ไยบะไหนที่คุณรู้จัก "ไยบะ เจ้าหนูซามูไร" vs "ดาบพิฆาตอสูร"

ไยบะไหนที่คุณรู้จัก "ไยบะ เจ้าหนูซามูไร" vs "ดาบพิฆาตอสูร"

เมื่อพูดถึง “ไยบะ” คุณนึกถึงการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องใด ระหว่าง “ไยบะ เจ้าหนูซามูไร” การ์ตูนสุดคลาสสิก หรือ “ดาบพิฆาตอสูร” การ์ตูนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเรื่องหนึ่งของยุค

ดาบพิฆาตอสูร” การ์ตูนที่ครองใจคนทั้งโลกในขณะนี้ มีชื่อภาษาญีปุ่นว่า “คิเม็ตสึ โนะ ไยบะ” (Kimetsu no Yaiba) ทำให้แฟนคลับส่วนหนึ่งเรียกการ์ตูนเรื่องนี้ว่า “ไยบะ” แต่ขณะเดียวกัน ไยบะ ก็ยังเป็นชื่อเรียกแบบย่อ ๆ ที่คนทั่วไปรู้กันดีของ “ไยบะ เจ้าหนูซามูไร” หนึ่งในผลงานสร้างชื่อของ “อาโอยาม่า โกโช” ผู้เขียนการ์ตูนสุดฮิตอย่าง “ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน” 

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์จึงได้รวบรวมข้อมูลและเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่าง “ไยบะ เจ้าหนูซามูไร” กับ “ดาบพิฆาตอสูร” ว่าเป็นอย่างไร โดยการ์ตูนทั้ง 2 เรื่อง ล้วนมีความสนุก มีคุณค่าและได้รับความนิยมในสมัยของตนเอง

 

 

1. ไยบะ เจ้าหนูซามูไร (Yaiba)

ไยบะ เจ้าหนูซามูไร” (Yaiba) เป็นการ์ตูนแนวตลก, ผจญภัย, แฟนตาซี ผลงานลำดับที่ 3 ของ “อาโอยาม่า โกโช” (Gosho Aoyama) นักเขียนการ์ตูนแถวหน้าของวงการผู้เขียน “จอมโจรอัจฉริยะ” (Magic Kaito) และ “ยอดนักสืบจิ๋ว โคนัน” (Detective Conan) ออกวางจำหน่ายทั้งแรกในปี 2531 

ในประเทศไทย สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจได้ซื้อลิขสิทธิ์มาตีพิมพ์ในเวอร์ชันภาษาไทย ซึ่งมีการนำมาตีพิมพ์ใหม่อยู่เรื่อย ๆ นอกจากนี้ ไยบะ เจ้าหนูซามูไร ยังได้ถูกสร้างเป็นการ์ตูนอะนิเมะทั้งสิ้น 52 ตอน

สำหรับ เรื่องย่อของ ไยบะ เจ้าหนูซามูไร นั้นเป็นเรื่องราวของ “คุโรงาเนะ ไยบะ” ซามูไรวัยกระเตาะอาศัยอยู่ที่เกาะอันห่างไกลกับ “คุโรงาเนะ เคนจูโร่” พ่อของเขาและสัตว์เลี้ยงที่เป็นทั้งเพื่อนและคู่หูอย่าง “คาเงโทร่า” (เสือ) กับ “โชโนสุเกะ” (นกแร้ง) 

วันหนึ่งทั้งหมดได้มาที่ญี่ปุ่นโดยบังเอิญและได้พบกับครอบครัว “มิเนะ ไรโซ” ซึ่งในอดีตนั้น เคนจูโร่กับไรโซเป็นเพื่อนเก่าแก่และเป็นคู่แข่งกัน เคนจูโร่ขอให้บ้านมิเนะฝากเลี้ยงไยบะ เพื่อที่จะให้ความฝันของไยบะเป็นจริงนั่นคือซามูไรอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น ส่วนบ้านมิเนะก็มีลูกสาวคือ “มิเนะ ซายากะ” รับหน้าที่คอยดูแลไยบะอยู่ตลอดเนื่องจากไยบะไม่เคยเห็นโลกภายนอก นี่จึงเป็นจุดเริ่มของการผจญภัยไปทั่วญี่ปุ่นของไยบะและผองเพื่อน

 

เนื่องจาก ไยบะ เจ้าหนูซามูไร และ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน มีผู้แต่งคนเดียวกัน ทำให้หลายครั้งมีการซ่อนจุดเชื่อมโยงและใส่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย หรือที่เรียกว่า Easter Egg จากเรื่อง ไยบะ เจ้าหนูซามูไร เอาไว้ใน ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน อยู่เสมอ

อีกทั้งในระยะหลังมีการนำตัวละครจากเรื่อง ไยบะ เจ้าหนูซามูไร ไปปรากฏตัวและมีบทบาทในเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ไม่ว่าจะเป็น “โอกิตะ โซชิ” เพื่อนของคุโรงาเนะ ไยบะ ผู้มีทักษะในเชิงดาบขั้นสูง หรือ “โอนิมารุ ทาเคชิ” คู่ปรับตลอดการของ คุโรงาเนะ ไยบะ ซึ่งทั้ง 2 คนเป็นคู่แข่งกีฬาเคนโด้กับ “ฮัตโตริ เฮย์จิ” ก่อนทั้งจะต้องเข้าไปพัวพันกับคดีฆาตกรรม

อย่างไรก็ตาม คุโรงาเนะ ไยบะ ก็เคยถูกพูดถึง และปรากฏตัวเป็นภาพในความคิดของโอกิตะ โซชิ ตอนที่ปรากฏตัวในยอดนักสืบจิ๋วโคนันด้วยเช่นกัน ซึ่งไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้นี้อาจจะมีโอกาสได้เห็นคุโรงาเนะ ไยบะมาช่วยโคนันไขคดีด้วยก็เป็นได้

นอกจากนี้ ในจักรวาลของโคนัน ยังมีฮีโร่ “หน้ากากไยบะ” ซึ่งเป็นรายการที่กลุ่มนักสืบเยาวชนชอบดู โดยได้แรงบันดาลใจมาจาก “ไอ้มดแดง” หรือ “คาเมนไรเดอร์” (Kamen Rider) ซึ่งที่มาของชื่อนั้นมาจาก คุโรงาเนะ ไยบะ นำกางเกงชั้นในของซายากะ ไรโซ มาครอบหัวจนมีลักษณะเหมือนหน้ากาก เพื่อปกป้องตนเองจากการโจมตีของคู่ต่อสู้

อย่างไรก็ตาม ในปี 2543 มีการสร้างโอวีเอ (OVA: Original Video Animation) ซึ่งเป็นอนิเมะตอนพิเศษที่สร้างขึ้นมาสำหรับการขายแผ่นหรือโปรโมทเท่านั้น โดยเป็นการรวมเอา 3 ผลงานเด่นของอาโอยามา โกโซ คือ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน จอมโจรอัจฉริยะ และไยบะ เจ้าหนูซามูไรมาไว้ในเรื่องเดียวกัน ในชื่อว่า “Conan vs. Kid vs. Yaiba - The Grand Battle for the Treasure Sword!!” เนื่องจากอนิเมะตอนดังกล่าวเป็นเพียงโอวีเอ จึงไม่นับรวมว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในเนื้อเรื่องหลักของจักรวาลโคนัน

 

2. ดาบพิฆาตอสูร (Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba)

ดาบพิฆาตอสูร” (Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba) เป็นหนังสือการ์ตูนแนวผจญภัย, ดาร์ก แฟนตาซี ของประเทศญี่ปุ่น แต่งโดย “โคโยฮารุ โกโตเกะ” (Koyoharu Gotouge) โดยเป็นเรื่องราวของ “คามาโดะ ทันจิโร่” เด็กหนุ่มผู้กลายเป็นนักล่าอสูรหลังจากครอบครัวของตนถูกอสูรฆ่าตายทั้งหมด เหลือเพียงแต่ “คามาโดะ เนะซึโกะ” น้องสาวที่ได้กลายเป็นอสูรไปแล้วเท่านั้น เขาจึงตั้งปณิธานว่าจะหาทางทำให้น้องสาวกลับมาเป็นมนุษย์ดังเดิมให้ได้ 

การ์ตูนชุดนี้เริ่มตีพิมพ์ในรูปแบบหนังสือการ์ตูนรวมเล่ม หรือ มังงะ ตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งมีทั้งหมด 23 เล่ม จบบริบูรณ์ กลายเป็นมังงะที่มียอดขายสูงสุดประจำปี 2563 สามารถทำยอดขายไปได้มากกว่า 150 ล้านเล่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมังงะเล่มที่ 23 เล่มสุดท้าย มียอดตีพิมพ์ครั้งแรกสูงถึงเกือบ 4 ล้านเล่ม ซึ่งสามารถขายได้หมดภายในเวลาไม่นาน สำหรับในประเทศไทยนั้น สำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์เป็นผู้จัดจำหน่ายหนังสือการ์ตูนชุดนี้ 

ฮิโรยูกิ นากาโนะ” (Hiroyuki Nakano) หัวหน้ากองบรรณาธิการนิตยสารโชเน็งจัมป์รายสัปดาห์ เปิดเผยกับนิตยสาร Time ถึงสาเหตุที่ทำให้ดาบพิฆาตอสูรทำยอดขายมังงะได้สูงขนาดนี้ เป็นเพราะกระแสปากต่อปากจากการฉายของอนิเมะ ทำให้ผู้คนไปดูอนิเมะเพิ่มขึ้น เมื่อผู้ชมอดใจรอตอนต่อไปไม่ไหว ต้องซื้อมังงะมาอ่าน

ส่วนเวอร์ชันของอนิเมะนั้นปัจจุบันมีทั้งสิ้น 2 ซีซันจำนวน 44 ตอน ซึ่งได้ประกาศสร้างอนิเมะในซีซัน 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื้อหาในภาคนี้จะเกิดขึ้นในภาคหมู่บ้านช่างตีดาบ และได้เผยตัวอย่างและภาพของตัวละครหลักที่จะมีบทบาทสำคัญในภาคนี้ โดยมีกำหนดฉายภายในปีนี้ 

นอกจากนี้ “ดาบพิฆาตอสูร เดอะ มูฟวี: ศึกรถไฟสู่นิรันดร์” (Demon Slayer: Mugen Train) สามารถทำรายได้จากการเข้าฉายทั่วโลก ไปถึง 453 ล้านดอลลาร์ กลายเป็นอันดับที่ 2 ภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงสุดทั่วโลกในปี 2563 และเป็นอนิเมะญี่ปุ่นและภาพยนตร์ญี่ปุ่นที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล

ดาบพิฆาตอสูรประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก เนื่องจาก มีเนื้อหาที่เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย ทำให้กลุ่มผู้ชมมีความหลากหลาย เนื้อหาชวนให้ติดตามตลอด อีกทั้งตัวละครมีลักษณะบุคลิกที่โดดเด่น มีเสน่ห์และไม่ซ้ำกัน แต่ละตัวละครมีภูมิหลังที่น่าสนใจ มีความเป็นมนุษย์ แม้แต่เหล่าบรรดาอสูรทั้งหลายก็มีมุมที่น่าสงสารและเห็นใจ รวมไปถึงความสัมพันธ์ของตัวละครที่แน่นแฟ้น อบอุ่นในหัวใจ 

ขณะที่ลายเส้นและภาพฉากทัศน์ต่าง ๆ สวยงาม สบายตา และน่ามอง อีกทั้งยุคของเรื่องคือ ยุคไทโช ซึ่งเป็นยุคของญี่ปุ่นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ที่เริ่มรับอารยธรรมและนวัตกรรมใหม่ ๆ จากชาติตะวันตกเข้ามาในญี่ปุ่น ทำให้มีทั้งกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น และความเป็นสากลผสมกันได้อย่างลงตัว
 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจรวบรวม

กราฟิก: วิชัย นาคสุวรรณ

ไยบะไหนที่คุณรู้จัก "ไยบะ เจ้าหนูซามูไร" vs "ดาบพิฆาตอสูร"