ไม่สมบูรณ์แบบแต่มีชีวิตชีวา คือที่มาของ Lively Ware (ไลฟลี่ แวร์) แบรนด์เซรามิกของ กิตติ์ กัลยาณพงศ์ ครูสอนศิลปะและเจ้าของสตูดิโอที่เริ่มต้นสร้างแบรนด์ในห้องนอน
หลังปิดโรงเรียนสอนศิลปะ A CHAIR ย่านนนทบุรีที่ดำเนินการมาร่วมสิบปีแล้วย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านย่านพุทธมณฑลสาย 2 ป่าน - กิตติ์ กัลยาณพงศ์ ก็ใช้ห้องนอนมาเป็นห้องทำงาน สินค้าแบรนด์ Lively Ware ถือกำเนิดอยู่ในห้องนอนในช่วงเวลาหนึ่งจนกระทั่งมีชาวต่างชาติมาขอชมผลงาน
“เขาถามเส้นทางซอกแซกอยากมาให้ได้ แต่ห้องทำงานผมคือห้องนอนไม่พร้อมรับแขก แล้วแขกที่จะมาปรากฎว่าเป็น CEO ของบริษัทเบอร์ใหญ่ คราวนี้ผมจึงต้องย้ายของจากห้องนอนมาเปิดสตูดิโอในอาคารพาณิชย์ใกล้บ้าน เพื่อแก้ Pain Point ทั้งในเรื่องห้องรับแขก สถานที่จัดแสดงผลงาน และการขนอุปกรณ์จากที่เคยยกขึ้นไปบนชั้นสองของบ้าน มาเป็นขนของจากรถที่จอดอยู่หน้าสตูดิโอได้เลย”
ป่านเล่าถึงที่มาของการย้ายออกมากห้องนอนมาสู่ห้องเช่าที่กลายเป็น Lively Ware สตูดิโอในวันนี้
(ภาพ : Lively Ware)
“ ชื่อ Lively Ware แปลว่าไม่สมบูรณ์ เราอยากนำเสนอความมีชีวิตชีวาในแบบที่ไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟค เพราะเราวาดเส้นด้วยมือ แม้ว่าจะวาดลายเดิมแต่ไม่มีทางเหมือนเดิมเป๊ะ”
ป่านเริ่มต้นสร้างแบรนด์เมื่อปี 2556 หลังจากปิดโรงเรียนสอนศิลปะของตัวเองที่เปิดสอนมานานร่วมสิบปี
“ผมเรียนจบมาทางจิตรกรรม จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นศิษย์รุ่นแรกที่ได้เรียนกับ อ.ศรีวรรณ เจนหัตถการกิจ (ศิลปินผู้ก่อตั้งหอศิลป์ศรีดอนมูล อาร์ตสเปซ จ.เชียงราย) สมัยเรียนมหาวิทยาลัยได้เรียนวิชาเซรามิกนิดนึง พอเรียนจบผมเปิดโรงเรียนสอนศิลปะ ผมคิดว่าวิชาเซรามิกน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียน ทำให้เด็กๆได้เห็นว่างานศิลปะเป็นสิ่งที่มีอยู่ในชีวิตประจำวัน
ผมจึงซื้อเตาเผาและแป้นหมุน ไม่คิดว่าจะมาทำเป็นโปรดักท์จนปลายๆช่วงใกล้ปิดโรงเรียนผมเริ่มทำถ้วยกาแฟเป็นอันดับแรก เลือกทำของที่ตัวเองอยากใช้ก่อน ตามด้วยถ้วยชามแล้วไปออกงานแฟร์เล็กๆ” ป่านเล่าถึงการจับพลัดจับผลูของครูสอนศิลปะมาสู่การสร้างแบรนด์
ปิ่นโตเซรามิกวาดลายปลาหางนกยูง
(ภาพ : Lively Ware)
“งานชุดปิ่นโต เกิดขึ้นในปี 2559 เราเอาฟังก์ชั่นเก่ามานำเสนอใหม่ เปลี่ยนจากหูหิ้วทองเหลืองเป็นไม้สักสั่งทำจากเชียงใหม่ อบมาอย่างดีไม่ขึ้นรา ตอนแรกส่งไปที่งานคราฟท์ แบงคอก ต่อด้วยงานบ้านและสวน มีคนเห็นโฆษณาในสื่อแล้วมาซื้อปิ่นโตอย่างเดียวไม่ดูอย่างอื่นเลย สั่งจองของแล้วกลับบ้าน
ผมคิดว่าปิ่นโตเป็นของที่อยู่ในใจคนรุ่นหนึ่งนะครับ พอได้เห็นปิ่นโตในรูปลักษณ์ร่วมสมัยทำให้ถูกใจ ปิ่นโตเป็นสินค้าขายดีขายไปมากกว่า 1,500 เถาแล้วครับ”
ถัดจากปิ่นโต Lively Ware พัฒนารูปทรงต่อและเปลี่ยนการใช้งานมาเป็นโคมไฟ โดยมีการเจาะรูเป็นอักษรจีนความหมายมงคล และเพิ่มกลไกทางเทคนิคไฟส่องสว่างที่สามารถชาร์จผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่อ USB
“เป็นนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล Design Excellence Award (DEmark 2025) ออกแบบยอดเยี่ยม ประเภทกลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ มีลูกค้าเป็นเจ้าของรีสอร์ทในไทยและต่างประเทศ ซึ่งเราสามารถออกแบบให้เป็นตัวอักษรจีน อักษรไทย และลวดลายได้ตามทางลูกค้าต้องการ” เจ้าของแบรนด์กล่าวถึงโปรดักท์ใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มลูกค้าโรงแรม รีสอร์ท และองค์กรต่างๆ
ตู้หมุนไข่ของเล่นในความทรงจำ
นอกจากนี้ยังมีผลงานเซรามิกสำหรับใส่ลำโพงเครื่องเสียง ตู้หมุนไข่ของเล่นยุคโบราณที่โดนใจหลายๆคน
“เป็นกึ่งงานศิลปะครับที่ผมนำความทรงจำวัยเด็กที่เติบโตแถวบางลำพูมาเล่า มีทั้งปลาหางนกยูงที่เป็นลายซิกเนเจอร์ของแบรนด์ นก กระต่าย กุ้งที่เคยเห็นญาติจับได้ในคลองบางลำพู และผีกระสือที่เล่ากันว่าเจอแถวบ้าน ผมก็นำมาสร้างเป็นตุ๊กตารูปกระสือในตู้หมุนไข่” เป็นงานที่น่ารักน่าจับจองเป็นอย่างยิ่ง
เวิร์คช้อปสนุกๆ
ถามถึงสนนราคากันบ้าง ปิ่นโตเซรามิกเริ่มต้นที่ 1,700 – 3,500 บาท โคมไฟ 2,300 บาทขึ้นไป ส่วนตู้หมุนไข่เริ่มต้นที่ 13,000 บาท ขึ้นอยู่กับลวดลายและรูปทรงที่ต้องบอกว่าวาดมือทุกชิ้น
ส่วนใครที่อยากจะลองปั้น ลองวาด สร้างสรรค์งานเซรามิกฝีมือตนเอง ไปร่วมเวิร์คช้อปกับ Lively Ware ได้มีค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับชิ้นงานตั้งแต่ 300 บาทไปจนถึง 700 บาท มีข้อแม้ว่าให้โทร.นัดหมายล่วงหน้าเนื่องจากป่านมีงานสอนศิลปะอยู่ที่โรงเรียนไตรพัฒน์อีกด้วย
Lively Ware แบรนด์เซรามิกที่เริ่มต้นในห้องนอน วันนี้ย้ายมาเปิดสตูดิโออยู่ย่านพุทธมนฑลสาย 2 แล้วค่ะ
Lively Ware
เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/livelyware
โทร. 08 6541 7951





