วันเสาร์ ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569

Login
Login

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’

 

เข้าวัดพักใจไปชมผลงานจิตรกรรมฝาผนังฝีมือ‘ท่านกูฏ’ ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ ที่เขียนค้างไว้เมื่อปีพ.ศ.2509 จนเมื่อปีพ.ศ.2568 ทางทายาทได้เข้ามาสานต่อจนเสร็จสมบูรณ์ ทำให้วิหารวัดเทพพล ย่านธนบุรีกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านผลงานจิตรกรรมฝาผนังร่วมสมัยของ ‘ท่านกูฏ’ และทายาท ที่เล่าประวัติศาสตร์ผ่านผลงานศิลปะได้อย่างงดงาม

 

วันนี้เรามีนัดกับนาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ลูกคนที่ 5 ในจำนวน 6 คนของ ‘ท่านกูฏ’ ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ (พ.ศ. 2468–2525) ศิลปินชั้นครูผู้เป็นทั้งจิตรกร มัณฑนากร นักโบราณคดี นักประวัติศาสตร์ศิลป์ นักดนตรี และนักเขียนผู้ร้อยเรียงนามของลูกทั้งหมดได้อย่างมีความหมายและไพเราะยิ่ง

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’ นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ กับเสาเขียนลายแก้วชิงดวง เดิมอยู่ในห้องอาหารเบญจรงค์ ปัจจุบันได้รับการบูรณะและนำมาจัดแสดงไว้ที่ลอบบี้ โรงแรมดุสิตธานี

 

“คนแรกเป็นผู้หญิงชื่อ เพลงสกุณ เพราะตอนเกิดได้ยินเสียงนกร้องจิ๊บๆ มีชื่อเล่นว่า แรด เพราะเป็นพี่คนโตจะได้แข็งแรงบึกบึน ทำงานเป็นพยาบาลตอนนี้เกษียณแล้ว คนที่สองเป็นผู้หญิงชื่อเล่นว่า ช้าง ชื่อจริง ภาพตะวัน มีความเจิดจ้าเหมือนดวงตะวัน คนที่สามอาจารย์ประยูร อุลุชาฎะ (ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ. 2535) ตั้งให้ว่า เศรษฐี เป็นการแก้ชงเพราะตอนนั้นพ่อจน ตอนหลังเปลี่ยนเป็น กุศลมงคล ชื่อเล่นว่า เอิร์ธ ช่วงนั้นพ่อเขียนหนังสือเล่มหนึ่งชื่อเขี้ยวหมูป่า ในนั้นเขียนว่าลูกชายคนแรกของข้าชื่อแผ่นดินดอน จึงได้ชื่อว่า เอิร์ธ

คนที่สี่ กาพย์แก้ว ชื่อเล่น กระต่าย เราเป็นคนที่ห้าชื่อ นาคนิมิตร เกิดวันเดียวกับพ่อ คือ 1 ตุลาคม ได้ชื่อนี้เพราะก่อนเกิดพ่อฝันเห็นนาค ชื่อเล่นว่า ต้น มาจากต้นไม้ คนสุดท้ายแม่ตั้งให้ว่า มนสิชา ชื่อเล่นว่า เก๋

นาคนิมิตรเล่าถึงพี่น้องทั้ง 6 คนว่า ครึ่งหนึ่งเป็นเด็กสายวิทย์ อีกครึ่งหนึ่งเป็นเด็กสายศิลป์ ดังนั้นผู้ที่รับไม้ต่อทางด้านศิลปะจึงมี ภาพตะวัน กาพย์แก้ว และนาคนิมิตร

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’ จิตรกรรมฝาผนังด้านหลังพระประธานวัดเทพพล

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’ ลายเส้นเดิมที่ ‘ท่านกูฏ’ เขียนค้างไว้

ต้น-นาคนิมิตรบอกว่าพ่อไม่ให้ลูกเข้าเรียนที่คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และประติมากรรม ม.ศิลปากร เพราะมีแนวคิดต่อต้านระบบ Academic ต่อต้านการจัดอันดับ การประกวดศิลปกรรมแห่งชาติ

ภาพตะวันจึงเข้าเรียนที่คณะอักษรศาสตร์ ม.ศิลปากร และปริญญาโท Master of Visual Arts, Sydney College of Arts, University of Sydney กาพย์แก้ว เรียนคณะวิจิตรศิลป์ ม.เชียงใหม่ ส่วนนาคนิมิตรเรียนคณะมัณฑนศิลป์ ม.ศิลปากร

“เคยได้ยินตำนานเรื่องนี้ไหม” ต้น-นาคนิมิตรเริ่มเล่า “มีคน 3 คนที่ทำงานไปส่งอ.ศิลป์ (ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี)แล้วได้ศูนย์คะแนนตลอด ทั้ง 3 คน คือ ท่านกูฏ ท่านอังคาร (อังคาร กัลยาณพงศ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พ.ศ. 2532) และ อ.ประยูร อุลุชาฎะ (ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ พ.ศ. 2535) ส่งงานไปกี่ครั้งก็ได้ศูนย์คะแนน จนกระทั่งสอบไฟนอลทั้ง 3 คนยังทำงานเหมือนเดิม

คราวนี้อ.ศิลป์ให้คะแนนเต็มหนึ่งร้อย พร้อมให้เหตุผลว่ายอมให้กับความมุ่งมั่น และให้คะแนนผลงานที่แสดงออกถึงความเป็นตัวตนของศิลปิน เรียกว่ามีความเป็นอินดี้สูง ซึ่งเป็นที่มาของการเรียกขานชื่อนำหน้าว่า ‘ท่าน’

เดิมพ่อเรียนเอกประติมากรรมแต่อ.ศิลป์บอกให้ไปเขียนภาพจิตรกรรมไทยดีกว่า พ่อจึงไปศึกษาจิตรกรรมไทยที่วัดโพธิ์อยู่ 3 ปี ไปเรียนกับอ.เฟื้อ หริพิทักษ์ (ศิลปินชั้นเยี่ยมผู้ได้รับการยกย่องในฐานะครูใหญ่แห่งวงการศิลปะ)” ต้นเล่าว่าในช่วงเวลานี้เองเป็นช่วงที่ร้อนวิชาเมื่อได้รู้จักกับพระรูปหนึ่งที่วัดเทพพล จึงอาสามาวาดรูปภายในวิหาร แล้วย้ายบ้านมาอยู่ในซอยใกล้วัด แต่ทำงานได้เพียง 15 เปอร์เซ็นต์ท่านก็จากไป

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’ ภาพพุทธประวัติปางประสูติ วาดรูปพระกุมารอยู่ในครรภ์พระมารดา

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’
ผลงานจิตรกรรมภายในวิหารวัดเทพพล

“ตอนนั้นเราเรียนอยู่ม.5 งานจิตรกรรมฝาผนังที่โรงแรมอนันตรา สยาม ยังไม่ได้ติดตั้ง พี่ช้าง (ภาพตะวัน) เพิ่งเรียนจบ พี่ต่ายยังเรียนอยู่ก็มาช่วยกันหมดแบ่งหน้าที่กันทำ มีกลุ่มลูกศิษย์มาช่วยกันทำงานต่อจนสำเร็จ”

ส่วนงานจิตรกรรมที่วัดเทพพล แม้ว่าจะยังไม่แล้วเสร็จแต่ทางวัดได้เก็บรักษาผลงานเดิมเอาไว้ จนกระทั่งเมื่อ 5 ปีก่อนมีการบูรณะวิหารทางเจ้าอาวาสจึงติดต่อให้ทางทายาทเข้ามาสานต่อผลงานจิตรกรรมฝาผนัง

“สมัยก่อนพ่อใช้ทุนตัวเองจึงวาดได้ทีละเล็กละน้อย คราวนี้ทายาทมาช่วยกัน พี่เอิร์ธ (กุศลมงคล) รับหน้าที่หาทุน พี่ช้าง (ภาพตะวัน) เป็นคนเล่าเรื่อง พี่ต่าย (กาพย์แก้ว) เป็นคนสร้างงภาพ” ต้นรับหน้าที่ประสานงาน

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’ นาคนิมิตรและกาพย์แก้ว สุวรรณกูฎ

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’ วิถีชีวิตริมน้ำฝั่งธนบุรี

พี่ต่าย – กาพย์แก้ว กล่าวถึงงานสร้างภาพในครั้งนี้ว่าเป็นการเชื่อมโยงผลงานจิตรกรรมในอดีตของท่านกูฏ ที่ปรากฏในพระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ โรงแรมดุสิตธานี โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ โรงแรมอนันตรา สยาม และร้านศรีวิวัฒน์ไก่ย่าง (ใกล้กับเวทีมวยราชดำเนิน ปี 2505-2508) เข้าไว้ด้วยกัน

“พี่ช้าง (ภาพตะวัน)เป็นคนออกแบบ พยายามให้ที่นี่เป็นสถานที่เก็บผลงานของพ่อ โดยเล่าเรื่องจากชุมชนตลิ่งชันที่พ่อเคยอยู่และผูกพันกับชุมชนแถวนี้ เชื่อมเรื่องราวจากฝั่งธนบุรีไปกรุงเทพฯ จะเห็นภาพเล่าเรื่องเนื้อหาแบบที่เขียนไว้ที่โรงแรมมณเฑียร

ต่อมาเป็นภาพพุทธประวัติปางประสูติที่พ่อวาดค้างไว้ พี่ช้างเลยนำรายละเอียดที่เขียนไว้ในจิตรกรรมที่ดุสิตธานีเข้ามาแจม ถัดมาเป็นงานที่ภูพิงคราชนิเวศน์และภาพทิพย์นิยายอ่าวสยามที่เขียนไว้ที่ร้านศรีวิวัฒน์ไก่ย่างนำมาผสมผสาน ปรับโทนสีให้เข้ากัน มีส่วนที่เว้นไว้ให้เห็นงานดรออิ้งของพ่อเพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้” พี่ต่าย-กาพย์แก้วอธิบาย

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’ ภาพชีวิตริมน้ำและขบวนการละเล่นของอีสานที่ถอดแบบมาจากผลงานจิตรกรรมที่โรงแรมดุสิตธานี และร้านศรีวิวัฒน์ไก่ย่าง

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’ รายละเอียดในผลงานจิตรกรรม

18 เดือนเต็มที่เข้ามาสร้างสรรค์ผลงานของ ‘ท่านกูฏ’ที่วัดเทพพล พี่ต่าย-กาพย์แก้วกล่าวว่า

“ได้แรงบันดาลใจกลับไปคิดทำงานของตัวเองต่อได้เยอะเลย เรามาสัมผัสงานพ่อทำให้ได้เห็นพลังของสีที่เด่นชัดมากกว่าที่เคยรู้ตามทฤษฎีที่เรียนมา มันได้อารมณ์ที่กระจ่างชัดเจน 

การทำงานจิตรกรรมไทยทำให้เราเข้าใจว่าศิลปะกับศาสนาเป็นเรื่องเดียวกัน สมมุติว่าเราต้องไปเขียนเรื่องมงคล 38 ประการ ถ้าเราไม่ได้ศึกษาคงเขียนไม่ได้ ทำให้เราอินกับพระพุทธเจ้ามากขึ้น ตัวเองไม่ได้เป็นคนรักษาศีลห้าอย่างเคร่งครัด แต่เราเข้าใจในปรัชญาและความคิดมากกว่า เรื่องทางสายกลางที่เปรียบเทียบกับพิณสามสามนี่อยู่ในหัวเลย

เราเป็นคนธรรมดาที่ค่อยๆเรียนรู้ไปทีละเล็กละน้อย ก็ถือว่าตัวเองโชคดีที่ได้เกิดมาในประเทศอันสมควร

ได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี มีกัลยาณมิตรที่ดี ได้ทำงานที่อยู่กับความงาม ความเครียดมีบ้างเป็นของธรรมดาแต่พอได้มาวาดรูปแล้วสบายใจ เป็นตั้งแต่เด็กแล้วเวลาถูกตีจะมานั่งวาดรูปแล้วก็ร้องไห้”

ต้น-นาคนิมิตรกล่าวถึงผลงานจิตรกรรมฝาผนังของท่านกูฏว่า ไม่มีการตั้งชื่อ ไม่มีลายเซ็น

“พ่อไม่เคยตั้งเลยแล้วก็ไม่เซ็นชื่อด้วย มันอยู่ในความเชื่อของเขา ยิ่งงานยิ่งใหญ่กว่าส่งแค่นี้อีกโสเภณีขายแค่ร่างกายแต่พ่อขายทั้งทั้งจิตวิญญาณ ดังนั้นผลงานจึงสำคัญมากกว่าชื่อ”

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’

ผลงานจิตรกรรมฝาผนังที่วัดเทพพลเป็นการรวมผลงานท่านกูฎผ่านสายตาทายาทที่สานต่อได้เสร็จสมบูรณ์ในวันครบรอบ 100 ปีชาตกาล ‘ท่านกูฏ’ ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2568 ที่ผ่านมา

ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ที่วิหาร วัดเทพพล ถนนบางพรหม แขวงบางพรหม เขตตลิ่งชัน กทม.

นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’ นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’ นาคนิมิตร สุวรรณกูฏ ทายาทสานต่องานจิตรกรรมฝาผนัง ‘ท่านกูฏ’