ประเทศจีนเป็น 1 ใน 6 ดินแดนที่เป็นต้นกำเนิดอารยธรรมยุคบุกเบิกของโลก เต็มไปด้วยเรื่องราววัฒนธรรม ปรัชญา ศาสตร์ ความเชื่อ และองค์ความรู้ต่างๆ มากมาย
Art&Living ต้อนรับเทศกาล ตรุษจีน 2569 (17 ก.พ. ตรงกับ ‘วันเที่ยว’) ด้วยเรื่องราวของ ฮวงจุ้ย ศาสตร์การไหลเวียนของพลังงานบนพื้นโลกที่เกี่ยวพันกับการใช้ชีวิตของคน ศาสตร์นี้ได้รับการสืบทอดใช้ประโยชน์มาจนถึงปัจจุบันกินระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3,000 ปี
ซินแสภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ประธานสถาบันศาสตร์แห่งชีวิตแห่งประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญโหราศาสตร์จีนมีประสบการณ์ดูฮวงจุ้ยต่อเนื่องกว่า 30 ปี ให้สัมภาษณ์กับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ ว่า ฮวงจุ้ยมีวัฏจักร 180 ปี เรียกว่า “ซาง้วงเก๋าอุ๋ง” หมุนเป็นวงกลม แบ่งเป็น 3 ยุคหลัก คือ ยุคฟ้า ยุคมนุษย์ ยุคดิน ยุคหลักเหล่านี้กินเวลายุคละ 60 ปี แต่ละยุคหลักยังมีอีก 3 ยุคย่อย ยุคละ 20 ปี
“ยุคฟ้าคือยุค 1-2-3 ยุคมนุษย์คือยุค 4-5-6 ยุคดินคือยุคสรุปจบ คือยุค 7-8-9 ขณะนี้อยู่ในยุค 9 เริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปี 2567 ถึงกุมภาพันธ์ 2587 กินระยะเวลา 20 ปี”
ซินแสภาณุวัฒน์กล่าวว่าเคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ.2547 ว่าปีนั้นฮวงจุ้ยได้เข้าสู่ยุคที่ 8 (พ.ศ.2547-2567) และให้สมญานามฮวงจุ้ยยุคนั้นว่า “นรกติดปีก” เพราะเป็น 20 ปีที่ทุกอย่างตอบสนองรวดเร็ว ใครทำผิดก็ได้รับผลเร็ว เช่น การติดคุกหรือต้องหนีไปต่างประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นจริงดังปรากฏ ส่วนใครทำดีก็ได้รับผลดีอย่างรวดเร็ว
สำหรับ ฮวงจุ้ย ยุค 9 (พ.ศ.2567-2587) ซินแสภาณุวัฒน์ให้สมญานามว่า ยุคกรรมสนองกรรม หมายถึง ‘สิ่งไม่ดี’ จะถูกแฉออกมาหมด ไม่ว่าจะเป็นวงการธุรกิจ ตำรวจ พระสงฆ์ ทนายความ นักการเมืองสีเทา นักแสดง ฯลฯ ต่างก็ได้รับโทษตามกฎหมายจริงสมดั่งคำ “กรรมสนองกรรม” และตลอดระยะเวลาอีก 20 ปีข้างหน้านับจากปี 2567 ยังจะมีสิ่งไม่ดีที่จะถูกเปิดออกมาอีกเรื่อยๆ
ดวงเมือง - สถานการณ์การเมืองไทย
ซินแสภาณุวัฒน์วิเคราะห์ ดวงเมือง จากวันเวลาการตั้ง ‘ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ’ ซึ่งตรงกับวันที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.54 น. คือ ปีขาล ธาตุน้ำ เดือนมังกร ยามกระต่าย ลักษณะเด่นคือต้องมีสถาบันกษัตริย์และทหารดูแล
“สำหรับคนจีน เดือนมังกรคือสัญลักษณ์ของฮองเต้ ปีขาลหรือเสือหมายถึงอำนาจและทหาร ฉะนั้นต้องมีสถาบันกษัตริย์และทหารปกป้องบ้านเมือง พระมหากษัตริย์ไทยหลายพระองค์ก็ทรงเป็นทหาร รัชกาลที่ 9 รัชกาลที่ 10 แม้กระทั่งสมเด็จพระบรมราชินีก็ทรงเป็นทหาร ส่วนธาตุน้ำเป็นเรื่องการเงินการพาณิชย์ ยามกระต่ายคือใจดี ใจอ่อน ขี้สงสาร สังเกตมั้ยคนไทยมีจิตใจอ่อนโยน”
พ.ศ.2569 ตรงกับ ปีมะเมีย ธาตุไฟ (ม้าไฟ) ในทางโหราศาสตร์ระบุว่าปีมะเมียเกื้อกูล ‘ปีขาล’ ซึ่งเป็นดวงเมือง ปีเริ่มสมพงษ์กับดวงเมือง ทำให้การเมืองเริ่มดีขึ้น
ซินแสภาณุวัฒน์กล่าวว่าตนเคยให้คำทำนายไว้ตั้งแต่สองปีที่แล้วและยังคงยืนยันว่า อนุทิน ชาญวีรกูล มีดวงที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี 2 สมัยในเบื้องต้น ดังนั้น ‘ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 33’ หลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.2569 ยังคงเป็นชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล
“อาจารย์มองในแง่ของดวงนะครับ คุณอนุทินเกิดปีมะเมียซึ่งเป็นปีที่สมพงษ์กับดวงเมือง สถานการณ์การเมืองจะเริ่มดีขึ้นเพราะดวงของผู้นำรัฐบาลเกื้อหนุนกับดวงเมือง ส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองมีแนวโน้มจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น และการบริหารงานจะมีความก้าวหน้า”
ตำราโหราศาสตร์จีน การเริ่มต้นปีมะเมีย 2569 คือ วันตรุษจีน ดังนั้นก่อนถึงวันตรุษจีนจึงยังคงเป็นปีมะเส็ง สำหรับ “คนเกิดปีมะเมีย” ถือว่าเผชิญกับสภาวะวุ่นวายเหมือน “งูพันขาม้า” แต่หลังตรุษจีนไปแล้ว ถือว่าก้าวเข้าสู่ปีดวงดี
ข้อควรระวังคือ แม้ก้าวเข้าสู่ปีดวงดี แต่ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการเลือก คณะรัฐมนตรี ที่จะเข้ามาทำงานอีกทางหนึ่งด้วย นอกจากพิจารณาบุคคลที่มีความสามารถแล้ว ก็ไม่ควรมี ‘บุคคลดวงเข้าเคราะห์’ มากเกินไป
ซินแสภาณุวัฒน์ยังเล่าด้วยว่า มีโอกาสเข้าไปปรับเปลี่ยนตำแหน่งการวางโต๊ะทำงานในทำเนียบรัฐบาลเมื่อครั้ง อนุทิน ชาญวีรกูล เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีครั้งแรก โดยให้นั่งในมุมที่ หันหลังให้ประตูทางเข้าทั้ง 2 ข้าง ซึ่งคำนวณแล้วว่าเป็นจุดที่ดีใน ‘ฮวงจุ้ยยุค 9’ แม้จะดูขัดกับความรู้สึกของคนทั่วไปที่ไม่ควรนั่งหันหลังให้ประตู แต่ซินแสยืนยันว่าเป็นจุด ‘รับพลังดี 100 เปอร์เซ็นต์’ และเป็นจุดที่ดีที่สุดสำหรับการสั่งการและรับพลังงานในยุคนี้
เศรษฐกิจ - ภัยธรรมชาติในฮวงจุ้ย ยุค 9
ซินแสภาณุวัฒน์กล่าวว่า ปี 2569 แม้การเมืองจะเริ่มดีขึ้น แต่ ธาตุไฟของปี ‘ข่ม’ ธาตุน้ำของดวงเมือง ทำให้ การเงิน ปี 2569 ยังไม่หวือหวา ต้องระมัดระวังและวางแผนรับสถานการณ์ให้ดี การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงจึงต้องใช้ความรอบคอบเป็นพิเศษ
พร้อมกับเตือนนักลงทุนด้าน ทองคำและหุ้น อย่าเป็น “แมงเม่าเข้ากองไฟ” ที่เห็นราคาขึ้นแล้วรีบกระโจนเข้าไปลงทุนในช่วงที่ตลาดมีความเสี่ยงสูง เพราะอาจเป็นการลงทุนในช่วงที่ราคากำลังจะปรับฐานลง เนื่องจากตลาดมีการปั่นราคาจากการงัดข้อระหว่างประเทศมหาอำนาจพยายามเปลี่ยนแปลงความสำคัญและมูลค่าของเงินดอลลาร์ พันธบัตร รวมทั้งปัจจัยหนุนจากสภาวะสงคราม หากสงครามยุติลงหรือสถานการณ์คลี่คลาย ราคาจะค่อยๆ ปรับตัวลดลงตามความเป็นจริง
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ามาทำงานย่อมต้องเตรียมแผนปฏิบัติงานกระตุ้น-ประคับประคองเศรษฐกิจประเทศ และพยายามดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ แต่ประชาชนทุกคนต้องดูแลตัวเองและไม่ประมาทด้วย
สำหรับ ภัยธรรมชาติ ใน ‘ฮวงจุ้ย ยุค 9’ ปีนี้ให้ระวังการเปลี่ยนแปลงใหญ่ของเปลือกโลกและธรรมชาติ ต้องระวังเรื่องฟืนไฟ อัคคีภัย ภัยแล้ง และแผ่นดินไหว
รวมถึงปัญหาน้ำท่วมที่เกิดจากการที่มนุษย์เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิประเทศ เช่น สร้างถนนขวางทางน้ำ สร้างปัญหาโลกร้อนจนทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย มีผลให้ระดับน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงไปทั่วโลก
หลักการจัดฮวงจุ้ยที่ถูกต้อง
ซินแสภาณุวัฒน์เน้นว่า ฮวงจุ้ย (Feng Shui) เป็นศาสตร์ที่ว่าด้วยเรื่องของ ลม (ฮวง) พลังงานที่มองไม่เห็นรูปลักษณ์ มีลักษณะเป็นคลื่นหรือกระแส กับเรื่องของ น้ำ (จุ้ย) รวมกันแล้วหมายถึงการอยู่อาศัยให้สอดคล้องกับการไหลเวียนของพลังงานบนพื้นโลก พร้อมกล่าวว่าฮวงจุ้ยมีองค์ประกอบหลัก 4 ประการที่ต้องพิจารณา
- หน้าบ้าน/หน้าตัวร้าน : เปรียบเสมือนหน้าตาคน ต้องดูดีเพื่อดึงดูดคน(ลูกค้า)และโอกาส
- โต๊ะทำงาน : เปรียบเสมือนมือเท้าและบริวาร หากนั่งในจุดที่ดีจะสั่งงานลูกน้องได้ดั่งใจ ไม่เหนื่อยตัวคนเดียว
- ครัวและเตาไฟ : หมายถึงสุขภาพและการเก็บเงินทอง
- ที่นอน : ต้องอยู่ในทิศทางที่ช่วย “ชาร์จไฟ” ให้ร่างกาย ตื่นมาแล้วสดชื่นมีสมาธิ ไม่อ่อนเพลีย
ดังนั้น หากใครสนใจปรึกษาซินแสฮวงจุ้ยท่านใดก็ตามควรปรึกษาใน 4 ประการดังกล่าวเป็นพื้นฐาน โดยส่วนตัวซินแสภาณุวัฒน์ ไม่สนับสนุนการใช้เครื่องรางแปลกๆ เช่น สิงห์คาบดาบ ปี่เซียะ หรือกังหัน โดยมองว่าเป็นเรื่องของการตลาด การแก้ไขหรือเสริมฮวงจุ้ยเป็นเรื่องของการปรับทิศทางและตำแหน่งมากกว่า
ปีชง - ปีไม่เกื้อหนุน
ตามหลักการของซินแสภาณุวัฒน์ ปีชง คือช่วงเวลาที่ ดวงชะตาหรือปีนักษัตรของบุคคล “ขัดแย้ง” กับพลังงานของปีนั้นๆ ซึ่งส่งผลให้จังหวะชีวิตอยู่ในช่วงที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ซินแสอธิบายว่าการรู้เรื่องปีชงไม่ใช่เรื่องงมงาย แต่เป็นการทำให้เรารู้ จังหวะก้าวเดินของชีวิต เพื่อให้ทราบว่าช่วงไหนควร “ลุย” หรือช่วงไหนควร “ชะลอการตัดสินใจ” หรือ “พิจารณาให้ถี่ถ้วน” เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการดำเนินชีวิตหรือธุรกิจ
ตามหลักวัฏจักรดวงชะตาและปีนักษัตร แต่ละปีมีปีนักษัตรที่ชงโดยตรง (ชง 100%) เพียงปีเดียว ดังนั้น ปีที่ชงกับ ปีมะเมีย 2569 โดยตรง คือ ปีชวด เพียงปีเดียว
แต่เนื่องจากปีชวดเป็น “เพื่อนซี้” กับ ปีฉลู ดังนั้นปีนี้จึงเป็น ปีไม่เกื้อหนุน กับ ปีฉลู ไปด้วย (อย่างที่บางคนใช้คำว่า ชง 75%) และเมื่อนับตามวัฏจักร ปีนักษัตรที่ไม่เกื้อหนุนรองลงไปอีกคือ ปีเถาะ และ ปีระกา ตามลำดับ
ส่วนปีที่เกื้อหนุนและสมพงษ์กับปีมะเมีย คือ ปีขาล ปีจอ และ ปีกุน สามารถลุยงานหรือขยายธุรกิจได้
ซินแสภาณุวัฒน์กล่าวด้วยว่า การดูดวงต้องดู รอบอายุ ของบุคคลนั้นๆ ประกอบด้วย เพราะหากปีนักษัตรไม่เกื้อหนุนและอายุยังเข้าเคราะห์ด้วย จะถือว่าเจอ “2 เด้ง” ที่ทำให้หนักขึ้น
ผู้ชาย ให้ระวังอายุที่ลงท้ายด้วยเลข 1, 3, 6, 9 ซึ่งเป็นช่วงพลิกผันของชีวิต
ผู้หญิง ให้ระวังอายุที่ลงท้ายด้วยเลข 2, 5, 8 ซึ่งเป็นช่วงที่มักจะมีการตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย
บทส่งท้าย
เมื่อฮวงจุ้ยเปลี่ยนยุค ทิศทางพลังงานจะ กลับตาลปัตร จุดที่เคยดีอาจกลายเป็นเสีย และจุดที่เคยเสียอาจกลายเป็นดี ดังนั้นการปรับทิศทางประตูหรือตำแหน่งที่นั่งใหม่จึงมีความสำคัญมากเพื่อให้สอดคล้องกับพลังงานฮวงจุ้ยยุค 9
อย่างไรก็ตาม ซินแสภาณุวัฒน์ฝากข้อคิดไว้ด้วยว่า ซินแสที่ดี ต้องมีศีลธรรม ไม่หลอกลวงเรียกเงินจำนวนมหาศาล และไม่ส่งเสริมในทางอบายมุข
ฮวงจุ้ย เป็นเรื่องของ การบริหารจัดการพลังงานรอบตัวให้สอดคล้องกับกาลเวลา เพื่อเสริมสร้างสมาธิ สุขภาพ และโอกาสในการดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท
หมอดูหรือซินแสเป็นเพียงผู้บอกแนวทางและทางหนีทีไล่ แต่ผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับการปฏิบัติและการตัดสินใจของบุคคลนั้น
- หมายเหตุ: สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568





