พ.ศ.2569 นับเป็นครั้งที่สองที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงนำแบรนด์ SIRIVANNAVARI เข้าร่วมงาน เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Design Week 2026 (BKKDW2026)
BKKDW2026 นำเสนอแนวคิดธีม DESIGN S/O/S : Secure Domestic / Outreach Opportunities / Sustainable Future ว่าด้วยเรื่องราวแห่ง ‘การออกแบบ’ ในฐานะเครื่องมือและพลังที่จะช่วย ทำ/ให้/รอด
แบรนด์ SIRIVANNAVARI ขยายภาพแนวคิดดังกล่าวผ่านนิทรรศการชื่อ INSIDE: The Design Process of SIRIVANNAVARI เผยกระบวนการคิด ปรัชญาในงานออกแบบ ขั้นตอนการทดลอง การขัดเกลา ตลอดจนการตัดสินใจ จนกระทั่งสำเร็จเป็นชิ้นงานที่สมบูรณ์ นำจัดแสดงโชว์บนรันเวย์ในทุกฤดูกาล รวมถึงการจัดแสดงพรีเซนเทชั่นในช่วง Milan Fashion Week เวทีสัปดาห์แฟชั่นระดับโลกอย่างเป็นทางการของเมืองมิลานที่เป็นหนึ่งในเมืองแฟชั่นหลักของโลก
รติรส จุลชาต รองประธานบริษัท ไอริส 2005 จำกัด บริษัทดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับออกแบบและจำหน่าย เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย เครื่องประดับ กระเป๋า และรองเท้าสินค้าแบรนด์เนมภายใต้ชื่อแบรนด์ SIRIVANNAVARI กล่าวแนะนำนิทรรศการฯ ครั้งนี้ว่า
“ครั้งนี้เราอยากทำให้ทุกคนได้เห็นข้างในบ้านของเราจริงๆ ว่า กระบวนการออกแบบที่เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงคิดทรงออกแบบผ่านทั้งกระบวนการของความสำเร็จและล้มเหลว พระองค์ทรงอยากให้นิทรรศการนี้เปิดโอกาสให้นิสิตนักศึกษาแฟชั่นดีไซน์และบุคคลที่สนใจได้เห็นกระบวนการทำงานของคนแฟชั่นจริงๆ กว่าจะมาเป็นชิ้นงานแฟชั่นให้พวกเราได้เห็นสู่สายตาผ่านกระบวนอย่างไรมาบ้าง”
สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง ภัณฑารักษ์ กล่าวว่า นิทรรศการ INSIDE ได้รับการจัดแสดงในรูปแบบ ห้องแล็บแฟชั่น (Fashion Lab) บรรยากาศและการออกแบบพื้นที่มีความสะอาด (Clean) และเป็นระเบียบ เพื่อให้ผู้ซึ่งเดินเข้ามารู้สึกเหมือนอยู่ในห้องแล็บจริงๆ โดยมีการแบ่งองค์ประกอบ (Component) สิ่งที่นำมาจัดแสดงไว้อย่างชัดเจน
สรรพสิทธิ์ ฟุ้งเฟื่องเชวง
“ครั้งนี้นิทรรศการเน้นความเป็นวิชาการและการเรียนรู้มากขึ้น เพื่อให้เห็นว่าจากแรงบันดาลใจหนึ่งชิ้น พัฒนาไปสู่ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้อย่างไร โดยแบ่งพื้นที่จัดแสดงเป็น 3 โซน” สรรพสิทธิ์ กล่าว
โซนแรก : Design Process Lab
เผยให้เห็นถึงกระบวนการสร้างสรรค์ไอเท็มประจำคอลเลคชั่นในกลุ่มกระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ ตั้งแต่ ‘ภาพสเก็ตช์ฝีพระหัตถ์’ ซึ่งเป็นเสมือนสมุดทดลอง
ยังมี ‘สิ่งของ’ ที่เป็นแรงบันดาลใจ ต้นแบบที่ผ่านการแก้ไขและพัฒนาจนเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนขึ้น องศาหรือความห่างเพียงมิลลิเมตร เซนติเมตร แต่หมายถึงความสบายสำหรับผู้สวมใส่ หรือฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ได้เพิ่มขึ้น
ยกตัวอย่าง ตะปูตอกเกือกม้า ตอนแรกเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ทรงมีพระดำรินำตะปูมาขด-พันเป็นเครื่องประดับหู แต่สุดท้ายด้วยน้ำหนักและความเป็นไปได้ต่างๆ คลี่คลายออกมาเป็นต่างหูทรงเสี้ยว
จากภาพสเก็ตช์ฝีพระหัตถ์ ภาพหัวใจมีดวงตา พัฒนาเป็นงานเซรามิก สุดท้ายปรับเปลี่ยนเป็นงานโลหะเพื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับ
ผู้ชมจะพบคำตอบว่า สิ่งที่รอด คือการลองผิด ลองใหม่ ลองแล้วลองอีก
โซนที่สอง : DonKoi to Milan (ดอนกอย ทู มิลาน)
จากปรัชญาของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ในการผสานความเป็นไทยเข้ากับเทรนด์แฟชั่นโลก การเลือกใช้ ‘ผ้าพื้นถิ่น’ ได้รับการนำเข้ามาเป็นตัวแทนในการบอกเล่างานฝีมือของคนไทยสู่ผู้คนทั่วโลก
จากการสำรวจผ้าพื้นถิ่นจากทุกภูมิภาค ตัวอย่างของสิ่งที่ได้รับเลือก คือ ผ้าดอนกอย หนี่งในโครงการพระราชดำริ Sustainable Fashion : แฟชั่นแห่งความยั่งยืน ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา องค์ดีไซเนอร์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ผู้ทรงยกระดับภูมิปัญญาของ กลุ่มทอผ้าย้อมครามบ้านดอนกอย อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร
ผ้าดอนกอย คือผ้าฝ้ายย้อมครามจากจากวัสดุธรรมชาติ ผู้ชมจะได้สัมผัสกับเรื่องราวของวัสดุผ้าดอนกอยอย่างใกล้ชิด ความหลากหลายของสีที่ได้จากการย้อม เนื้อสัมผัส และจังหวะการทอ แต่ละผืนมีเอกลักษณ์ที่ต่างกัน
ผืนที่ได้รับการคัดเลือกนำมาตัดเย็บเสื้อผ้า แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์จากการคัดกรองและตัดสินใจหลายต่อหลายครั้ง จนในที่สุด ‘งานศิลป์ท้องถิ่น’ ได้รับการยกระดับไปสู่เวทีสากลอย่างมิลานแฟชั่นวีค Spring/Summer 2026
รวมทั้งเป็นหนึ่งในพระราชกรณียกิจในด้านการอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน กระทั่งองค์การยูเนสโก (UNESCO) ทูลเกล้าฯ ถวาย เหรียญเชิดชูพระเกียรติ ในปีที่ผ่านมา ซึ่งในนิทรรศการฯ จัดแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนในรูปแบบโฮโลแกรม
นิทรรศการโซนนี้ทำให้เห็นว่า สิ่งที่รอด ไม่ได้เกิดขึ้นทันที แต่คือสิ่งที่เดินทางมาไกล
โซนที่สาม : Atelier IRIS (อาเตอลิเย ไอริส)
โซนนี้พาผู้ชมไปทำความรู้จักกับปรัชญาแห่งงานสร้างสรรค์ IRIS Jacket ซิกเนเจอร์ไอเท็มแห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI มีเอกลักษณ์ด้วยซิลูเอ็ตที่ได้แรงบันดาลใจจากแจ๊คเก็ตทหาร (Military Jacket) ประกอบด้วยไหล่ที่ตั้ง เน้นสรีระช่วงเอว และสะโพกที่ผายออก ซึ่งปรากฏในทุกคอลเลกชัน แต่สามารถดัดแปลงและเพิ่มเติมองค์ประกอบที่หลากหลาย
IRIS Jacket รายละเอียดเอวแบบคอร์เซต
อาทิ งานปักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากหัตถศิลป์อินเดียเพิ่มพื้นผิวและรายละเอียดให้โครงสร้างเดิม, การนำเฝือกเหล็กของ ฟรีดา คาห์โล มาดัดแปลงเป็นคอร์เซต ช่วยเน้นสัดส่วนลำตัวให้กระชับ ทำให้ฟอร์มของ IRIS ดูชัดและเข้ารูปมากขึ้น
ฟรีดา คาห์โล เป็นจิตรกรหญิงชื่อดังของเม็กซิโก ประสบอุบัติเหตุกระดูกเชิงกรานหักในปี 1925 ทำให้เธอต้องใส่เครื่องรัดตัวตลอดชีวิต ผลงานศิลปะและตัวเธอเป็นสัญลักษณ์ของจิตใจอันเข้มแข็งของสตรี
รวมทั้ง IRIS Jacket สปริง/ซัมเมอร์ 2026 ตัดเย็บจากผ้าทอดอนกอยที่มีความบางเบาขึ้น พร้อมดึงสัญลักษณ์คลื่นทะเลมาปรับใช้ในช่วงเอวเสื้อ ปกแจ๊คเก็ตได้แรงบันดาลใจจากปกเสื้อกะลาสี นำมาย่อและปรับให้เข้ากับแจ๊คเก็ต
ชี้ให้เห็นว่า IRIS Jacket มิใช่แจ๊คเก็ตเพียงหนึ่งรูปแบบ แต่คือรูปทรงที่พัฒนาและเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เพราะ สิ่งที่รอด คือสิ่งที่กลายเป็น ‘ซิกเนเจอร์’
เชิญร่วมค้นหาและชื่นชม ‘สิ่งที่รอด’ ในนิทรรศการ INSIDE: The Design Process of SIRIVANNAVARI ณ บ้านเลขที่ 1 ซอยเจริญกรุง 30 ในช่วง Bangkok Design Week 2026 เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม - 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 11.00 -20.00 น. และวันศุกร์ - อาทิตย์ เปิดให้เข้าชมถึงเวลา 22.00 น.
Credit photo: แบรนด์ SIRIVANNAVARI





