เมื่อ “นกแอร์” เลื่อนบิน “เบตง” อยากเที่ยวเมืองใต้สุดแดนสยาม ต้องทำอย่างไร!

เมื่อ “นกแอร์” เลื่อนบิน “เบตง” อยากเที่ยวเมืองใต้สุดแดนสยาม ต้องทำอย่างไร!

อยากเที่ยว “เบตง” ต้องทำอย่างไร?! เมื่อสายการบิน “นกแอร์” เผยเหตุจำเป็นต้องยกเลิกเส้นทาง กรุงเทพฯ-เบตง ไปก่อน ว่าเป็นเพราะยอดขายตั๋วบินไม่ดีอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ขอเวลาอีก 2-3 เดือนในการเร่งโปรโมทให้คนรู้จัก “เมืองพหุวัฒนธรรม” แห่งนี้มากยิ่งขึ้น

แม้ที่ตั้งของ อ.เบตง จะอยู่ทางใต้สุดของไทย ห่างจากกรุงเทพฯประมาณ 1,220 กิโลเมตร และห่างจาก อ.เมืองยะลา ประมาณ 140 กิโลเมตร แต่ก็ควรค่าแก่การเดินทางไปเยือนสักครั้ง มีแหล่งท่องเที่ยวน่าสนใจเกินกว่าจะปล่อยเวลาให้ล่วงผ่าน ด้วยสภาพภูมิประเทศโอบล้อมด้วยแนวเทือกเขาสันกาลาคีรี และอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลกว่า 1,900 ฟุต ทำให้เบตงเป็นเมืองที่มีอากาศดี เย็นในยามเช้า และมีหมอก เหมาะกับการท่องเที่ยวตลอดทั้งปีจริงๆ เป็นที่มาของคำขวัญประจำอำเภอ “เมืองในหมอก ดอกไม้งาม ใต้สุดสยาม เมืองงามชายแดน”

และนี่คือวิธีการเดินทางสู่เมืองเบตงในช่วงรอเที่ยวบินตรงที่ “กรุงเทพธุรกิจ” รวบรวมมาฝากกัน ใครสนใจแพ็คกระเป๋าเดินทาง ออกตะลุย “เมืองใต้สุดแดนสยาม” กันได้เลย

1.เครื่องบิน

แม้ปัจจุบันจะมี สนามบินนานาชาติเบตง เปิดให้บริการแล้ว แต่ยังไม่มีเที่ยวบินลง คงต้องรอให้ทาง “นกแอร์” เร่งเครื่องทำตลาดแล้วกลับมาทำการบินเส้นทาง กรุงเทพฯ-เบตง อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวสามารถบินไปลงที่ สนามบินหาดใหญ่ แล้วต่อรถตู้จากหาดใหญ่ตรงเข้าเบตง ซึ่งเป็นวิธีที่หลายๆ คนเลือกใช้ เพราะช่วยประหยัดเวลาการเดินทางไปได้มากพอสมควร

*** สำหรับบริการรถตู้สายหาดใหญ่-เบตง สามารถขึ้นรถได้ที่สถานีขนส่งหาดใหญ่ ใกล้เซ็นทรัลเฟสติวัล

2.รถไฟ

ปัจจุบันไม่มีรถไฟเดินทางสู่เบตงโดยตรง ต้องมาลงที่ สถานีหาดใหญ่ จ.สงขลา แล้วต่อรถตู้จากหาดใหญ่เข้าเบตงอีกที หรือเลือกลงสถานีใกล้ที่สุดคือ สถานียะลา จากนั้นต่อรถแท็กซี่จากยะลาเข้าสู่เบตง

3.รถทัวร์

เส้นทางกรุงเทพฯไปเบตง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15-16 ชั่วโมง มีหลายบริษัทให้บริการ เช่น บขส. รุ่งเรืองทัวร์ และสยามเดินรถ

เมื่อ “นกแอร์” เลื่อนบิน “เบตง” อยากเที่ยวเมืองใต้สุดแดนสยาม ต้องทำอย่างไร!

สำหรับแหล่งท่องเที่ยวของเบตง นอกจากจะโดดเด่นด้านธรรมชาติ ชวนให้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์แล้ว ยังมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมให้ได้สัมผัสกันอีกด้วย

1.สกายวอล์ค อัยเยอร์เวง

นี่คือแลนด์มาร์กที่สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้แก่ อ.เบตง จ.ยะลา เปรียบเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวคนไทยจากทุกสารทิศ แห่ตามรอยภาพถ่ายเผยความงดงามบนโซเชียลมีเดีย ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กางข้อมูลว่าในช่วงปีปกติที่ยังไม่มีโควิด-19 มารบกวนการใช้ชีวิต มีนักท่องเที่ยวมาเยือนมากถึง 3-5 หมื่นคนต่อวัน และเคยทำสถิตินิวไฮเฉียด 1 แสนคนต่อวันในช่วงวันหยุดยาว

สกายวอล์ค อัยเยอร์เวง มีดีอะไร? ถึงดึงดูดผู้คนได้มากมายขนาดนี้

ที่นี่คืออาคารสูง 6 ชั้น ตั้งอยู่บนยอดเขาไมโครเวฟ (ที่ตั้งของสถานีถ่ายทอดสัญญาณการสื่อสาร) สามารถชมวิวได้ทุกชั้น และมีไฮไลต์อยู่ที่ชั้น 3 ซึ่งเป็นระเบียงยื่นยาวออกไปจากตัวอาคาร ส่วนปลายของระเบียงพื้นเป็นกระจกใสแบบครึ่งวงกลม ที่นอกจากจะเป็นจุดชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามในยามรุ่งสางแล้ว เมื่อมองผ่านกระจกลงไปยังผืนป่าเบื้องล่าง จะให้ความรู้สึกหวาดเสียวเบาๆ ทั้งนี้ยังสามารถชมวิวโดยรอบได้ตลอดวันอีกด้วย

2.ทะเลหมอกฆูนุงชีลีปัต

แค่เอ่ยคำว่า “ทะเลหมอก” ก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศโรแมนติก ยิ่งถ้าเป็นสายเทรลด้วยแล้วล่ะก็ ปักหมุด “ยอดเขาฆูนุงชีลีปัต” หรือเขาหิน กม 21 ไว้ได้เลย เพราะนี่คือยอดเขาสูงที่มีทะเลหมอกรายล้อมกระจายอยู่ทุกด้าน การเดินทางต้องใช้รถยนต์ เดินเท้าตามแนวสันเขา ด้านบนเป็นพื้นที่โล่ง สามารถมองเห็นวิว 360 องศา คุ้มค่ากับการแลกความเหนื่อยยาก ในช่วงกลางคืนสามารถชมดาวและหมู่ดาวทางช้างเผือกได้อย่างชัดเจน

3.ทะเลหมอกกาแป๊ะฮูลู - กุนุงปะลง

ทะเลหมอกกาแป๊ะฮูลู เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกสองแผ่นดิน มีความสูง 712 เมตรจากระดับน้ำทะเลสูงเป็นอันดับ 1 ในบรรดาจุดชมวิวทะเลหมอกของ อ.เบตง อยู่ใกล้พรมแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศมาเลเซีย จึงเรียกได้ว่า “ทะเลหมอกสองแผ่นดิน”

4.ทะเลหมอกจาเราะกางา

เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่และเป็นจุดชมทะเลหมอกที่อยู่ใกล้เมืองที่สุด มองเห็นทะเลหมอกทีปกคลุมทั้งฝั่งไทยและมาเลเซีย สามารถชมแสงแรกของวันพร้อมกับหมอกที่ปกคลุม สายๆ ก็สามารถมองเห็นวิวอำเภอเบตงทั้งเมืองด้วย

5.ป่าฮาลา-บาลา

หรือเรียกอีกชื่อสั้นๆ ว่า ป่าฮาลา เป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของ นกเงือก กว่า 10 ชนิด ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความสมบูรณ์ของป่าแห่งนี้ และยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำปัตตานี นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวทิวทิศน์ป่าฮาลา-บาลา ส่องนก ด้วยกิจกรรมล่องเรือทะเลสาบป่าฮาลา-บาลาในเขื่อนบางลาง

6.สวนดอกไม้เมืองหนาวเบตง

เป็นสวนดอกไม้เมืองหนาวแห่งเดียวในภาคใต้ มีดอกไม้นานาสายพันธุ์บานสะพรั่ง คอยเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวมาเยือนและเพลิดเพลินกับสีสันสวยงาม ทั้งแอสเตอร์ ไฮเดรนเยีย เบญจมาศ กุหลาบ พีค๊อก เยอบีร่า ลิลลี่ แกลดิโอลัส ตุ้มหูนางฟ้า

7.ป้ายใต้สุดสยาม

สร้างจากหินอ่อนตัวหนังสือสีทองโดดเด่นเป็นแนวเขตแดน กั้นระหว่างเบตงกับรัฐเปรัคของมาเลเซีย เป็นอีกจุดที่ต้องมาเช็กอินให้ได้เมื่อมาเยือนเบตง

เมื่อ “นกแอร์” เลื่อนบิน “เบตง” อยากเที่ยวเมืองใต้สุดแดนสยาม ต้องทำอย่างไร!

8.วัดพุทธาธิวาส

ตั้งอยู่บนเนินเขาในตัวเมืองเบตง โดดเด่นด้วยเจดีย์ก่อสร้างแบบศรีวิชัยประยุกต์ สีทองอร่ามสูง 39.9 เมตร บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธธรรมกายมงคลประยุรเกศานนท์สุพพิธาน พระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วิหารหลวงปู่ทวดเหยียบน้ำทะเลจืด และวิหารพระครูพิศิษฐ์อรรถการ

8.อุโมงค์ปิยะมิตร

อุโมงค์ดินแห่งความทรงจำ ทิ้งร่องรอยการต่อสู้ทางการเมืองในอดีตของขบวนการโจรคอมมิวนิสต์มลายา (จคม. สร้างขึ้นสำหรับเป็นฐานปฏิบัติการต่อสู้ทางการเมือง) ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งยังมีต้นไม้พันปีที่ใหญ่โตให้นักเดินทางได้มาถ่ายรูปเช็กอิน

9.หอนาฬิกาเมืองเบตง

ตั้งอยู่สี่แยกใจกลางเมืองเบตง สร้างจากหินอ่อน ด้านล่างเป็นประติมากรรมรูปสัตว์ในวรรณคดีไทย หากเดินทางมาในช่วงเดือน ก.ย.-มี.ค. จะเห็นนกนางแอ่นจากไซบีเรียอพยพนับพันมาเกาะที่สายไฟบริเวณหอนาฬิกาแห่งนี้

10.ตู้ไปรษณีย์สูง-ใหญ่ที่สุดในโลก

แลนด์มาร์กสำคัญที่ใครมาเยือนต้องไม่พลาดถ่ายรูปคู่กับตู้ไปรษณีย์ยักษ์แห่งนี้ ถือเป็นสัญลักษณ์การติดต่อสื่อสารของ อ.เบตง และยังได้ติดตั้งวิทยุกระจายเสียงไว้ในส่วนบนของตู้ เพื่อให้ประชาชนได้รับฟังข่าวสารจากทางราชการด้วย และปัจจุบันตู้ไปรษณีย์ใบนี้ ก็ยังใช้งานอยู่ พร้อมบริการรับจดหมายเหมือนตู้ไปรษณีย์ทั่วไป

เมื่อ “นกแอร์” เลื่อนบิน “เบตง” อยากเที่ยวเมืองใต้สุดแดนสยาม ต้องทำอย่างไร! เมื่อ “นกแอร์” เลื่อนบิน “เบตง” อยากเที่ยวเมืองใต้สุดแดนสยาม ต้องทำอย่างไร!