เมื่อเด็กเริ่มต้นสำรวจ ศิลปะ และกระบวนการสร้างสรรค์ผลงาน ผลลัพธ์ก็จะแตกต่างกันไป ในขณะที่เด็กบางคนฝึกวาดสิ่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งผลงานนั้นเริ่มเป็นรูปเป็นร่างที่มองออก หรือถึงขั้นกลายเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยม
แต่ก็มีเด็กอีกจำนวนหนึ่งสามารถสร้างสรรค์ ‘สิ่งน่าทึ่ง’ ด้วยสมาธิและความสนใจของตนเอง ที่ในที่สุดอาจเห็นว่าเป็น ‘พรสวรรค์ตามธรรมชาติ’ ซึ่งเกิดขึ้นอย่างเป็นอิสระโดยไม่ต้องมีการกระตุ้นจากครูหรือพ่อแม่
หนึ่งในนั้นคือ น้องกรณ์ หรือเด็กชาย ธนณ์กรร์ วัฒนศิริธรรม เจ้าของ Ghone Atelier (กรณ์สตูดิโอ) ในวัยเพียง 3 ขวบ
น้องกรณ์สร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่เปี่ยมไปด้วยพลังอย่างมีเอกลักษณ์ผ่านสีสันบนผืนผ้าใบที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวเอง และกำลังได้รับความสนใจจากภัณฑารักษ์ แกลลอรีศิลปะจากต่างประเทศ รวมถึงนักสะสมและผู้ชื่นชอบศิลปะทั้งในและต่างประเทศที่เริ่มทยอยสะสมผลงานของศิลปินรุ่นจิ๋วชาวไทยตัวน้อยคนนี้
ปี 2568 มีผู้สะสมผลงานศิลปะของน้องกรณ์ 17 ชิ้นงาน จัดแสดงนิทรรศการเดี่ยว 3 ครั้ง ร่วมแสดงผลงานกลุ่ม 2 ครั้งในต่างประเทศ ทำผลงานร่วมกับศิลปินทั้งในและต่างประเทศ 3 ชิ้น ได้รับ 4 รางวัลระดับนานาชาติ
“กัสไม่เคยพูดเลยว่าน้องเป็นเด็กอัจฉริยะ เพราะเขาแค่เล่นสี เกิดจากจิตของเขาเอง เรา(กัสกับสามี)ไม่เคยบังคับให้วาด (paint) น้องตื่นนอนมาก็ขอ paint เอง ถ้าไม่วาดก็เล่นเหมือนเด็กทั่วไป ชอบของเล่นรถไฟมากเป็นพิเศษ” กัส ศรัณย์ณพัชร วัฒนศิริธรรม คุณแม่น้องกรณ์ ซึ่งสำเร็จการศึกษาด้านวิศวะการเงินจากประเทศอังกฤษ (สามีสำเร็จการศึกษาด้านวิศวะจากสหรัฐอเมริกา) ให้สัมภาษณ์กับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ ในงานแสดงนิทรรศการศิลปะเดี่ยว Colors World ของน้องกรณ์ เกือบ 20 ภาพ ณ Arts Way ไอคอนสยาม
โดยมี 5 ผลงานที่นำออกประมูล รายได้ 50% หลังหักค่าใช้จ่ายนำไปบริจาคเพื่อฟื้นฟูหลังประสบอุทกภัยให้กับโรงเรียนวัดโรง (ขาวประชาสรรค์) ต.โรง อ.กระแสสินธุ์ จ.สงขลา และโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป
จุดเริ่มต้นและพลังแห่งสมาธิ
คุณแม่ของศิลปินตัวน้อยเล่าว่า น้องกรณ์เริ่มสัมผัสกับ สีเทียน ตั้งแต่อายุ 6 เดือน โดยมีความผูกพันกับสีมากถึงขั้นนำไปนอนด้วย
“ตอนน้องอายุ 6 เดือน ไม่เคยนำสิ่งของใดๆ เข้าปากเหมือนเด็กวัยเดียวกัน กัสก็เลยพาน้องไปหาหมอ คุณหมอให้ ‘สีเทียน’ กับน้อง พอน้องได้จับสีเทียนก็คือไม่ปล่อย เอาไปนอนด้วย กัสเอาออกคือร้องไห้ ก็เลยปล่อยให้ระบายสีเทียนบนกระดาษเอสี่อยู่ที่บ้าน น้องก็ระบายสีไปเรื่อยๆ 2-3 ชั่วโมง”
พอน้องกรณ์อายุครบ 1 ขวบ คุณแม่จึงพาไป Play Group ที่โรงเรียนโชรส์เบอรี (Shrewsbury International School Bangkok) คุณครูได้ตั้งข้อสังเกตว่าน้องมีสมาธิผิดปกติ (Abnormal) เนื่องจากเด็กวัยต่ำกว่า 4-5 ขวบทั่วไปจะมีสมาธิเพียง 5-10 นาที แต่น้องกรณ์สามารถนั่งระบายสีได้นานถึง 40 นาที จนถึง 2-3 ชั่วโมง
“พอได้ยินแบบนั้น สิ่งแรกที่ทำคือพาน้องไปหาคุณหมอปิยะรัตน์ (เลิศบรรณพงษ์) คุณหมอยืนยันว่าน้องปกติทุกอย่าง แต่เป็นเด็กที่ฉลาดและมีสมาธิดีมาก แล้วน้องน่าจะชอบสีมาก"
พฤติกรรมของน้องกรณ์เปรียบเสมือน ‘นักวิ่งมาราธอนที่ลงไปวิ่งในสนามของเด็กหัดเดิน’ ขณะที่เด็กคนอื่นๆ อาจจะวิ่งเล่นเพียงชั่วครู่แล้วเหนื่อยหันไปสนใจสิ่งอื่น แต่น้องกลับมีความอึดและตั้งมั่นในการทำสิ่งที่ตัวเองชอบได้ยาวนานจนคนรอบข้างรู้สึกประหลาดใจ
หลังจากนั้นคุณแม่จึงพาน้องกรณ์ไปเช่าเวลาวาดรูปตามสตูดิโอศิลปะ วันแรกน้องกรณ์ใช้เวลาระบายสีไป 3 ชั่วโมง หลายครั้งเข้าคุณแม่สู้ค่าใช้จ่ายไม่ไหวจึงซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับการระบายสีมาไว้ที่บ้าน
สไตล์การสร้างผลงานและเทคนิคเฉพาะตัว
“พอซื้ออุปกรณ์มาที่บ้านเท่านั้นแหละ บรรเจิดค่ะ ก่อนหน้านี้น้องใช้มือจุ่มสีระบาย ทีนี้เอาของเล่นรอบตัวมาจุ่มสีระบายลงบนเฟรม ใช้เป็นอุปกรณ์สร้างลวดลาย เช่น รถของเล่น ผักพลาสติก เลโก้ ไม้กวาดของเล่น” คุณแม่กัสกล่าว
น้องกรณ์สร้างงานศิลปะด้วยสีอะคริลิคเป็นหลัก เริ่มใช้สีเมจิกบ้าง และสีที่มีส่วนผสมของกลิตเตอร์
ลักษณะผลงานมีเลเยอร์สีที่หนามาก (Impasto) เนื่องจากน้องกรณ์ชอบบีบสีทั้งหลอดโดยไม่ผสมน้ำ และมีความสามารถในการผสมสีเอง เช่น การผสมสีม่วง และรู้จักชื่อสีที่ซับซ้อนอย่างสีเทอร์คอยซ์ (Turquoise) จากการดู YouTube
คุณแม่กัสกล่าวว่า ผลงานระบายสีของน้องกรณ์ส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสิ่งที่เขาสนใจและสิ่งที่อยู่รอบตัวในขณะนั้น มักเปลี่ยนไปตามอารมณ์และความชอบในแต่ละช่วงเวลา พอจะจำแนกแรงบันดาลใจหลักได้ดังนี้
- ปรากฏการณ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม: เช่น ท้องทะเล (Ocean) น้องกรณ์จึงใช้ตัวปั๊มยางรูปหมึก และเลโก้สร้างเป็นรูปปะการัง นอกจากนี้ยังมีเรื่องของแผ่นดินไหวและภูเขาไฟระเบิด ซึ่งน้องจินตนาการเมื่อลาวาแห้งแล้วจะกลายเป็นทองตามที่เห็นในหนังสือภาษาอังกฤษ รวมถึงเรื่องแสงออโรร่า (Aurora) ที่น้องชื่นชอบและจำมาจาก YouTube สร้างสรรค์เป็นภาพชื่อ Aurora Waterfall
- สัตว์และสิ่งมีชีวิต: เช่น ไดโนเสาร์จากภาพยนตร์เรื่องจูราสสิก และตุ๊กตุ่นไดโนเสาร์สีแดงที่มีอยู่เพียงตัวเดียวที่บ้าน น้องกรณ์สร้างสรรค์ออกมาเป็นภาพ Jurassic Bloom in Golden Time
- สื่อการเรียนรู้และโซเชียลมีเดีย: YouTube เป็นแหล่งแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้น้องกรณ์รู้จักการผสมสี และรู้จักชื่อสีที่ซับซ้อน รวมถึงจดจำภาพจากต่างประเทศมาสร้างสรรค์งาน
- บุคคลและสิ่งของรอบตัว: บางครั้งแรงบันดาลใจเกิดจากความต้องการของคนรอบข้าง เช่น คุณหมอปิยะรัตน์ที่ดูแลน้องอยากได้ภาพสีพาสเทล น้องกรณ์จึงนำสีพาสเทลมาปาดเป็นภาพผลงานที่ตั้งชื่อว่า Pastel Earth
มุมมองการเลี้ยงดูของแม่และศิลปินอาชีพ
คุณแม่กัสกล่าวว่า เน้นการเลี้ยงดูแบบไม่บังคับ (Force) ครั้งแรกคิดว่าหากน้องกรณ์ต้องการเดินไปให้สุดทางบนเส้นทางสายนี้ น่าจะได้รับคำแนะนำจากครูสอนศิลปะ เนื่องจากตนเองสอนลูกได้เพียงให้เรียกชื่อสี แต่เมื่อลูกสนใจอุปกรณ์ศิลปะชิ้นอื่น เช่น เกรียง คุณแม่จนคำตอบ ทำให้น้องกรณ์ไม่แตะอุปกรณ์ชิ้นนี้อีกเลย
คุณแม่กัสไม่อยากให้เกิดความรู้สึกเช่นนั้นขึ้นอีก จึงพยายามหาครูสอนศิลปะมาแล้วถึง 6 คนแต่ไม่สำเร็จ เพราะน้องไม่ชอบให้ใครมาตีกรอบความคิด เช่น การบังคับว่าท้องฟ้าต้องเป็นสีฟ้า
ขณะเดียวกันศิลปินมืออาชีพก็แนะนำว่า เด็กเล็กขนาดนี้ยังไม่ควรจำกัดความคิดและความเป็นอิสระ ควรปล่อยให้น้องได้เล่นไปตามสิ่งที่เขามีจินตนาการไปก่อน
"เดิมทีคุณพ่อคุณแม่อยากให้พี่เป้ช่วย ‘สอน’ ศิลปะให้น้อง แต่พี่เป้ปฏิเสธที่จะสอนตามทฤษฎี เพราะมองว่าเด็กวัย 3 ขวบยังไม่เข้าใจเรื่องทฤษฎีศิลปะ จึงเสนอให้ ‘มาเล่น’ กับสีในสตูดิโอแทนเพื่อให้เด็กได้ปล่อยอารมณ์อย่างเต็มที่" เป้ ดาหลา (จิรวัฒน์ ตันสุริยวงศ์) ศิลปินผู้มีประสบการณ์สร้างงานศิลปะกว่า 20 ปี โดยเฉพาะด้านการวาดภาพดอกไม้ กล่าวถึงการได้พบกับน้องกรณ์
เป้ ดาหลา กล่าวว่า ผลงานของน้องกรณ์มีลักษณะเป็นแนว Abstract (ศิลปะนามธรรม) หรือบางชิ้นเป็น Semi-abstract ซึ่งเกิดจากความรู้สึกตามวัยของเด็กโดยไม่มีการปรุงแต่ง
“แต่ยังไม่ควรตีกรอบหรือปิดกั้นความคิดของเด็กด้วยคำจำกัดความของแนวศิลปะ เพราะคุณค่าของงานน้องมาจาก ‘ความบริสุทธิ์จากภายใน’ ต่างจากศิลปินรุ่นใหญ่ที่มักจะมีการปรุงแต่งในผลงาน”
ในนิทรรศการนี้ เป้ ดาหลา และน้องกรณ์ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะร่วมกันเพื่อการประมูลในชื่อภาพ Colourful Tree โดยพี่เป้ดูเรื่องจังหวะสีและโครงสร้าง ส่วนน้องกรณ์เข้ามาเล่นและขยับทำในส่วนต่าง ๆ ตามความสนุก
“วิธีการทำงานคือไม่มีการบังคับ พี่เป้ปล่อยให้น้องสนุกกับสีอย่างอิสระ มีการใช้เทคนิค เช่น การหยดสี และน้องกรณ์มีเอกลักษณ์คือการใช้ตัวปั๊มเป็นลายเซ็นของตัวเองในภาพ”
ฐานรัตน์ อัศวศิรโยธิน เจ้าของโรงเรียนศิลปะ Artvorm Advisory Studio เป็นอีกผู้หนึ่งซึ่งมีผลงานประมูลคอลแล็บส์กับน้องกรณ์ภายใต้ชื่อภาพ Space Splash กล่าวว่า ผลงานที่ออกมาเป็น “ของน้อง ล้วน ๆ” โดยใช้มือจุ่มสีแล้วสาดเล่น
บทบาทของตนคือการเป็นผู้ให้คำแนะนำ (Guidance) เช่น แนะนำให้ลงพื้นหลังสีดำ หรือช่วยเตรียมอุปกรณ์และสอนเทคนิคการผสมสี น้องกรณ์ถือเป็นลูกศิษย์ที่มีอายุน้อยที่สุดที่เคยสอนและร่วมงานด้วย ปกติรับสอนน้องๆ อายุ 15 ปีขึ้นไปที่สนใจเดินทางไปศึกษาต่อด้านศิลปะในต่างประเทศ
"ผลงานของน้องเปลี่ยนไปตามอารมณ์ (Mood) และประสบการณ์ ซึ่งในอนาคตจินตนาการของน้องจะมีมิติที่ลึกซึ้งและหลากหลายสไตล์มากขึ้นตามการเติบโต" ฐานรัตน์ กล่าว
เพจ Ghone Atelier
สำหรับการเปิด เพจ Ghone Atelier และการขายภาพ คุณแม่กัสกล่าวว่าเกิดจากการที่น้องกรณ์โตขึ้นทุกวัน คุณแม่เริ่มไปต่อไม่ได้กับคำถามของน้องเกี่ยวกับศิลปะ จึงเปิดเพจเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ประกอบกับในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา น้องกรณ์ทำงานศิลปะออกมาจำนวนมาก จำเป็นต้องระบายผลงานที่มีมากกว่า 60 ชิ้นซึ่งที่บ้านไม่มีที่พอจะเก็บแล้ว รายได้ทั้งหมดจะเก็บเข้าบัญชีของน้องกรณ์โดยเฉพาะ ไม่นำมาใช้หมุนเวียนในครอบครัว
“น้องกรณ์รักผลงานของเขาทุกชิ้น และดีใจมากทุกครั้งที่มีคนซื้อ เขาจะบอกว่า ‘รูปที่เขาระบาย มีบ้านแล้ว’ เพราะที่บ้านไม่มีกำแพงจะติดภาพแล้ว ต้องเก็บรูปไว้ในห้อง ตอนเอารูปไปส่งให้ลูกค้า เขาจะบอกว่า ‘อยู่บ้านนี้ก่อนนะ เดี๋ยวมาหา’
ช่วงเวลาที่น้องมีความสุขที่สุดคือตอนที่ผลงานของเขาถูกนำไปจัดแสดงในแกลลอรี เพราะผลงานของเขา..ได้ขึ้นกำแพงจริงๆ” คุณแม่กัสเล่า
ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2568 น้องกรณ์ได้รับ รางวัล Luxembourg Art Prize จัดโดยพิพิธภัณฑ์เอกชน Pinacothèque ในประเทศลักเซมเบิร์ก โดยเป็น 1 ในศิลปิน 400 กว่าคนที่ได้รับการยกย่องในเรื่องการใช้สี แม้จะต้องแข่งขันกับศิลปินรุ่นใหญ่
เดือนเมษายน 2569 ที่จะถึงนี้ น้องกรณ์ได้รับเชิญให้ไปจัดงาน Solo Art ที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี ซึ่งอาจจะเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับโอกาสนี้ โดยจะมีการแสดงผลงานประมาณ 8-10 รูป และได้ร่วมทำงานกับศิลปินแนว Abstract ชาวเยอรมัน
ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการจัดการเรื่องสัญญาซื้อขายภาพตามกฎหมายยุโรป ซึ่งมีการคุ้มครองส่วนต่างมูลค่าเพิ่มของภาพย้อนหลังให้ศิลปินเป็นเวลา 10 ปี
กล่าวได้หรือไม่ พรสวรรค์ของน้องกรณ์เปรียบเสมือน “ต้นไม้ที่เติบโตอย่างอิสระในดินที่อุดมสมบูรณ์” โดยคุณแม่ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้พรวนดินและให้ปุ๋ย (สนับสนุนอุปกรณ์และโอกาส) แต่ไม่ได้ดัดกิ่งก้าน (ไม่บังคับทิศทางศิลปะ) ทำให้ต้นไม้ต้นนี้สามารถผลิผลงานที่สวยงามและแปลกใหม่
จนเป็นที่ยอมรับของโลกได้ด้วยตัวของตนเอง





