วันพุธ ที่ 4 มีนาคม 2569

Login
Login

ชุดไทยพระราชนิยม ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง

ชุดไทยพระราชนิยม  ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง

ชุดไทยพระราชนิยม เป็นผลงานทรงออกแบบในพระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในปีพ.ศ.2503 ขณะทรงดำรงพระราชอิสริยยศ ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ’

ในปีนั้น สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงมีหมายกำหนดการโดยเสด็จ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9) ไปทรงเยือนประเทศสหรัฐอเมริกา และ 15 ประเทศในทวีปยุโรป เพื่อเจริญสัมพันธไมตรีและเพื่อประกาศให้ชาวโลกได้รู้จักประเทศไทยดีขึ้น ซึ่งเป็นช่วงเวลาฟื้นฟูหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ชุดไทยพระราชนิยม  ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง งานเสวนา ‘แนวทางการส่งเสริมและรักษาชุดไทย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน’

“ถ้าเราไปอ่านบันทึกสมัยรัชกาลที่ 5 หรือในยุคปัจจุบันก็เหมือนกัน จะมีระเบียบการแต่งกายของประมุขแต่ละประเทศ เช่นจะต้องทรงชุดอะไร ทรงสูท ทรงเครื่องแบบแม่ทัพบก แม่ทัพเรือ หรือประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นระเบียบของฝ่ายบุรุษ

แต่ฝ่ายสตรีหรือ ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ’ ที่จะตามเสด็จในยุคเมื่อ 70-80 ปีที่แล้ว ไทยไม่มีระเบียบแบบแผนการแต่งกาย และชุดที่แสดงอัตลักษณ์ของสตรีประจำชาติในยุคนั้นเรายังไม่มี ส่วนใหญ่อาศัยเครื่องแต่งกายตามแบบยุโรป เช่นใส่สูท แจ๊คเก็ต มีการสวมหมวก” 

ดร.สุรัตน์ จงดา ผู้ช่วยอธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ให้สัมภาษณ์กับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ ในงานเสวนา ‘แนวทางการส่งเสริมและรักษาชุดไทย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน’ ณ อาคารอเนกประสงค์ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568

ชุดไทยพระราชนิยม  ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระวิสัยทัศน์กว้างไกล ทรงเห็นว่าบางประเทศมีเครื่องแต่งกายสตรีที่แสดงอัตลักษณ์ชาติชัดเจน เช่น ญี่ปุ่นมีกิโมโน เกาหลีมีชุดฮันบก สตรีอินเดียมีส่าหรี 

พระองค์ทรงตระหนักว่า การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนั้นถือเป็นการตามเสด็จทางราชการครั้งสำคัญและครั้งใหม่ในฐานะสมเด็จพระบรมราชินีนาถแห่งราชอาณาจักรไทย

การปรากฏพระองค์ในฐานะดังกล่าว เปรียบเสมือนตัวแทนของสตรีไทยทั้งชาติ ดังนั้น พระองค์จึงทรงเตรียมพระองค์ให้พร้อมในทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเตรียมฉลองพระองค์ให้เหมาะสมกับทุกโอกาส

ทั้งยังทรงมีพระราชประสงค์ที่จะทรงทั้ง ฉลองพระองค์ชุดไทย ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ไทยอย่างแท้จริง เพื่อถ่ายทอดมรดกวัฒนธรรมอันดีงามของไทยให้ชาวโลกได้ประจักษ์ และ ฉลองพระองค์แบบสากล เพื่อให้เหมาะสมกับงานพิธีแบบตะวันตก สถานที่ราชการ และสถานที่หลายลักษณะที่ต้องเสด็จไปทรงประกอบพระราชกรณียกิจ ณ ต่างแดน รวมถึงสภาพภูมิอากาศ

จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้นักวิชาการค้นคว้าประวัติศาสตร์ธรรมเนียมการแต่งกายของสตรีไทยแต่โบราณ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คุณข้าหลวงและนางสนองพระโอษฐ์ช่วยกันนำรายละเอียดมาออกแบบตัดเย็บ ‘ฉลองพระองค์ชุดไทย’ แบบต่างๆ และ ‘เครื่องประดับ’ ให้เหมาะสมตามธรรมเนียมและโอกาสต่างๆ ระหว่างเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศเป็นทางการครั้งนั้น

แต่เนื่องจากช่างไทยสมัยนั้นยังไม่มีความเชี่ยวชาญในการตัดชุดหรือเครื่องแต่งกายแบบตะวันตก สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นาย ปิแอร์ บัลแมง (Pierre Balmain) นักออกแบบชาวฝรั่งเศสผู้มีชื่อเสียง เป็นผู้ดูแลการออกแบบตัดเย็บและให้คำแนะนำเรื่องการแต่งกายตามธรรมเนียม และนาย ฟรองซัวส์ เลอซาจ (Francois Lesage) ช่างฝีมือในการปักเสื้อชื่อดังของฝรั่งเศส เป็นผู้ดูแลงานปักฉลองพระองค์ โดยโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์สำหรับการจัดเตรียมฉลองพระองค์ทั้งหมด

ชุดไทยพระราชนิยม  ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง

สมเด็จพระราชินีอิงกริดแห่งเดนมาร์ก และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในฉลองพระองค์ชุดไทยศิวาลัย

ชุดไทยพระราชนิยม  ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง พระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฉลองพระองค์ชุดไทยแบบต่างๆ บนปกนิตยสารดังจากทั่วโลก ต่างชื่นชมยกย่องทรงเป็น 'พระราชินีผู้มีสิริโฉมงดงามและแต่งงายงดงามที่สุดในโลก'

ฉลองพระองค์ที่ ปิแอร์ บัลแมง และคณะทำงานทูลเกล้าฯ ถวายสำหรับการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกาและประเทศในทวีปยุโรปครั้งนั้น มีความงดงามและสมพระเกียรติเป็นอย่างยิ่ง

สื่อมวลชนและชาวต่างประเทศให้ความสนใจและชื่นชมพระสิริโฉมของ ‘สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ’ เป็นอย่างมาก บรรดาผู้เชี่ยวชาญการออกแบบเครื่องแต่งกายสตรีของโลกต่างเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมราชินีของประเทศไทยเวลานั้น อาทิ

  • International Best Dressed List Hall of Fame in 1960 (1 ใน 10 สตรีแต่งกายงามที่สุดในโลก พ.ศ.2503)
  • The 1964 list of the world's best dressed (สตรีแต่งกายงดงามที่สุดในโลกปี พ.ศ.2507)
  • 12 the World's Best-Dressed Women Hall of Fame1965 in New York (หอแห่งเกียรติคุณ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา จารึกพระนามาภิไธยในฐานะทรงเป็น 1 ใน 12 สุภาพสตรีแต่งกายงามที่สุดในโลก พ.ศ.2508)

ชุดไทยพระราชนิยม  ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง ฉลองพระองค์แบบสากล

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงแนะนำให้เพิ่มเติมและปรับปรุงฉลองพระองค์ชุดไทยแบบต่างๆ ที่ทรงในระหว่างเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอย่างเป็นทางการในครั้งนั้น กลายเป็นต้นแบบชุดประจำชาติไทยสำหรับสตรี เป็นที่รู้จักกันดีภายหลังในชื่อ ชุดไทยพระราชนิยม มีทั้งหมด 8 แบบในเวลาต่อมา

ซึ่งพระองค์ทรงสวมใส่ในโอกาสต่างๆ ทั้งในประเทศและระหว่างเสด็จฯ ทรงประกอบพระราชกรณียกิจต่างประเทศ จนเป็นที่รู้จักและชื่นชมทั้งในประเทศและนานาชาติ

ชุดไทยพระราชนิยม ทั้ง 8 แบบ ยังมี ชื่อประจำชุด ที่มีความสุนทรีย์ทางภาษาและแสดงเอกลักษณ์ชาติไทยอย่างชัดเจนดังนี้

  • ชุดไทยเรือนต้น
  • ชุดไทยจักรี
  • ชุดไทยจักรพรรดิ
  • ชุดไทยอมรินทร์
  • ชุดไทยศิวาลัย
  • ชุดไทยบรมพิมาน
  • ชุดไทยจิตรลดา
  • ชุดไทยดุสิต

ชุดไทยพระราชนิยม  ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง ชุดไทยจักรพรรดิ ชุดไทยเรือนต้น ชุดไทยดุสิต ชุดไทยจักรี

สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทรงนำพระที่นั่งองค์ต่าง ๆ ในพระบรมมหาราชวังและพระราชวังดุสิตมาเป็นแรงบันดาลพระทัยในการออกแบบ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ และพระราชทานชื่อชุดไทยทรงออกแบบนี้ตามชื่อพระตำหนักดังกล่าว ดร.สุรัตน์ จงดา กล่าวพร้อมยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า

ชุดไทยเรือนต้น ประกอบด้วยเสื้อแขนกระบอก คอเสื้อแบบชาวบ้าน นุ่งกับผ้าซิ่น ทรงตั้งชื่อชุดไทยพระราชนิยมชุดนี้ตามชื่อ พระตำหนักเรือนต้น ที่เป็นตำหนักไม้ทรงไทยแบบพื้นบ้านแบบอัตลักษณ์ไทย เราจะเห็นความเชื่อมโยงกัน และมีความเหมาะสมกับชุดแบบพื้นบ้านไทย

ชุดไทยจักรพรรดิ มาจากชื่อ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน ซึ่งเป็นชุดใหญ่ตามความหมายจักรพรรดิ คือชุดไทยชุดใหญ่สำหรับพระบรมราชินีหรือชุดไทยชั้นสูง นุ่งจีบห่มสไบ มีสะพักที่ต้องปักเย็บ มีเครื่องประดับที่เป็นเครื่องประดับชุดไทยโบราณ

ชุดไทยจักรี มาจากชื่อ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระที่นั่งองค์นี้สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 ประยุกต์ระหว่างตึกแบบตะวันตกผสมกับหลังคาแบบไทย เป็นงานร่วมสมัย ‘ชุดไทยจักรี’ ที่สมเด็จฯ ทรงออกแบบเลยเป็นชุดไทยร่วมสมัย นุ่งจีบแต่ตัดเย็บอย่างกระโปรงตะวันตก จับเดรปแบบชุดเดรปตะวันตก เปิดไหล่ข้างหนึ่งแบบห่มสไบไทย แต่จับมารวมกันแล้วปล่อยทิ้งชายสไบยาวลงมา

ชุดไทยดุสิต ทรงนำชุดไทยที่เป็นเสื้อสตรีโบราณ รัดรูป คอเว้า นำมาปักประดับแล้วนุ่งกับผ้าจีบ เหมือน พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญ

หรือแม้แต่ ชุดไทยจิตรลดา ก็มาจาก พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ตั้งอยู่ในสวนจิตรลดา พระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นสวนและนาข้าว ชุดไทยชุดนี้จึงมีลักษณะกึ่งชาวบ้านเช่นกัน สวมใส่ในโอกาสเป็นทางการได้ แต่เป็นทางการไม่เท่าชุดไทยจักรพรรดิและชุดไทยจักรี ซึ่งพระที่นั่งสององค์นี้อยู่ในพระบรมมหาราชวังจึงมีความเป็นพิธีการมากกว่า”

ชุดไทยพระราชนิยม  ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง ชุดไทยจิตรลดา ชุดไทยศิวาลัย ชุดไทยอมรินทร์ ชุดไทยบรมพิมาน

ดร.สุรัตน์ กล่าวด้วยว่า “ชุดไทยพระราชนิยมที่สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงออกแบบ เป็นต้นแบบของชุดไทยที่เราใช้ในยุคปัจจุบัน ซึ่งมีการพัฒนาไปในหลากหลายรูปแบบผ่านงานนาฏศิลป์ อุตสาหกรรมบันเทิง และการประกวดนางงามทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ เราจะเห็นว่าชุดไทยอาจไม่ได้เป็นแพทเทิร์นเป๊ะตามที่สมเด็จฯ ทรงออกมาตั้งแต่ต้น มีการยักย้ายถ่ายเท แต่ให้รู้ว่าต้นแบบล้วนมาจากชุดไทยพระราชนิยมทั้งสิ้น

สิ่งหนึ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของชุดไทยพระราชนิยม คือการตัดเย็บให้ใส่สะดวกสำหรับคนปัจจุบัน ถ้าคนไม่ชิน เราไม่สามารถจับจีบเป็นชายพกมาคาดเอวได้เหมือนคนโบราณ สมเด็จฯ ทรงออกแบบให้ติดตะขอได้เลย แล้วก็ให้รู้ว่าเป็นหน้าจีบหน้านาง”

ชุดไทยพระราชนิยม  ภูษาแห่งพระราชปณิธาน สมเด็จพระพันปีหลวง ดร.สุรัตน์ จงดา และ สาวิตรี สุวรรณสถิตย์ (ภาพเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2568)

ขณะที่ สาวิตรี สุวรรณสถิตย์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม วิทยากรในการเสวนาฯ กล่าวถึงอัตลักษณ์ความงามของชุดไทยพระราชนิยมซึ่งเกิดจากพระอัจฉริยภาพใน สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ว่า

“สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงทรงมีรสนิยมที่ดี ท่านเป็นพระธิดาของทูตในราชสำนักเซนต์เจมส์ กรุงลอน ประเทศอังกฤษ และประเทศฝรั่งเศส

ที่สำคัญพระองค์ท่านไม่ได้ทรงงานลำพัง ท่านมีที่ปรึกษานักประวัติศาสตร์ ท่านผู้หญิงและนักวิชาการที่มาดูว่าชุดต่างๆ ในอดีตที่เจ้านายผู้ใหญ่แต่งกายกันอย่างไร นำมาพัฒนาแล้วสร้างแพทเทิร์นตัดเย็บ ชุดไทยพระราชนิยมจึงมีความสง่างามสำหรับโอกาสต่างๆ และเหมาะกับสรีระคนไทย

การสร้างเสริมรสนิยมว่าชุดไหนเหมาะกับคนรูปร่างอย่างไร และเหมาะกับโอกาสใด เป็นสิ่งละเอียดอ่อนมาก

ในงานเลี้ยงของนานาชาติมีเดรสโค้ดบอกการแต่งกาย เพราะต้องการให้คนเคารพงาน แต่งกายให้เหมาะสมกับงาน เป็นเรื่องที่ต้องส่งเสริมและสอนกันว่าชุดไทยพระราชนิยม 8 แบบควรแต่งอย่างไร”

แม้เจริญพระชันษาขึ้น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังทรงพัฒนา ‘ชุดไทย’ ต่อเนื่อง อาทิ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำผ้าปาเต๊ะมาตัดเย็บเป็นชุดไทยใส่กับผ้าลูกไม้

ฉลองพระองค์ทุกองค์งามทุกช่วงพระชันษาของพระองค์ท่าน ทรงประสงค์ให้คนไทยทุกคนสามารถสวมใส่ชุดไทยที่มีความหลากหลาย พร้อมกับสืบทอดศิลปหัตถกรรมการทอผ้าของไทย