคล้ายลายรดน้ำ ไม่ปรากฏชื่อเรื่องบนหน้าปก รัชกาลที่ 6 ทรงมอบหมายให้ จางวางตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร (จันทร์ จิตรกร) เป็นผู้เขียนภาพประกอบเรื่อง

โดยทรงบันทึกไว้ในหนังสือว่า “เขียนภาพขึ้นเพื่อสอดไว้ในที่อันควร” ปรากฏดังคำบรรยายภาพ เช่น จิตรถนำรูปนางต่างๆ ถวายสุเทษณ์, ท้าวชัยเสนกับนางมัทนาแสดงความเสน่หาต่อกัน พระนางจัณฑีตามไปหึง, มัทนาวิงวอนสุเทษณ์ขอให้ช่วย, แห่ดอกกุหลาบกลับจากดง

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ ภาพประกอบเรื่องมัทนะพาธา ลายเส้นโดย จางวางตรี พระยาอนุศาสน์จิตรกร

120 ปี หอสมุดแห่งชาติ : เปิดขุมทรัพย์มรดกภูมิปัญญาที่โลกต้องจำ

มัทนะพาธา ฉบับพิมพ์ครั้งแรกเล่มนี้ หลวงดรุณกิจวิทูร เป็นผู้มอบให้หอสมุดแห่งชาติ

วรรณกรรมเรื่องนี้ได้รับการยกย่องจาก ‘วรรณคดีสโมสร’ ว่าเป็น ยอดบทละครพูดคำฉันท์ และยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน หนังสือดี 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน