background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566

สมาคมสถาปนิกสยามฯ เปิดรายชื่อ 11 อาคารโบราณจากเหนือจรดใต้ประเทศไทย คว้า 'รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม' ประจำปี 2566 พร้อมเกณฑ์การพิจารณา

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดให้มีการพิจารณามอบ รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะเผยแพร่ข้อมูลอาคารอันทรงคุณค่าให้เป็นที่รู้จัก พร้อมกับเสริมสร้างกำลังใจให้กับผู้ครอบครองที่ได้ดูแลรักษาไว้ หรือให้มาช่วยกันรักษาอาคารที่มีคุณค่าให้คงอยู่เป็นมรดกสถาปัตยกรรมของชาติต่อไป

โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้เข้ารับพระราชทานรางวัลตั้งแต่พ.ศ.2522 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

ทั้งนี้นับตั้งแต่พ.ศ.2563 ทางสมาคมฯ ได้ ‘มองเก่าให้ใหม่’ ด้วยการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมรางวัลเป็นกำลังใจสำหรับสถาปนิกผู้ออกแบบอนุรักษ์อาคารเก่าเป็นระดับตามคุณภาพของการดำเนินการ เป็น 4 ระดับ ได้แก่

  • ระดับดีเยี่ยม
  • ระดับดีมาก
  • ระดับดี
  • ระดับสมควรได้รับการเผยแพร่

นอกจากนี้ยังเพิ่มรางวัลสำหรับ 'งานออกแบบใหม่' ในพื้นที่ของอาคารอนุรักษ์ที่ส่งเสริมการรักษาคุณค่าของมรดกสถาปัตยกรรมไว้ ตามกระแสแนวความคิดของการอนุรักษ์ เพื่อประโยชน์ในปัจจุบันอย่างยั่งยืน จึงกำหนดให้มีการแบ่งประเภทของรางวัลออกเป็น

  • ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน
  • ประเภท ข. งานออกแบบใหม่ในบริบทการอนุรักษ์
  • ประเภท ค. บุคคลหรือองค์กรอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่น

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 โครงการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ กรุงเทพฯ 

ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน
ระดับดีมาก จำนวน 2 แห่ง ได้แก่

1. โครงการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ กรุงเทพฯ
ปีที่สร้าง
: สมัยรัชกาลที่ 5

กระบวนการอนุรักษ์มีความครบถ้วน ประกอบด้วยการศึกษาประวัติความเป็นมาของพื้นที่และอาคารการศึกษาโครงสร้างและองค์ประกอบของอาคารในช่วงเวลาต่าง ๆ การสำรวจทางโบราณคดี การประเมินสภาพอาคารและเลือกเทคนิควิธีการอนุรักษ์เพื่อแก้ปัญหาความเสื่อมสภาพ 

ตลอดจนมีการปรับปรุงส่วนของอาคารเพื่อแก้ไขปัญหาการต่อเติมและการรื้อองค์ประกอบเดิมที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา การปรับปรุงนี้ช่วยฟื้นฟูความเป็นหนึ่งเดียวกันของกลุ่มอาคารประวัติศาสตร์ แก้ไขข้อจำกัดจากมูลค่าของที่ดิน รวมถึงความต้องการพื้นที่ใช้สอยและงานระบบที่เพิ่มขึ้น

นับเป็นตัวอย่างโครงการปรับประโยชน์ใช้สอยกลุ่มตึกแถวเก่าด้วยการบริหารจัดการโดยชุมชน

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 โครงการอนุรักษ์และพัฒนาพื้นที่ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ กรุงเทพฯ 

ลักษณะอาคารของ ชุมชนเลื่อนฤทธิ์ เป็นตึกแถวสูง 2 ชั้น สถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียล โครงสร้างผนังชั้นล่างเป็นกำแพงรับน้ำหนัก ก่ออิฐ โครงสร้างพื้นชั้นบนเป็นไม้ 

หลังคาทรงจั่ว เดิมเป็นไม้ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นโครงสร้างหลังคาเหล็ก มุงกระเบื้องว่าวซีเมนต์
จุดเด่นของตึกแถวชุมชนเลื่อนฤทธิ์ ตัวตึกแถวหัวมุมจะถูกตัดมุมฉากออก ประตูชั้นล่างเป็นบานเฟี้ยม เหนือประตูมีช่องระบายอากาศยาวตลอดแนว หน้าต่างเป็นบานเปิดคู่ลูกฟักไม้ ตอนบนประดับช่องลมไม้ฉลุลาย

 

2. ตึกสุวรรณวาจกกสิกิจ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กรุงเทพฯ
ปีที่สร้าง : พ.ศ.2506

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 ตึกสุวรรณวาจกกสิกิจ 

กระบวนการอนุรักษ์มีความครบถ้วน โดยมีการศึกษาประวัติความเป็นมา การประเมินสภาพอาคารเพื่อออกแบบและกำหนดวิธีการอนุรักษ์ที่เหมาะสม สามารถรักษาและซ่อมแซมองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่เสื่อมสภาพให้กลับมาใช้งานได้ คำนึงถึงการรักษาคุณค่าขององค์ประกอบที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของอาคาร 

ในขณะที่เลือกใช้โครงสร้าง งานระบบอาคาร ตลอดจนเพิ่มวัสดุใหม่เข้าไปอย่างเป็นเหตุเป็นผล สอดคล้องกับการใช้งานในปัจจุบัน

นอกจากนี้ การปรับปรุงภูมิทัศน์ช่วยให้อาคารยังคงสัดส่วนเดิม แม้จะยกระดับของอาคารให้สูงขึ้น นับเป็นแบบอย่างอันดีของการอนุรักษ์อาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในสถาบันการศึกษา

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 ตึกสุวรรณวาจกกสิกิจก่อนได้รับการบูรณะ

ตึกสุวรรณวาจกกสิกิจ เป็นหนึ่งในกลุ่มอาคารเรียนรวมของนิสิตในช่วงยุคเริ่มก่อตั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ถือเป็นอาคารเรียนขนาดใหญ่ที่สุดในเวลานั้น มีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ใต้ถุนเปิดโล่ง ชั้นบนเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ จุคนได้ประมาณ 300 คน มีบันไดทางขึ้นสองด้านเชื่อมกับระเบียงทางเดินบริเวณทิศตะวันออก

ตำแหน่งอาคารวางแบบ ‘ขวางตะวัน’ ทำให้เห็นการออกแบบที่มีองค์ประกอบของแผงกันแดดและการยื่นชายคาเพื่อป้องกันแสงแดด

โครงสร้างหลังคาเป็น โครงถักไม้ (wooden truss) พาดตลอดความกว้างของห้อง เพื่อไม่ให้มีเสาบริเวณกลางห้อง มีการเจาะช่องแสงจากด้านบนหลังคา รูปทรงหลังคาเป็นจั่วความชัน 15 องศา มุงด้วยกระเบื้องซีเมนต๋ใยหิน

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 ตึกสุวรรณวาจกกสิกิจ

แผงบังแดดทำด้วยไม้เนื้อแข็ง กรุแผ่นกระเบื้องใยหิน เพื่อช่วยบังแดดให้กับทางเดินทิศตะวันออก

ตึกสุวรรณวาจกกสิกิจ หยุดการใช้งานในปีพ.ศ.2556 เนื่องจากอาคารมีสภาพความเสียหายและทรุดโทรม เพราะขาดการดูแลรักษา

ต่อมาในปีพ.ศ.2558 คณะวิทยาศาสตร์ได้จัดทำแผนอนุรักษ์และฟื้นฟูตึกแห่งนี้ ปัจจุบันพื้นที่ชั้นล่างปรับเป็นร้านกาแฟ ส่วนพื้นที่ชั้นบนใช้เป็นหอประวัติของคณะวิทยาศาสตร์

 

ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดี
จำนวน 4 แห่ง ได้แก่

1.กุฎิหลวงพ่อทอง วัดดอนสะท้อน จังหวัดชุมพร
ปีที่สร้าง : พ.ศ.2486

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 กุฎิหลวงพ่อทอง วัดดอนสะท้อน จังหวัดชุมพร 

กุฎิหลวงพ่อทอง มีลักษณะเป็นเรือนไม้ทรงปั้นหยา 2 ชั้น มีมุขยื่นด้านหน้า คลุมด้วยหลังคาปั้นหยาเช่นกัน ชั้นล่างเป็นผนังคอนกรีตฉาบปูน เสาคอนกรีตประดับหัวเสาด้วยปูนปั้นรูปบัวแปดกลีบ เชื่อมต่อกันด้วยพนักระเบียงโดยรอบ ประดับราวลูกกรงปูน ขนาด 4 นิ้ว

ช่องทางเข้า-ออก มีเสาเตี้ยประดับหัวเม็ดกลมฝังลายกลีบบัว เหนือช่องประตู-หน้าต่างของชั้นล่างมีช่องแสงรูปโค้งประดับลวดลายไม้ฉลุ

พื้นชั้นล่างเป็นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก ปูกระเบื้องดินเผา บันไดเดินขึ้นชั้นบนเป็นผนังก่ออิฐถือปูน พื้นปูกระเบื้องดินเผา ส่วนชั้นบนเป็นไม้ทั้งหมด พื้นไม้กระดานขนาด 1x8 นิ้ว และ 1x10 นิ้ว กั้นฝาผนังไม้ขนาด ¾ x 6 นิ้ว ตีซ้อนเกล็ดตามแนวนอน

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 รายละเอียดสถาปัตยกรรม กุฎิหลวงพ่อทอง วัดดอนสะท้อน 

ระเบียงด้านหน้ามีลูกกรงไม้กลึงโดยรอบ ประตูหน้าต่างเป็นบานลูกฟักไม้ ยอดผนังโดยรอบทำเป็นช่องระบายอากาศไม้ฉลุลาย ประดับต่อเนื่องมายังเสาระเบียงด้านหน้าด้วย

กุฏิหลังนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์จากการแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของวัด จากความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพระพุทธศาสนา กระบวนการอนุรักษ์มีการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอน

โดยมีการจัดทำแบบสถาปัตยกรรม และการรักษาองค์ประกอบด้วยการซ่อมแซมตามเทคนิคและฝีมือช่างแบบดั้งเดิม ช่วยรักษาความแท้ของวัสดุและงานไม้ได้ค่อนข้างครบถ้วน

พื้นที่ภายในอาคารจัดแสดงการอยู่อาศัยแบบเดิมผสมผสานการใช้งานใหม่ในฐานะพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นได้ดี การอนุรักษ์ที่ได้ดำเนินการมาส่งผลดีต่อสังคมและชุมชนโดยรอบ

 

2.พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ‘ชุมทางประวัติศาสตร์ทุ่งสง’ จังหวัดนครศรีธรรมราช
ปีที่สร้าง : ก่อนพ.ศ.2463

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น “ชุมทางประวัติศาสตร์ทุ่งสง” จังหวัดนครศรีธรรมราช 

ประกอบด้วยอาคาร 2 หลัง สร้างโดย ‘กรมรถไฟหลวง’ อาคารหลังที่ 1 เคยเป็นอาคารขนส่งแร่และสินค้าต่างๆ อาคารหลังที่ 2 เคยเป็นที่ทำการของ 3 กิจการ คือ ธนาคารสยามกัมมาจล สาขาทุ่งสง (เปิดทำการ พ.ศ.2463) ห้างยิบอินซอย และห้างบั้นทินหลำ

ต่อมาในปีพ.ศ.25475 เกิดเปลี่ยนแปลงการปกครอง ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ กรมรถไฟหลวงขยายการเดินรถไปถึงอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และเชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซีย 
ส่งผลให้ธุรกิจการค้าหลายอย่างใน อ.ทุ่งสง ลดลง จนไม่คุ้มค่าต่อการดำเนินงาน คณะกรรมการใหญ่ของธนาคารจึงมีมติปิดสาขาทุ่งสง หลังดำเนินกิจการมา 12 ปี

หลังจากนั้นกิจการต่างๆ ที่เคยเช่าอาคารทั้ง 2 หลังก็ทยอยปิดตัวจนไม่มีการใช้งานอาคารและอยู่ในสภาพทรุดโทรม

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ‘ชุมทางประวัติศาสตร์ทุ่งสง’ 

ในที่สุดเทศบาลเมืองทุ่งสงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมของอาคาร จึงเช่าอาคารจากการรถไฟแห่งประเทศไทย เริ่มการปรับปรุงฟื้นฟูอาคารเมื่อพ.ศ.2561 จนแล้วเสร็จในปี 2563

ปัจจุบัน พื้นที่ชั้นล่างของอาคารหลังที่ 1 จัดแสดงสินค้าและจำหน่ายของที่ระลึก ชั้นบนเป็นส่วนการเรียนรู้เรื่องการพัฒนาวัฒนธรรมชุมชนและฟื้นฟูวัฒนธรรมประเพณี การสร้างวัฒนธรรมใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่

พื้นที่ชั้นล่างของอาคารหลังที่ 2 ประกอบด้วยห้องสมุด ห้องแสดงศิลปะ พร้อมจัดแสดงตู้นิรภัยเก่าแก่ของธนาคารสยามกัมมาจล ชั้นบนเป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการ

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 ภาพถ่ายในอดีตของอาคารขนส่งก่อนเป็นพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ‘ชุมทางประวัติศาสตร์ทุ่งสง’ 

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น ‘ชุมทางประวัติศาสตร์ทุ่งสง’ มีคุณค่าสถาปัตยกรรมและทางประวัติศาสตร์ โดยอาคารซึ่งเคยเป็นธนาคารแห่งแรกของภาคใต้เป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการของพื้นที่ในการเป็นชุมทางรถไฟขนาดใหญ่

การอนุรักษ์มีการจัดทำแบบสถาปัตยกรรม และการศึกษาข้อมูลที่นำมาสู่การเลือกวิธีการแก้ไขปัญหาโครงสร้างและความเสื่อมสภาพของวัสดุ ตลอดจนมีการปรับการใช้สอยเพื่อประกอบกิจกรรมในปัจจุบัน

นับเป็นแบบอย่างของการอนุรักษ์และนำเสนออาคารทางประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่าทางจิตใจของประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและความยั่งยืนของชุมชน

 

3. วิหารโคมคำ วัดพระธาตุเสด็จ จังหวัดลำปาง
ปีที่สร้าง : ก่อนพ.ศ.2366

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 วิหารโคมคำ วัดพระธาตุเสด็จ จังหวัดลำปาง 

วิหารโคมคำ ตั้งอยู่บนฐานก่ออิฐถือปูนและฉาบเรียบ ยกสูงจากพื้นดิน 0.30 เมตร แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 3 ห้อง (8.45 เมตร) ยาว 6 ห้อง (21 เมตร) เสาวิหารเป็นเสาไม้ มี 2 รูปแบบ คือ เสาที่มุขโถงและเสาที่ผนังด้านหน้าเป็นเสาแปดเหลี่ยม ส่วนเสาภายในวิหารเป็นเสากลม ทั้งหมดมีบัวหัวเสาและประดับเสาด้วยลายคำ

หลังคาวิหารซ้อน 2 ชั้น ลดด้านหน้า 3 ชั้น ด้านหลัง 2 ชั้น ลักษณะสอดคล้องไปตามแผนผังของวิหารที่ยกเก็จด้านหน้า 2 ห้อง และยกเก็จด้านหลัง 1 ห้อง ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐานของหลังคาวิหารล้านนา ปัจจุบันมุงด้วยกระเบื้องเคลือบแทนกระเบื้องดินแบบเดิม

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566

วิหารโคมคำ วัดพระธาตุเสด็จ ในอดีต

วิหารโคมคำ เป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรม โดยเป็นตัวแทนของวิหารล้านนาที่มีสภาพค่อนข้างสมบูรณ์อันหาได้ยากในปัจจุบัน อาคารมีความแท้ในเรื่องรูปทรง องค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมและพื้นที่ใช้สอยภายใน 

กระบวนการอนุรักษ์ประกอบด้วยการแก้ไขงานบูรณะครั้งก่อน ที่มีการเปลี่ยนวัสดุเครื่องบนเป็นปูนซีเมนต์ให้กลับมาเป็นไม้ตามรูปแบบเดิมจากผลของงานวิจัย 

มีการรื้อฟื้นสภาพพื้นที่โดยรอบอาคารจากลานดาดแข็งให้กลับมาเป็นลานดิน ซึ่งช่วยแก้ปัญหาเรื่องความชื้นภายในอาคารได้ 

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 สถาปัตยกรรม วิหารโคมคำ วัดพระธาตุเสด็จ 

การอนุรักษ์แสดงถึงความตระหนักในคุณค่า ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องการอนุรักษ์ แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือระหว่างวัด ประชาชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมศิลปากรและสถาบันการศึกษาในท้องถิ่น ในการรักษาโบราณสถานอันเป็นสมบัติของชุมชน ขณะที่ยังคงใช้พื้นที่เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมทั้งนำเสนอศิลปวัตถุและเครื่องใช้ผ่านการใช้งานและการจัดแสดง

นับเป็นตัวอย่างของการประสานประโยชน์ระหว่างการอนุรักษ์กับการรองรับความต้องการของคนกลุ่มต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน

 

4. มัสยิดบ้านควนลังงา จังหวัดปัตตานี
ปีที่สร้าง : พ.ศ.2177

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 มัสยิดบ้านควนลังงา จังหวัดปัตตานี

เป็นอาคารเรือนไม้ ก่อสร้างโดยไม่ใช้ตะปู แต่ใช้ลิ่มไม้และเข้าสลักไม้ เป็นอาคารโถง ไม่มีผนัง ไม่ยกพื้น ผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 5 ห้อง (กว้าง 9.40 เมตร ยาว 13.80 เมตร) หลังคาทรงจั่วต่อปีกนกลาดเทลงด้านทิศตะวันออก ทิศเหนือ ทิศใต้ 

ส่วนทิศตะวันตกทำเป็นจั่วเล็กลดชั้นลงมาแทนการทำปีกนก เพราะกำหนดพื้นที่ด้านนี้ให้เป็นพื้นที่ของ ‘มิหร็อบ’ ตามทิศทางที่หันสู่วิหารกะอ์บะฮ์ กรุงมักกะฮ์ (นครศักดิ์สิทธิ์เมกกะ)

มัสยิดบ้านควรลังกา เป็นอาคารที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และทางสถาปัตยกรรม ด้วยเป็นงานสถาปัตยกรรมอิสลามที่สร้างด้วยไม้ซึ่งหาได้ยาก ตลอดจนมีความสำคัญในการเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนในท้องถิ่น 

ผู้ครอบครองดูแลรักษาอาคารมาอย่างสม่ำเสมอ อาคารหลังนี้จึงคงความแท้ทั้งในด้านรูปแบบทางสถาปัตยกรรมและวัสดุ

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 บริเวณภายในมัสยิดบ้านควนลังงา

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 มัสยิดบ้านควนลังงา จังหวัดปัตตานี 

กระบวนการอนุรักษ์ดำเนินงานโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างครบถ้วน เลือกเทคนิควิธีการอนุรักษ์ที่สามารถรักษาองค์ประกอบสำคัญและวัสดุแบบดั้งเดิมของอาคาร

ตลอดจนสืบทอดการประกอบศาสนกิจแบบดั้งเดิมมาจนถึงในปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของคนในชุมชนในการรักษาศาสนสถานอันทรงคุณค่าให้คงอยู่

 

ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน
ระดับสมควรได้รับการเผยแพร่ จำนวน 3 แห่ง ได้แก่

1. พิพิธภัณฑ์บ้านป่องนัก จังหวัดลำปาง
ปีที่สร้าง : พ.ศ.2468

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 พิพิธภัณฑ์บ้านป่องนัก 

เดิมเป็นอาคารที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นพลับพลาที่ประทับแรมของ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี คราวเสด็จประพาสมณฑลพิษณุโลกและมณฑลพายัพ พ.ศ.2469

ดำเนินการก่อสร้างโดย พันโท พระมหาณรงค์เรืองเดช (แปลก จุลกัณห์) ผู้บังคับกองพันที่ 1 กรมทหารราบที่ 17 

คำว่า ‘ป่อง’ เป็นภาษาคำเมือง แปลวา ‘ช่อง’ คำว่า ‘นัก’ หมายถึง ‘จำนวนมาก’ บ้านป่องนักจึงหมายถึงบ้านที่มีช่องหน้าต่างจำนวนมาก ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของมณฑลทหารบกที่ 32

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 ภายในพิพิธภัณฑ์บ้านป่องนัก 

อาคารหลังนี้มีความสำคัญทั้งทางประวัติศาสตร์และทางสถาปัตยกรรม ที่ยังรักษาความแท้ของรูปทรงภายนอกและองค์ประกอบอาคารได้ค่อนข้างครบถ้วน 

ผู้ครอบครองดูแลรักษาอาคารเป็นอย่างดี โดยมีการซ่อมแซมโครงสร้างและองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง มีการจัดแสดงเป็นพิพิธภัณฑ์และสื่อความหมายให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องได้ค่อนข้างดี 

อย่างไรก็ตาม ควรมีการวางแผนงานอนุรักษ์ตามกระบวนการ อันประกอบด้วยการเก็บข้อมูลทางสถาปัตยกรรม และการวิเคราะห์รูปแบบ วัสดุ และสีดั้งเดิมของอาคาร ที่จะนำไปสู่การกำหนดแนวทางการบูรณะและการจัดการอาคารอย่างเต็มรูปแบบต่อไป

 

2. อาคารสำนักงานคณะกรรมการสงฆ์จังหวัดสุโขทัย วัดสว่างอารมณ์วรวิหาร จังหวัดสุโขทัย
ปีที่สร้าง : พ.ศ.2479

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 อาคารสำนักงานคณะกรรมการสงฆ์จังหวัดสุโขทัย 

เป็นอาคารเรือนไม้ 3 ชั้น ชั้นล่างเป็นใต้ถุนสูง 2.60 เมตร เป็นเสาคอนกรีตประดับบัวหัวเสาปูนปั้น ทางขึ้นเป็นบันไดไม้ยื่นออกจากกึ่งกลางอาคารด้านหน้า เป็นส่วนที่สร้างขึ้นใหม่ทดแทนบันไดก่ออิฐฉาบปูนเดิมที่เป็นส่วนต่อเติมในยุคหลัง ตามข้อสันนิษฐานว่าน่าจะเป็นบันไดไม้มาก่อน และยังได้สร้างหลังคาคลุมไว้เพื่อความคงทนของบันไดไม้นี้

ชั้น 2 มีลักษณะเป็นโถงโล่ง ไม่มีผนัง มีราวกันตกทำด้วยไม้โดยรอบ มีหลังคาปีกนกคลุมรอบทุกด้าน เชื่อมต่อชั้น 3 ด้วยบันไดไม้

ชั้น 3 กั้นด้วยผนังไม้ ประตูหน้าต่างและฝ้าเพดานทั้งหมดเป็นไม้ พลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องว่าวซีเมนต์ มุขด้านหน้าเป็นหลังคาทรงจั่ว ประดับไม้ฉลุสวยงาม

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 อาคารสำนักงานคณะกรรมการสงฆ์จังหวัดสุโขทัย

การอนุรักษ์อาคารหลังนี้ครั้งใหญ่ระหว่างปีพ.ศ.2563-2565 แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะรื้อฟื้นสภาพเดิมของอาคารให้กลับคืนมา มีการแก้ไขปัญหาโครงสร้างและความเสื่อมสภาพของอาคารตามเหตุปัจจัยที่ก่อให้ปัญหา ตลอดจนมีการนำเสนอคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในการเป็นอาคารเรียนพุทธศาสนาหลังแรกของวัด 

อาคารหลังนี้เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้เห็นคุณค่าทางด้านจิตใจของอาคารที่มีต่อชาวสวรรคโลก การอนุรักษ์อาคารเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับวัดแห่งอื่น ให้เห็นคุณค่าของมรดกทางสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน 

อย่างไรก็ตาม ในการปรับประโยชน์ใช้สอยเพื่อรองรับกิจกรรมใหม่ รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปทรงและองค์ประกอบ เช่น เมื่อมีการยกอาคารให้สูงขึ้นกว่าระดับเดิม ควรคำนึงถึงการรักษาสัดส่วนและรูปแบบทางสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมด้วย

 

3. ยงคัง ท่าวัง จังหวัดนครศรีธรรมราช
ปีที่สร้าง : พ.ศ.2464

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 ยงคัง ท่าวัง จังหวัดนครศรีธรรมราช 

การอนุรักษ์อาคารแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจในการรักษาอาคารให้ยังคงอยู่ในสภาพเดิมในภาพรวมได้ดี อาคารเป็นส่วนหนึ่งในการบอกเล่าประวัติศาสตร์ของเมืองนครศรีธรรมราช 

ในกระบวนการอนุรักษ์ มีการเลือกวิธีการอนุรักษ์ที่สามารถรักษาองค์ประกอบสำคัญและวัสดุดั้งเดิมไว้ได้ แม้ว่าพื้นที่ภายในจะปรับการใช้งานต่างไปจากกิจกรรมเดิม 

อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาเรื่องการสื่อความหมาย ไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของอาคาร นอกจากนี้ส่วนต่อเติมควรคำนึงถึงความต่อเนื่องกับอาคารเดิม

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 ยงคัง ท่าวัง 

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 ยงคัง ท่าวัง

ยงคัง ท่าวัง เดิมเป็นบ้านพักอาศัยของนายพ่วง กิจวิบูลย์ และครอบครัว ทำกิจการรับส่งของจากท่าเรือแล้วลำเลียงเข้าเมืองด้วยวัวและควายเทียมเกวียน ต่อมาเมื่อไม่มีการใช้งาน อาคารจึงอยู่ในสภาพทรุดโทรม

หลังจากนั้นในปีพ.ศ.2561 คุณศรีโรจน์ อนุตรเศรษฐได้ครอบครองกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดินแห่งนี้ จึงซ่อมแซมตัวอาคารแล้วเสร็จในปี 2563 และเปิดเป็นร้านขายอาหารและเครื่องดื่มในชื่อ ‘ยงคัง คาเฟ่’

เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบจีนผสมตะวันตก โครงสร้างพื้นชั้นล่างเป็นพื้นก่ออิฐรับน้ำหนัก พื้นชั้นบนเป็นไม้ หลังคาไม้ทรงจั่ว ตกแต่งลวดลายปูนปั้น เดิมมุงด้วยกระเบื้องว่าวซีเมนต์ ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นกระเบื้องลอนคู่

 

ประเภท ข. งานออกแบบใหม่ในบริบทการอนุรักษ์
จำนวน 1 แห่ง ได้แก่

1. คาเฟ่ อเมซอน สาขาย่านเมืองเก่าสงขลา จังหวัดสงขลา
ปีที่สร้าง : ใม่ปรากฏ

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 คาเฟ่ อเมซอน สาขาย่านเมืองเก่าสงขลา จังหวัดสงขลา 

ตั้งอยู่ในย่านชุมชนเก้าห้อง เดิมเป็นตึกแถวให้เช่าของ รองอำมาตย์ตรีขุนโภคาพิพัฒน์ (ฮวดเหลี่ยง โคนันทน์) ต้นตระกูลโคนันทน์ หลังจากนั้นอาคารอยู่ในสภาพทรุดโทรม

ต่อมาคุณบัญชา พานิชพงศ์ และคุณจุไรรัตน์ ตันตสุทธิกุล ผู้บริหารคาเฟ่ อเมซอน ในจังหวัดสงขลา ต้องการผลักดันให้ย่านเมืองเก่าสงขลาได้มีร้านขายเครื่องดื่มในรูปแบบอาคารอนุรักษ์ จนนำมาสู่การปรับปรุงฟื้นฟูอาคารในปี 2561 กระทั้งแล้วเสร็จในปี 2563

การอนุรักษ์อาคารเก่าและออกแบบอาคารใหม่ในโครงการแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของผู้ออกแบบที่จะพัฒนาย่านเมืองเก่า ด้วยการปรับสภาพอาคารที่เสื่อมโทรมให้กลับมามีชีวิตชีวา

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 คาเฟ่ อเมซอน สาขาย่านเมืองเก่าสงขลา

กระบวนการอนุรักษ์ประกอบด้วยการวิเคราะห์รูปแบบและวัสดุของอาคารเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการออกแบบ มีการเลือกใช้วัสดุเดิมที่แสดงถึงเอกลักษณ์ของพื้นที่ ผสมผสานกับวัสดุใหม่ที่ได้รับการผลิตตามรูปแบบเดิม

นับเป็นการฟื้นฟูภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนเป็นเสมือนแหล่งรวมวัสดุที่เป็นตัวอย่างให้กับการอนุรักษ์อาคารในเมืองเก่าสงขลา

อาคารที่ได้รับการสร้างขึ้นใหม่ช่วยแก้ปัญหาในเรื่องมุมมอง รวมถึงเกิดพื้นที่ในการรองรับกิจกรรมสร้างสรรค์

การออกแบบให้กลมกลืนแต่ไม่ลอกเลียนแบบอาคารเก่าช่วยสร้างบรรยากาศที่ส่งเสริมคุณค่าของอาคารและพื้นที่เมืองเก่าสงขลา มีการสื่อความหมายผ่านการนำเสนอร่องรอยเดิม ร่วมกับการตกแต่งด้วยงานศิลปกรรมที่สอดคล้องกับองค์ประกอบเดิม

อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาถึงความเหมาะสมในการอนุรักษ์และออกแบบ ที่จะไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าองค์ประกอบใหม่เป็นของแท้

 

ประเภท ค. บุคคลหรือองค์กร อนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม
จำนวน 1 แห่ง ได้แก่

1. ศูนย์อนุรักษ์เฮือนโบราณ โดย นายรุ่งโรจน์ เปี่ยมยศศักดิ์ จังหวัดเชียงใหม่

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 นายรุ่งโรจน์ เปี่ยมยศศักดิ์ และศูนย์อนุรักษ์เฮือนโบราณ

11 อาคารโบราณ คว้ารางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2566 เฮือนโบราณ หรือ เรือนโบราณ

นายรุ่งโรจน์ เปี่ยมยศศักดิ์ ชาวชุมชนสันป่าตอง ได้ก่อตั้ง ศูนย์อนุรักษ์เฮือนโบราณ ให้เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมพื้นถิ่น ประเภทเรือนโบราณในอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ และพื้นที่ใกล้เคียง 

นายรุ่งโรจน์ทุ่มเทสรรพกำลังในการลงพื้นที่สำรวจ และทำความเข้าใจกับคนในชุมชนด้วยการใช้งานศิลปะเป็นเครื่องมือสำคัญ รวมไปถึงสืบสานภูมิปัญญาของสล่าล้านนา (ช่างไม้) ผลักดันนโยบายและกฎหมายท้องถิ่น สร้างภาคีเครือข่าย

รวมถึงทำให้เกิดการสนับสนุนในด้านงบประมาณและบุคลากรทั้งจากภาครัฐและเอกชน เพื่อให้เรือนโบราณในพื้นที่ยังคงอยู่ และส่งต่อความภาคภูมิใจนั้นไปสู่คนรุ่นต่อไป

 

credit photo : สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์