ปีนี้ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ หรือ Bangkok Design Week 2026 (BKKDW2026) มีงานศิลปะจัดวางสื่อผสมที่สร้างขึ้นโดยมี ‘ดอกไม้’ เป็นองค์ประกอบ ตั้งอยู่ใน โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โรงเรียนชายล้วนย่านชุมชน ‘ปากคลองตลาด’ ตลาดขายส่งขายปลีกดอกไม้ชื่อดังของกรุงเทพฯ
เด็กนักเรียน 33 คน ช่วยกันตั้งชื่อผลงานชิ้นนี้ว่า Blooming Together ความงามในความต่าง เป็นชิ้นงานที่มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถานศึกษากับชุมชนในพื้นที่
อติพล สุกฤษฎานนท์
“แนวคิดการเชื่อมโยงระหว่างนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยกับชุมชนปากคลองตลาด มีจุดเริ่มต้นจากการเปิดโรงเรียนให้เชื่อมต่อกับพื้นที่และผู้คนผ่าน ‘วิชาศักยภาพพลเมืองโลก’ ของนักเรียนแผนการเรียนอักษรศาสตร์ โดยมีการร่วมมือกันของนักเรียนหลายชั้นปีเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวความผูกพันและแนวทางการอยู่ร่วมกันในอนาคต” อติพล สุกฤษฎานนท์ ครูโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์กับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’
นักเรียนชั้น ม.5 ธันยธร อชรางกูร ผู้บรรยายและนำชมกล่าวว่า ผลงานชิ้นนี้ใช้ ดอกไม้ เป็นตัวแทนของนักเรียนสวนกุหลาบฯ ที่มีความหลากหลายและการเติบโตที่แตกต่างกัน ส่วน ตะกร้า หรือภาชนะใส่ดอกไม้เปรียบเสมือนชุมชนปากคลองตลาด เมื่อนำความหลากหลายเหล่านั้นมารวมกันจะเกิดเป็นความสวยงาม สะท้อนถึงการเติบโตอยู่ร่วมกันระหว่างโรงเรียนและชุมชน
นอกจากได้ชมศิลปกรรมสื่อผสม เรายังได้ชมอาคารที่มีความงามของสถาปัตยกรรมยุโรปแบบนีโอคลาสสิกที่นิยมสร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพราะผลงานชิ้นนี้จัดวางอยู่หน้า ตึกยาว หรือ ‘ตึกสวนกุหลาบ’ อาคารที่เปรียบเสมือนหัวใจและสัญลักษณ์ของโรงเรียน
ตึกยาว เป็นอาคารเรียนหลังแรกของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สร้างขึ้นในปี 2454 ถือเป็นอาคารเรียนที่ยาวที่สุดในประเทศไทยด้วยความยาว 198.35 เมตร ได้รับการบูรณะซ่อมแซมตลอดมาเพื่อคงสภาพเดิม
สมาคมสถาปนิกสยาม ยกย่อง ‘ตึกยาว’ เป็น อาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี พ.ศ.2543
ขณะที่กรมศิลปากรขึ้นทะเบียน ‘ตึกยาว’ เป็น โบราณสถาน ในวาระที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยมีอายุครบรอบ 120 ปี เมื่อพ.ศ.2545
นอกจากนี้ นักเรียนชั้น ม.2 และ ม.4 ยังได้เสนอแนวคิด Future Co-Living เช่นปรับปรุง พื้นที่สามเหลี่ยมในปากคลองตลาด ที่เดิมใช้เพียงจอดรถ ให้กลายเป็น Eco Concrete Field สนามคอนกรีตที่ดูดซับคาร์บอนและคายออกซิเจนได้ และ Stress Garden เพื่อเป็นพื้นที่สาธารณะและสร้างอากาศบริสุทธิ์ให้ชุมชน
มีการนำ ขยะที่พบในชุมชน มาสร้างเป็นงานศิลปะร่วมกับดอกไม้เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวก และ จำลองเสียงหรือข้อความ ผ่านตัวการ์ตูนเพื่อสื่อสารถึงสิ่งที่ธรรมชาติหรือสิ่งของในปากคลองตลาดอยากบอกกับผู้คน
เด็กนักเรียนยังใช้ กลิ่นสะท้อนความผูกพันของคนแต่ละวัย มีการออกแบบกลิ่นน้ำหอม 3 กลิ่น เพื่อแทนความรู้สึกและการใช้ชีวิตของคน 3 Generation ในพื้นที่ปากคลองตลาด
ลองไปค้นหาคำตอบ น้องๆ ใช้กลิ่นอะไรเป็นตัวแทน Gen X กลุ่มเจ้าของพื้นที่และผู้ประกอบการทางเศรษฐกิจ, Gen Y กลุ่มที่เน้นการมาท่องเที่ยวและถ่ายภาพลงสื่อสังคมออนไลน์, Gen Z กลุ่มนักเรียนในย่านนั้นที่ใช้ชีวิตผ่านการเดินทาง (เช่น MRT) แต่อาจยังไม่ได้มีกิจกรรมร่วมกับพื้นที่ตลาดมากนัก
“การที่นักเรียนได้ลงพื้นที่ทำวิจัยและเกิดความกังวลเรื่องการส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่นในปากคลองตลาด จึงเกิดเป็นแนวคิด SOS หรือการรอดไปด้วยกัน ซึ่งเป็นธีมของบางกอกดีไซน์วีคปีนี้ โดยอยากเห็นลูกหลานของเจ้าของกิจการเดิมกลับมาสืบทอดธุรกิจ เพื่อให้ชุมชนปากคลองตลาดยังคงขับเคลื่อนต่อไปได้” ครูอติพล กล่าว
เชิญชวนไปร่วมดูดซับพลังงานบวก เรียนรู้วิถีชุมชน และเห็นภาพอนาคตของเมืองผ่านสายตาของเหล่านักเรียนที่ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย วันที่ 29 ม.ค.-8 ก.พ.2569 เวลา 17.00-20.00 น.





